Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดูแลผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น - Coggle Diagram
การดูแลผู้ป่วยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น
ความเป็นมาของญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 日本 โรมาจิ: Nihon/Nippon ทับศัพท์: นิฮง/นิปปง, ชื่ออย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่น: 日本国 โรมาจิ: Nihon-koku/Nippon-koku ทับศัพท์: นิฮงโกกุ/นิปปงโกกุ) เป็นรัฐเอกราชหมู่เกาะในเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกฝั่งตะวันออกของแผ่นดินใหญ่เอเชีย ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลีและประเทศจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์เป็นเส้นแบ่งแดน
มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกตามจีดีพีราคาตลาด และอันดับ 4 ของโลกตามความเท่าเทียมของอำนาจซื้อ และยังเป็นผู้ส่งออกและนำเข้ารายใหญ่สุดอันดับ 4 ของโลกด้วย ประเทศญี่ปุ่นมีกำลังแรงงานทักษะสูง และถือเป็นประเทศที่มีการศึกษาสูงสุดประเทศหนึ่งของโลก แม้ประเทศญี่ปุ่นสละสิทธิประกาศสงคราม แต่ยังมีกองทหารสมัยใหม่และมีงบกองทัพมากเป็นอันดับ 8 ของโลก
คนญี่ปุ่นนับถือพุทธชินโตเยอะที่สุด และคนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งไม่นับถือศาสนาใดเลย แต่ยึดถือลัทธิการเมืองตามความชอบใจของตน ในอดีตศาสนาในญี่ปุ่นถูก ผสมผสานจนทำให้พิธีกรรมทางศาสนานั้นมีความหลากหลาย นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 มีลัทธิต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะอาดที่สุด ถึงจะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมภายในประเทศอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วเป็นประเทศที่ค่อนข้างสะอาด ตามถนนในเมืองและสถานที่ส่วนใหญ่จะไม่มีขยะหลงเหลือให้เห็น เพราะความสะอาดเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมหลัก
อุปนิสัยของชาวญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีมารยาทมาก ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการทักทาย มารยาทในการเข้าห้องน้ำ มารยาทในการใช้รถไฟฟ้า มารยาทในการทิ้งขยะ หรือแม้กระทั่งมารยาทในการทานราเมง
การกล่าวคำทักทาย สำคัญมากสำหรับคนญี่ปุ่น เป็นธรรมเนียมขั้นพื้นฐานที่ชาวญี่ปุ่นถือปฏิบัติ โดยคำทักทายที่ไม่ใช่แค่สวัสดีหรือสบายดีไหมแต่เป็นกล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ ต่อกัน
คนญี่ปุ่นจะมีความพิถีพิถันและเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคมมาก คนญี่ปุ่นจะมีคำพังเพยอยู่ว่า อย่าทำตัวเด่นจะเป็นภัย หรือ derukui wa utareru 出る杭は打たれる ทำให้ผู้คนของชาวญี่ปุ่นมักจะทำอะไรที่พร้อมเพียงกัน ไม่แตกแถว
คนญี่ปุ่นรักความสะอาด ถือเป็นลักษณะเด่นของชาวญี่ปุ่นที่ทำให้ทั่วโลกตะลึงกันมานานแล้ว เช่น ในเรื่องการสร้างนิสัยแยกขยะที่สำคัญมากๆ บ้านไหนที่แยกขณะไม่ถูกก็จะโดนตำหนิ ซึ่งพวกเขาสร้างนิสัยความรักสะอาดการตั้งแต่เด็ก
คนญี่ปุ่นรักษาเวลาและตรงต่อเวลามาก ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นที่สุด
