Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดูแลผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ของชาวกัมพูชา - Coggle…
การดูแลผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ของชาวกัมพูชา
ประวัติศาสตร์กัมพูชา
กัมมพูชา หรือ ก็อมปุเจีย ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา หรือ พระราชอาณาจักรก็อมปุเจีย เป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กัมพูชาเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับที่ 66 ของโลก ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุด คือ พนมเปญ
ระบบสุขภาพในประเทศกัมพูชาได้มีพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาหลายช่วงเวลา อาจกล่าวได้ว่าประเทศกัมพูชาได้เริ่มต้นปฏิรูประบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2534 ภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข (Strengthening Health Systems Project) โดยมีองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นแม่งานหลัก
บริบทและการดำเนินชีวิต
ประเทศกัมพูชา ประกอบด้วยคนเชื้อสายกัมพูชาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศปัจจุบันระบบการแพทย์หลักของประเทศคือระบบการแพทย์แผนตะวันตกแต่ก็ยังมีระบบการแพทย์อื่นๆร่วมอยู่ด้วยโดยเฉพาะระบบการแพทย์พื้นบ้านของกัมพูชา ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
การสร้างบ้านจะอาศัยความร่วมมือกันระหว่างครอบครัว โดยสังคมของกัมพูชาผู้สูงอายุจะเข้าวัดฟังธรรมเมื่อมีงานบุญตามประเพณี ประชาชนหนุ่มสาวและเด็กจะร่วมแรงช่วยเหลือจัดการงานอย่างสม่ำเสมอ
วัฒนธรรมและความเชื่อ
วัฒนธรรม วัฒนธรรมกัมพูชาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติมีพื้นฐานมาจากศาสนาทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู กัมพูชาได้รับอิทธิพลจากอินเดียทางด้านภาษาและศิลปะผ่านทางแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วัฒนธรรมด้านการแต่งงานและการหย่าร้างของชาวกัมพูชา การเลือกคู่ครองเป็นเรื่องที่ซับซ้อนโดยจะต้องดูภูมิหลังทางสังคมประกอบด้วย พ่อแม่มีส่วนในการพิจารณาแต่ก็อาจจะคัดค้านได้
ความเชื่อของชาวกัมพูชา ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 96.9 เป็นศาสนิกชนในพระพุทธศาสนา รองลงมาคือศาสนาอิสลามราวร้อยละ 2 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 0.4
ความเชื่อทางด้านการแต่งงานของชาวกัมพูชา เจ้าบ่าวมักจะสวมชุดครุยและถือดาบ ส่วนเจ้าสาวนั้นจะสวมชุดสไบในงานแต่งงานแบบกัมพูชา การเลือกคู่ครองจะต้องดูภูมิหลังทางสังคม พ่อแม่มีส่วนในการพิจารณาผู้ชายจะแต่งงานในช่วงอายุ 19 – 25 ปี ส่วนผู้หญิงในช่วงอายุ 16 – 22 ปี
