Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ, นางสาวน้ำฝน เกิดขาว เลขที่ 37 รุ่นที่37 รหัส…
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
ชนิดและขนาดของสารน้ำที่ให้ทางหลอดเลือดดำ
1.Isotonic solution
คือ ความเข้มข้นของสารน้ำจะเท่ากับน้ำนอกเซลล์(Extracellular fluid) ซึ่ง มีออสโมลาริตี ระหว่าง 275-295 m0sm/lระหว่าง 275-295 m0sm/l เมื่อให้ทางหลอดเลือดดำจะไม่มีการเคลื่อนที่ของน้ำเข้าหรือออกจากเซลล์ นการให้สารน้ำชนิด Isotonic จึงช่วยเพิ่มปริมาตรของน้ำที่อยู่นอกเซลล์ ใช้รักษาผู้ที่มีการเสีย น้ำนอกเซลล์มาก เช่น อาเจียน ท้องเดิน หรือมีเลือดออกผิดปกติ
ตัวอย่าง Isotonic solution มีดังนี
5% dextrose in water (D5W) สารละลายประกอบด้วยglucose 50 กรัมให้ พลังงาน170cal/l ข้อควรระวัง ไม่ควรให้ในปริมาตรที่มาก เพราะ สารละลายจะไม่มีโซเดียมเป็น ส่วนประกอบปริมาตรสารละลายที่ให้มากและเร็วจะไปละลายโซเดียมในเลือดให้เจือจาง ท้าให้เกิดสมองบวม (Brain swelling) และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
0.9% NaCl (normal saline) สารละลายมีส่วนประกอบ เฉพาะ Na+ และ Clใช้รักษาชั่วคร่าว เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำนอกเซลล์ และในผู้ป่วย Diabetic ketoacidosis
Lactated Ringer’s solution สารละลายมีส่วนประกอบของอิเลคโทรไลด์หลาย ชนิดที่มีความเข้มข้นเหมือนกับในเลือด (ที่ไม่มีคือ แมกนีเซียมไอออนและ ฟอสเฟต) ใช้รักษา Hypovolemia , Burns , มีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย เช่น สูญเสียน้ำดี Diarrhea ภาวะที่ร่างกายเป็นกรดจากเมตาบอลิกระดับน้อย
Hypertonic Solution
คือ สารละลายชนิดที่มีแรงดันออสโมติกมากกว่า Blood serum ( > 295 mOsm/l) ผลทำให้น้ำออกนอกเซลล์ มาอยู่ใน Intravascular compartment ทำให้เซลล์เหี่ยว จะ ให้กับผู้ป่วยที่มีการสูญเสียโซเดียมจ้านวนมากๆ และผู้ป่วยที่มีน้ำคั่งในเซลล์เพื่อช่วยให้มีการดึงน้ำออกจากเซลล์ เช่น เนื้อสมองบวม ข้อควรระวัง ควรให้ในปริมาณน้อยและให้อย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ ความดันเลือด เพิ่มขึ้น ตัวอย่าง Hypertonic Solution มีดังนี
5% Dextros in 0.45% Nacl ใช้รักษา Hypovolemia , Maintain fluid intake.