คนญี่ปุ่นตั้งใจได้ทุ่มเทให้กับการทำงาน ตั้งใจทำงานเสมือนเป็นเจ้าของบริษัท ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอย่างมาก
คนญี่ปุ่นไม่ค่อยที่จะยืนยันความคิดเห็นของตนเอง จะมีคำพูดแบบกำกวม เพราะคนญี่ปุ่นถือว่าการให้เกียรติคนอื่นสำคัญกว่าการแสดงความคิดเห็น
คนญี่ปุ่นประหยัดและอดออมเก่งมาก เนื่องจากหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง หลังจากนั้นพวกเราก็ให้ความสำคัญและถือปฏิบัติกันมาจึงเป็นสิ่งสำคัญมา
ภาษากับการสื่อสารกับชาวญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่น ชื่อประเทศญี่ปุ่นเรียกว่า นิปปง หรือ นิฮง ซึ่งใช้คันจิตัวเดียวกันคือ คำว่า นิปปง มักใช้ในกรณีที่เป็นทางการ ส่วนคำว่า นิฮง จะเป็นศัพท์ที่ใช้โดยทั่วไป ประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นใช้ชื่อประเทศว่า "นิฮง/นิปปง" ตั้งแต่ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 จนถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 13 ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ และทำให้ญี่ปุ่นมักถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย
ในผู้ป่วยสูงอายุ ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ ในการปฏิบัติดูแลผู้ป่วย ควรมีล่ามหรือนักแปลภาษา คอยช่วยในการสื่อสารกับผู้ป่วย
วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น
“กิโมโน” เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น เป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่นชาวญี่ปุ่น ชุดกิโมโนจะมีหลายหลากแบบ สามารถเลือกใส่ตามวาระโอกาสสำคัญต่างๆ
อาหารญี่ปุ่นแบบโบราณยังคงมีและสืบทอดจากรุ่นต่อรุ่น และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลกมีความหลากหลายมากมีรสชาติที่มีเลยเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น
ฮานามิหรือการชมดอกซากุระ คนญี่ปุ่นจะมีการฉลองกับความงามของดอกซากุระที่บานสะพรั่งในช่วงเวลาไม่กี่อาทิตย์ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคม
สวนของญี่ปุ่นมีความเป็นเอกลักษณ์ มีความหมายเกี่ยวกับความงามตามธรรมชาติ ศาสนา ลัทธิ ประเพณี ปรัชญา ความนึกฝัน ศิลปวัฒนธรรมและความเชื่อถือในโชคลาง
พิธีชงชา เป็นพิธีกรรมที่ทรงคุณค่า มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นพิธีที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยปรัชญาในการดำเนินชีวิต
การเขียนพู่กันญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นมีประวัติอันยาวนานในการสร้างตัวอักษรที่สวยงามโดยเฉพาะการเขียนอักษรจากไปพู่กัน ยังช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ฝึกสมาธิและสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กัน
อิเคบานะ หรือการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก การจัดดอกไม้แบบอิเคบานะ คือการจัดสมดุลย์ของดอกไม้เพื่อให้เกิดความงามและสื่อถึงความสงบความสมดุลย์และการสื่อสารกับธรรมชาติ