ความเชื่อเกี่ยวกับการใช้พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ถือว่าอยู่ในช่วงเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตอย่างสมัยโบราณจึงมักยกสำนวนคำต่างๆมาพร่ำสอนให้หมั่นรักษาศีลปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นแนวทางความดีงามเพื่อเป็นที่พึ่งเป็นขวัญกำลังใจและตั้งมั่นอยู่ในความดีทั้งหลายให้รู้จักมีน้ำอดน้ำทนต่อความลำบากพยายามรักษาจิตใจให้อยู่ในแนวทางที่เป็นบุญเป็นกุศล
ความเชื่อทางด้านศาสนาของชาวกัมพูชา ศาสนาพราหมณ์ เป็นศาสนาเก่าแก่ในกัมพูชาแม้ว่าจะเข้ามามีอิทธิพลในกัมพูชาภายหลังความเชื่อในอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติ พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาในกัมพูชาถือเป็นศาสนาหลักที่มีประชาชนเคารพนับถือถึงร้อยละ 96.9
ประเพณีของชาวกัมพูชา วัฒนธรรมเขมรถือว่าศีรษะเป็นของสูง การสัมผัสศีรษะหรือหันเท้าไปทางศีรษะจึงไม่สุภาพ การทักทายจะใช้ “ซัมเปี๊ยะห์”ที่คล้ายการไหว้ของไทย การสบตากับผู้สูงอายุถือว่าไม่สุภาพ
ด้านการแต่งกายของชาวกัมพูชา การแต่งกายของชาวกัมพูชาต่างกันไปตามชั้นของสังคม ชาวกัมพูชาพื้นเมืองนิยมใช้ผ้าขาวม้าหรือกร็อมาซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชาวเขมรต่างไปจากเพื่อนบ้านคือลาว ไทย และเวียดนาม
โภชนาการและอาหารของชาวกัมพูชา
อาหารกัมพูชา หรือ อาหารเขมร เป็นอาหารที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายในประเทศอินโดนีเซีย อาหารของกัมพูชามีทั้งผลไม้ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เครื่องดื่ม ขนมและซุปต่างๆ ที่รับประทานเกือบทุกมื้อแต่ก๋วยเตี๋ยวยังเป็นที่นิยม
อิทธิพลจากอาหารฝรั่งเศสที่สำคัญคือ “บาแกต” เป็นคำที่เรียกขนมปังในภาษาเขมร ชาวกัมพูชากินขนมปังกับปลา ซาร์ดีนหรือไข่ หรือกาแฟใส่นม
การดูแลสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ของกัมพูชา
การงดเว้นของกินต้องห้าม อาหารรสแซ่บร้อนแยกเป็นอาหารที่มีรสเค็มหมายถึงอาหารที่มีคุณสมบัติเค็มที่สามารถทำให้แสบทุกชนิด
ของเย็น อาหารที่มีอุณหภูมิเย็นเช่นน้ำเย็นทั้งที่เป็นของดิบคือที่ไม่ผ่านการต้องมาก่อนและแม้เป็นน้ำสุกแล้วแต่ปล่อยทิ้งไว้จนอุณหภูมิเย็น
ของที่ต้องห้ามอื่นอีกอาหารต้องห้ามอื่นๆ ชาวพื้นเมืองยังมีความเชื่อเกี่ยวกับอาหารบางชนิดที่มีผลต่อลูกในท้องเช่น เนื้อและไข่ทุกชนิด
อาหารที่อนุญาตสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เนื้อปลาหญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานได้ ทั้งปลาน้ำจืด ปลาน้ำเค็ม เนื้อหอยทุกชนิด ผลไม้พื้นบ้านต่างๆ พืชผักต่างๆ ผักสด ผักลวก
การดูแลการคลอดของชาวกัมพูชา