10%Dextros in water (D10W) ให้พลังงาน 340 cal/l , Peripheral Parenteral Nutrition (PPN
5% Dextros in 0.9% Nacl (normal saline) ใช้เพื่อทดแทนสารอาหารและอิเลค โทรไลด์
3.Hypotonic Solution
คือ สารละลายชนิดนี มีความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ เป็นครึ่งหนึ่งของสารละลาย Isotonic มีแรงดันออสโมติกน้อยกว่า Blood serum (<275 mOsm/l) จึงท้าให้เกิดการเคลื่อนของน้ำเข้าสู่เซลล์ ซึ่งมีผลทำให้เซลล์ขยายตัวและบวม เซลล์แตกได้ มีประโยชน์ในการทดแทนน้ำที่ร่างกาย สูญเสียโดยไม่ต้องการให้ระดับของโซเดียมในพลาสมาสูงขึ้น ตัวอย่าง Hypotonic Solution มีดังนี
0.33NaCl ( 1/3 strength saline) สารละลายมีส่วนประกอบของ Na+, Cl-,และ Free water ซึ่งไตสามารถเลือกและเก็บ Na+, Cl- ในปริมาณที่ต้องการได้ Free water จะเป็นตัวช่วยให้ไต ก้าจัดSolutesออก
0.45 NaCl ( ½ strength saline) สารละลายมีส่วนประกอบของ Na+ , Cl- และ Free water ใช้รักษา ภาวะที่มีโซเดียมในเลือดสูงเนื่องจากสารละลายประกอบด้วยโซเดียมไอออนน้อยซึ่งจะ ท้าให้โซเดียมในเลือดเจือจางลง
การคำนวณการให้สารน้ำ
การคำนวณสารน้ำ
ก่อนคำนวณสารน้ำต้องทำการเทียบจำนวนหยดต่อมิลลิลิตร (drops/ mL) ก่อนซึ่งจะแตกต่างตามบริษัทผู้ผลิต สามารถดูได้จากชองบรรจุชุดให้สารน้ำ โดยทั่วไปถ้าเป็นชนิดหยดเล็ก (microdrip) ใน 1 mL จะเท่ากับสารน้ำจำนวน 60 หยด หากเป็นชนิดหยดใหญ่ (macrodrip) ใน 1 mlจะเท่ากับสารน้ำจำนวน 10-20 หยุด
อุปกรณ์การณ์ให้สารน้ำ
1.สารน้ำตามแผนการรักษา
2.ชุดให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV administration set)
3.สายต่อขยาย(extension tube) (เป็นอุปกรณ์เสริม)
4.จุกปิดเปิด 3 ทาง(three-ways stopcock)
5.หัวเข็มสำหรับแทง
6.สายรัด (tourniquet)
8.สำลีชุบแอลกอฮอล์70%
9.พลาสเตอร์
10.ผ้าก็อซขนาดเล็กจำนวน1แผ่น
12.เสาน้ำเกลือ
7.ถุงมือสะอาด
11กรรไกร
13.Tagadrem
การเลือกหลอดเลือดสำหรับการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
1.ตำแหน่งและความชัดเจนของหลอดเลือดดำการเลือกหลอดเลือดำสำหรับการให้สารน้ำควรเลือกหลอดเลือดดำที่มีลักษณะค่อนข้างตรงในตำแหน่งที่ไม่ผ่านข้อพับทั้งนี้เพื่อป้องกันปลายเข็มแทงทะลุหลอดเลือดเมื่อมีการเคลื่อนไหวตำแหน่งที่นิยมใช้ในการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำคือ หลอดเลือดบริเวณเหนือข้อมือไม่นิยมให้
ทางหลอดเลือดดำที่เท้าเนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอักเสบ (thrombophlebitis)
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็กและผู้สูงอายุเนื่องจากหลอดเลือดมีความเปราะบางเสี่ยงต่อ
การเกิดหลอดเลือดแตกได้
2.เลือกให้ในตำแหน่งส่วนปลายก่อนเพื่อหลอดเลือดดำในส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมายังสามารถใช้งานได้หากหลอดเลือดส่วนปลายเกิดการอักเสบ
3.เลือกให้แขนด้านที่ไม่ถนัดเพื่อให้สามารถใช้แขน
ด้านที่ถนัดปฏิบัติกิจวัตรต่าง ๆ ได้
ตำแหน่งหลอดเลือดดำที่ใช้แทง (Venipuncture sites) ตำแหน่งหลอดเลือดที่เหมาะสมและ ดีสำหรับการให้สารน้ำคือ หลอดเลือดดำบริเวณท้องแขน ( Accessory cephalic vein , Median antebrachial vein, Median cubital vein) และหลอดเลือดดำบริเวณหลังมือและแขน( Dorsal venous network ,Cephalic vein, Basilic vein , Dorsal metacarpal vein)
วิธีการปฎิบัติการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
1.ตรวจสอบการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำกับคำสั่งการรักษาของแพทย์อีกครั้ง
ประเมินตนเองเกี่ยวกับความรู้และเทคนิคการปฎิบัติการแทงเข็มให้สารน้ำข้อควรพึงระวัง
3.นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปที่เตียงผู้ป่วย
4.ถามชื่อนามสกุล ผู้ป่วยซักประวัติการแพ้ยา สารไอโอดีนหรืออาหารทะเล
บอกวัตถุประสงค์และขั้นตอนการทำให้ผู้ป่วยทราบว่า ขณะแทงเข็มจะรู้สึกไม่สุขสบายและเจ็บเล็กน้อย แต่จะรู้สึกสบายขึ้นขณะสารน้ำไหล พร้อมกับอธิบายแผนการรักษา ระยะเวลาที่ให้ปริมาณสารน้ำที่ได้รับ
6.ล้างมือ
7.การเปิดชุดให้สารน้ำและการต่อกับขวดสารน้ำต้องคำนึงถึงเทคนิคปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัดในการเปิดชุดให้สารน้ำและการต่อกับขวดสารน้ำ
7.1เปิดฝาปิดจุกยางของขวดสารน้ำออก
7.2 ใช้ปากคีบสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70%ใส่มือบีบให้หมาด เช็ดจุกยางขวดสารน้ำ
7.3 เปิดชุดให้สารน้ำปิดที่ปรับหยดสารน้ำดึงฝาครอบปลายเข็มด้านที่มีกระเปาะออก แทงผ่านทะลุจุกยางของขวดสารน้ำ
7.4 แขวนขวดสารน้ำกับเสาแขวนน้ำเกลือ
7.5บีบกระเปาะของชุดให้สารน้ำ ให้สารน้ำไหลลง โดยให้มีปริมาตรครึ่งหนึ่งของกระเปาะ
7.6ดึงฝาครอบปลายเข็มบริเวณส่วนปลายของชุดให้สารน้ำ โดยยึดหลักเทคนิคปลอดเชื้อแล้วเปิดที่ปรับหยดสารน้ำ ให้สารน้ำไหลตามสาย แล้วปิดที่ปรับหยดสารน้ำแล้วใช้ฝาครอบปลายเข็มกลับเหมือนเดิม ด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
8.ปิดป้ายที่ขวดสารน้ำ บอกชื่อยาที่ผสมลงในขวดสารน้ำ(ถ้ามี)และปิดป้ายที่สายชุดให้สารน้ำบอกวันและเวลาที่ต้องเปลี่ยนชุดให้สารน้ำตามนโยบายของโรงพยาบาลโดยปกติจะเปลี่ยนทุก 3 วัน
จัดท่านอน Low Fowler ’s position ใช้ผ้าห่มรองใต้แขนผู้ป่วย
10.เลือกหลอดเลือดดำที่จะให้สารน้ำโดยรัดสายยางเหนือบริเวณที่จะแทงเข็ม 3-4 นิ ว ถ้าเป็นตำแหน่งที่บริเวณหลังมือบอกให้ผู้ป่วยกำมือ