โดยจะเริ่มตั้งแต่การเตรียมการก่อนคลอดเป็นต้นไปตลอดถึงการดูแลรักษาแม่และลูกอ่อนตามวิธีการแบบชาวพื้นเมืองในการเตรียมผ้าอ้อม นั้นจะเตรียมไว้ แต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้เเลาแรงไม่ขลุกขลักเมื่อถึงวันตลอดโดยนิยมสะสมม้าขึ้นสีดำผ้าขาวม้าผ้าโสร่งที่ค่อนข้างเก่าหรือผ้าที่ไม่ใช้แล้วทั่วไปนำมาฉีกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆกว้างประมาณหนึ่งคืบครึ่ง ยาวประมาณสองคืบครึ่งแล้วนำมาทำความสะอาดเก็บสำรองไว้อย่างน้อยประมาณ 30 ถึง 40 พื้น
การเตรียมเครื่องใช้ประจำห้องคลอด
ภาชนะต้นขานิยมใช้หม้อดิน
หม้ออะลูมิเนียม
ชุดภาชนะใส่อาหารไม่ว่าจะเป็น
ผ้าผล์ค
ฟหามอร์นเครือมาทำคลอด
กระบวนการคลอด
ระยะแรกเจ็บครั้งแรก (cheaptil หรือ clonia Eund) เป็นการเจ็บระยะต้นหรือเรียก อีกองว่าเจ็บหลอกเจ็บเล่น (chian lun)
ระยะที่ 2 (chuu mnong tu)t เจ็บครั้งหนึ่งอีก“ เจ็บอีกครั้ง” หมอตำแยจะรู้ว่าเป็นการเจ็บระยะสุดท้ายใกล้คลอดแล้วและเป็นการเจ็บจริงๆ
การดูแลก่อนคลอดและหลังคลอดของชาวกัมพูชา
ช่วงเวลาของการคลอดและหลังคลอดเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำพิธีทั้งเพื่อขอให้เทวดามาช่วยคุ้มครองรักษาแม่และลูก และป้องกันแม่และลูกจากผีร้ายที่จะมาทำอันตราย พิธีที่ต้องทำ เช่น ปิตีทวมเลกจอมกาน (Pi Tee Tom Lak Chomkran) หรือไหว้ผีบรรพบุรุษ ปิตีบุญประกาศชาหมอบ (Pi Tee Bun Pagard Chhmob) หรือพิธีขอบคุณหมอตำแย
ในสังคมกัมพูชาความเชื่อเรื่องการควบคุมสมดุลร้อน-เย็นในร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมากในการดูแลผู้หญิงทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด
ความเชื่อเรื่อง ตั๊ว (Toas) หรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังการคลอดมีสาเหตุมาจากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดต่างๆ โดย ตั๊ว จะมีหลายอาการตั้งแต่ท้องเสีย ปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น ไม่มีแรง ไปจนถึงเสียสติ
การรักษาตั๊วแต่ละชนิด
การรักษาตั๊วแต่ละชนืดมีตั้งแต่การใช้ยาสมุนไพร การทำพิธีขอขมาผีปู่ตา ไปจนถึงการ ดื่มน้ำผสมผมที่เผาแล้วของสามีและการดื่มน้ำแช่อวัยวะเพศสามี อย่างไรก็ดีวัฒนธรรมการเยียวยาแบบพื้นบ้านกัมพูชาเหล่านี้ก็ไม่ได้ตายตัว แน่นิ่ง ไร้การเคลื่อนไหว เพราะเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
อันตรายที่เกิดกับหญิงหลังคลอด
หญิงบางรายเมื่อคลอดลูกแล้วเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงเช่น ตกเลือด ชาวพื้นเมืองเชื่อว่าเกิดจากถูกผีปอบกินข้างในจึงเกิดการตกเลือดให้เห็นในวันตลอดทำให้ตายทั้งแม่ทั้งลูก
การให้นมลูก
ตามปกติแม่ลูกอ่อนสามารถมีน้ำนมให้ลูกกินหลังจากคลอดแล้วประมาณหนึ่งวันน้ำนมเหลืองหรือน้ำนมสีทองจะถูกบีบทิ้งก่อนจากนั้นจึงให้ลูกดูดน้ำนมสีขาวขุ่นต่อไป
การโกนผมไฟ
จัดเครื่องพิธีโกนผมไฟอาจจัดเป็น 2 ชุดคือชุดกระเชอข้าวเปลือกใบใหญ่ และชุดกระเชอข้าวเปลือกใบเล็ก กระเชอข้าวเปลือกใบใหญ่สำหรับให้เด็กนั่งต่างม้านั่งเพื่อโกนผมไฟ (บางทีก็ใช้เพียงกระเชอใบเล็กโดยประคองเด็กเหนือเครื่องพิธีที่วางบนกระเชอใบเล็กพอประมาณ) ส่วนกระเชอใบเล็กเป็นที่จัดวางอุปกรณ์ในการโกนผมไฟ
การสาธารณสุขของกัมพูชา
Operational District (OD) เป็นสถานบริการทางการแพทย์ที่ให้บริการประชาชนในระดับตำบล มีจำนวนทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วประเทศ
โรงพยาบาลศูนย์ของจังหวัด (Referral hospital) มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุมประชากร ประมาณ 100,000-200,000 คน มีจำนวนทั้งสิ้น 74 แห่งทั่วประเทศ
ศูนย์อนามัย (Health center) มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุมประมาณ 8,000-12,000 คน มีจำนวนทั้งสิ้น 957 แห่งทั่วประเทศ
Health Post มีจำนวน 95 แห่งทั่วประเทศ
การเจ็บป่วยและการพยาบาลเด็กอ่อน
การเจ็บป่วย วัยทารกเป็นวัยบอบบางมีภูมิคุ้มกันโรคน้อยหากถูกลมโกรกหรือถูกอากาศหนาวเย็นมักไม่สบายเป็นไข้ มีอาการเป็นหวัด ซึ่งจะสังเกตเห็นมีน้ำมูกใส ๆ ไหลอออกจากช่องจมูกตลอดเวลาหรือมักมีอาการจามเป็นระยะ หายใจขัด ดึงจมูก “จมูกไม่โล่ง
การพยาบาลชาวพื้นเมืองมีวิธีป้องกันเด็กทารกเป็นหวัดด้วยการให้แม่เด็กหัวไพล มาเคี้ยวให้ละเอียดแล้วแปะปิตบาง ๆ ที่กระหม่อมนุ่ม ๆ ของเด็กทารกซึ่งเป็นจุดเปราะบางต่อการกระทบกระแทก
sdoh muan พ่นมนตร์“ พ่นโดยใช้มนตร์คาถากำกับ” การแก้ วิธีแรกนี้ จะเขียนหมาก 7 ชิ้นหัวไพล 7 แว่นหรือ 7 ชิ้นเดี๋ยวให้ละเอียดรายมนตร์แล้วพ่นใส่ตัวเด็ก
พ่นรากหญ้าคา“ พ่นโดยใช้รากหญ้าคา "การแก้ taaphaan จะเคี้ยวรากหญ้าคาให้ละเอียดแล้วพ่นใส่ตัวเด็กอาจไม่ใช้คาถาวกับแค่เจาะจงต้องใช้รากหญ้าคา เท่านั้น
การพยาบาลที่สอดคล้องกับการพยาบาลข้ามวัฒนธรรมของชาวกัมพูชา
อธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรหรือรับประทานอาหารที่มีแอลกอฮอล์ผสมจะเกิดผลเสียกับลูกในท้องและคุณแม่
แนะนำไม่ให้ใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือ อบสมุนไพรที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป
แนะนำในการนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอรวมถึงท่านอนที่เหมาะสม
แนะนำประเภทและหมวดหมู่ของอาหารที่จำเป็นต่อคนตั้งครรภ์ และเป็นประโยชน์ต่อเด็กในครรภ์
การเตรียมสถานที่คลอด
เมื่อใกล้วันคลอดผู้ใหญ่ในบ้านหรือสามีจะช่วยกันเตรียมสถานที่ตลอดซึ่งส่วนใหญ่ใช้ห้องนอนห้องใดห้องหนึ่งหรือกั้นฝาผนัง ดีฝาผนัง“ กันฝาผนัง” ที่มุมบ้านมุมใดมุมหนึ่งอย่างมิดชิด เพื่อป้องกันลมโกรกภายในห้องคลอด งัดหรือเลื่อนกระดาน ออก 2-3 แผ่นแล้วปูด้วยฟาก kraal riiap คือเอาไม้ไผ่มา ผ่าเป็นซีก ๆ ผูกเป็นแพแล้วจึงปลงไปเพื่อเป็นที่อยู่ไฟ