11.เช็ดผิวหนังด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % โดยเช็ดวนออกโดยรอบหรือเช็ดไปทางเดียวกัน
ถอดปลอกเข็มออกจากหัวเข็มด้วยเทคนิคไร้เชื้อระวังปลายเข็มสัมผัสสิ่งปนเปื้อนใช้มือข้างที่ถนัดจับเข็มโดยให้ปลายด้านตัดของเข็มอยู่ด้านบน
13.ยึดผิวหนังบริเวณหลอดเลือดดำที่จะแทงเข็มให้ตึงด้วยมืออีกข้าง
14.แทงเข็ม โดยทำมุมประมาณ 10-30 องศา กับผิวหนังตรงกลางหรือเข้าทางด้านข้างหลอดเลือดดำจนมิดปลายตัดของเข็มแล้วกดมุมลงจนเกือบขนานกับผิวหนังเบนปลายเข็มเข้าหลอดเลือดดำ เมื่อมองเห็นเลือดที่หัวเข็ม แสดงว่าเข็มอยู่ในหลอดเลือดแล้ว จากนั้นปล่อยมือที่ดึงผิวหนังไว้ให้ตึง มาจับหัวเข็มด้านบน อีกมือหนึ่งดึงแกนเข็มออกที่ละน้อยพร้อมๆกับมือที่จับหัวเข็มไว้ดันเข็มพลาสติกเข้าไปตามแนวหลอดเลือดเป็นระยะๆจนสุดเข็ม ยังไม่ต้องดึงแกนเข็มออก
16.ให้ผู้ป่วยคลายมือออก ใช้มืออีกข้างปลดสายยางรัดแขนออกแล้ว แล้วเปลี่ยนมาดึงแกนเข็มออกทิ้งลงชามรูปไตถอดเข็มที่สวมส่วนต่อของชุดให้สารน้ำออก นำมาต่อกับข้อต่อของหัวเข็มพลาสติก ด้วยเทคนิคไร้เชื้อ หมุนให้แน่น
15.ใช้มือที่จับหัวเข็มด้านบนเปลี่ยนมากดบนผิวหนังใกล้ตำแหน่งที่ปลายเข็มพลาสติกอยู่ในหลอดเลือด
17.เปิดที่ปรับหยดสารน้ำ ให้สารน้ำไหลเข้าหลอดเลือดดำ สังเกตผิวหนังบริเวณที่แทงเข็ม ถ้าไม่มีอาการบวม ให้ยึดหัวเข็มกับผิวหนังด้วยพลาสเตอร์ (หรือปิด Sterile gauze แล้วปิดด้วย พลาสเตอร์หรือปิดด้วยฟิล์มแผ่นใส)และปรับอัตราการไหลของสารน้ำตามแผนการรักษา
18.แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวให้ผู้ป่วยทราบและจัดท่าให้ผู้ป่วยสุขสบาย
19.ทำความสะอาดอุปกรณ์และเก็บเข้าที่
20.ล้างมือ
21.เขียนบันทึกการให้สารน้ำใน Nurse ‘s note
การพยาบาลขณะผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับสารน้ำ
บวมตรงตำแหน่งที่แทงเข็มให้สารน้ำเกิดจากการมีสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำ (Infiltration) และมีการแทรกซึมของ สารน้ำคั่งในเนื้อเยื่อใต้ชั้นใต้ผิวหนัง สาเหตุเกิดจากเข็มแทงทะลุออกนอกหลอดเลือด ตรวจพบสารน้ำไหลช้าหรือหยุดไหลโดยไม่มีการหักพับงอหรือกดทับสายให้สารน้ำอาการ และอาการแสดงพบผิวหนังบริเวณที่แทงเข็มจะบวม สัมผัสผิวหนังจะเย็นและปวดแสบ ไม่สุขสบาย ถ้าสารน้ำมียาผสมอยู่ด้วยอาจเกิดการระคายเคืองหรือท้าให้เนื้อเยื่อตายได้
การพยาบาล ให้เปลี่ยนตำแหน่งที่แทงเข็มใหม่ จัดแขนข้างที่บวมให้สูงกว่าลำตัวผู้ป่วยประคบ บริเวณที่บวมด้วยความร้อน เพื่อให้สารน้ำซึมกลับและยุบบวม ถ้าสารน้ำมียาที่ระคายเคืองซึมใต้เนื้อเยื่อ ให้รายงานแพทย์ทราบ
หลอดเลือดดำอักเสบ (Phlebitis) เกิดจากการระคายเคืองและบอบช้ำของหลอดเลือดอาจจาก การเสียดสีจากเข็มบ่อยครั้ง การใช้เข็มขนาดใหญ่แทงหลอดเลือดพบว่าหลอดเลือดดำขนาดเล็กอักเสบได้ง่าย กว่าการระคายเคืองจากยา การอักเสบจากลิ่มเลือดบริเวณปลายเข็ม อาการและอาการแสดงพบตำแหน่ง หลอดเลือดดำที่แทงเข็ม แดงร้อนตามแนวของหลอดเลือด หลอดเลือดดำที่ให้สารน้ำเป็นลำแข็ง ผู้ป่วยจะบ่น ปวดแสบปวดร้อนบางครั้งมีไข้ ผิวหนังรอบๆบริเวณที่แทงเข็มบวมสัมผัสผิวหนังจะอุ่น
การพยาบาล เปลี่ยนตำแหน่งที่แทงเข็มใหม่ ประคบด้วยความเย็นสลับร้อนหรือแพทย์อาจให้ยาทา เพื่อลดความเจ็บปวดและการอักเสบ
ฟองอากาศเข้าไปอยู่ในหลอดเลือด (Air embolism) เกิดจากการไล่ฟองอากาศออกจากสายให้ สารน้ำไม่หมดหรือการปล่อยให้สารน้ำหมดขวดจนมีอากาศผ่านเข้าไปในสายให้สารน้ำหรือการต่อปลายข้อต่อ ของสายให้สารน้ำกับหัวเข็มที่มีช่องว่างให้ฟองอากาศเข้าแทรก อันตรายจากฟองอากาศจะมีมาก ถ้าลอยไปอุดกั นการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยง สมอง หัวใจ ไต อาการที่พบมักเกิดจากหลอดเลือดแฟบแบนทันที คือ อาการเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน ชีพจรเบาเร็ว BP ต่ำ ไม่รู้สึกตัว อาจตายได้ การพยาบาล หยุดการให้สารน้ำจัดท่าให้ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้าย ศีรษะต่ำ ฟองอากาศจะผ่านเข้าไปสู่ หัวใจห้องล่างขวาและเข้าไปในปอด เตรียมอุปกรณ์ให้ออกซิเจน รายงานแพทย์ทันที ตรวจสอบสัญญาณชีพ และสังเกตอาการเปลี่ยนแปลง ในกรณีที่มีลิ่มเลือดอุดตันที่ปลายเข็ม ห้ามใช้กระบอกฉีดยาฉีดสารน้ำดูดหรือฉีดผ่านเข็ม เพราะลิ่ม เลือดจะหลุดเข้าไปในหลอดเลือด ให้เปลี่ยนเข็มและตำแหน่งที่แทงใหม่
การมีสารน้ำมากกว่าปกติในระบบหลอดเลือด (Circulatory overload) เกิดจากการให้สารน้ำมี อัตราหยดเร็วเกินไป ผู้ป่วยจะมีภาวะน้ำเกิน อันตรายในเด็ก สูงอายุ โรคไตหัวใจ ผู้ป่วยอาจหัวใจวาย น้ำท่วม ปอด การพยาบาล ปรับอัตราหยดลดลงจัดท่านอนให้ศีรษะสูงรายงานแพทย์ ให้ออกซิเจนวัดสัญญาณชีพ สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง
การติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia หรือ Septicemia ) เกิดจากมีการปนเปื้อนเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายจากกระบวนการเตรียมสารน้ำ การผสมยาลงขวดสารน้ำหรือฉีดเข้าสายให้สารน้ำที่ปราศจาก เทคนิคการกีดกันเชื้อ การทำความสะอาดผิวหนังไม่ดีพอ ผู้ป่วยจะมีไข้ หนาวสั่นมากหลังได้รับสารน้ำ 30 นาที ความดันโลหิตลดลง คลื่นไส้ อาเจียน การพยาบาล หยุดให้สารน้ำทันที รายงานแพทย์ ตรวจสอบสัญญาณชีพ ส่งตรวจเลือด และสาร น้ำไปเพาะเชื้อ ให้ยาปฎิชีวนะตามแผนการรักษา
นางสาวน้ำฝน เกิดขาว เลขที่ 37 รุ่นที่37 รหัส 62111301039