การแข่งซูโม่ เป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่น รวมไปถึงยังประเพณีของคนญี่ปุ่นอย่างการลอยเกลือไปที่แหวนของสนามแข่งขันเพื่อเป็นการชำระล้างความชั่วก่อนมีการแข่งขัน
เกอิชาและไมโกะ เกอิชาเป็นผู้หญิงสวมชุดกิโมโนและแต่งหน้าพิเศษที่สร้างสีสันให้กับแขกโดยการใช้ศิลปะและการแสดงประเพณีศิลปะการเต้นรำและร้องเพลง และไมโกะ คือเกอิโกะฝึกหัด หรือผู้ที่กำลัง เรียนรู้วิถีของเกอิชา
นักแสดงคาบูกิ คาบูกิ เป็นประเพณีเก่าแก่ของโรงละครญี่ปุ่นที่สร้างและเล่นตั้งแต่ทศวรรษที่ 17 คาบูกิ แสดงถึง นพธรรมเนียมประเพณีและแสดงให้เห็นถึงบทป่าชายและหญิง
คนญี่ปุ่นจะนิยมทานสาเกไปพร้อมกับอาหารในร้านอาหาร พอเข้ากันได้ดีกับอาหารล่ะประเภท โดยสาเกทำจากข้าวคุณภาพโคจิรา โมล่ายีสต์และน้ำสะอาด
ความเชื่อของคนญี่ปุ่น
ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนพราะเชื่อว่าอุปกรณ์ที่ใช้ตัดเล็บในเวลานั้นมีพลังวิญญาณที่เรียกว่า เรเรียวกุ ในภาษาญี่ปุ่น ที่สามารถดึงดูดให้วิญญาณเข้ามาหาได้
เวลารถขนศพวิ่งผ่านให้รีบเก็บนิ้วโป้งเพราะเชื่อว่ารถขนศพจะมีวิญญาณของผู้ตายตามติดอยู่กับโลงศพ ถ้าไม่รีบเก็บนิ้วโป้งเวลาเห็นรถขนศพวิ่งผ่านจะเปิดโอกาสให้วิญญาณผ่านเล็บนิ้วโป้งเข้ามาในร่างของเรา
ห้ามผิวปากตอนกลางคืนเพราะสมัยก่อนโจรหรือหัวขโมยของญี่ปุ่นจะใช้การผิวปากเพื่อส่งสัญญาณให้กันและกัน ดังนั้นการผิวปากจึงมีความเกี่ยวโยงกับขโมยขโจร และเกิดเป็นความเชื่อว่าถ้าใครผิวปากตอนกลางคืนจะเป็นการดึงดูดให้โจรขึ้นบ้าน
ตัวเลข ได้แก่ เลข 4 เพราะสี่ หรือ ชิ ในภาษาญี่ปุ่นไปพ้องเสียงกับคำว่า ที่แปลว่าความตาย อีกเลขอัปมงคลคือ เลข 9 เพราะเก้า หรือ คุ พ้องเสียงกับคำว่า คุ ที่แปลว่าความเจ็บปวดทรมาน
อย่านอนหันหัวไปทางทิศเหนือเพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าการนอนหันหัวทางทิศเหนือจะทำให้โชคร้าย หรือที่แย่ยิ่งกว่านั้นอาจนำมาซึ่งความตายของผู้นั้นเลยก็เป็นได้
การเลือกอาหารมงคล ญี่ปุ่นจะรับประทาน “โมจิ” (mochi) คือข้าวเหนียวที่นำมาตำจนแหลกเป็นเนื้อเดียวกันแล้วปั้นเป็นก้อนรับประทาน เนื่องจากเสียงอ่านคำว่า “โมจิ” หมายถึง “มี” หรือ “มั่งมี” และ“กุ้งใหญ่” เพราะตัวกุ้งมีลักษณะโค้ง หัวกับหางโค้งงอเข้าหากัน ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าหมายถึง “การมีอายุยืน”
ความเชื่อเรื่องปีชงของคนญี่ปุ่น
ปีชง หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ยาคุโดชิ” หรือบางคนจะมองว่าปีเบญจเพส แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วปียาคุโดชิจะไม่ได้มีเพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิต
ปีชงของผู้ชาย ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ปีชงของผู้ชายจะอยู่ที่ช่วงอายุ 4 ปี 13 ปี 25 ปี 42 ปี 61 ปี โดยปีชงของผู้ชายที่ว่ากันว่าเป็นช่วงที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษก็คือ ปีชงในช่วงอายุ 42 ปี ซึ่งว่ากันว่าจะเกิดภัยพิบัติและความโชคร้ายขึ้นได้ง่าย และควรจะระวังตัวตั้งแต่ปีก่อนหน้าปีชงกันเลยจะดีกว่า
ปีชงของผู้หญิง ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ปีชงของผู้หญิงจะอยู่ที่อายุ 4 ปี 13 ปี 19 ปี 33 ปี 37 ปี 61 ปี โดยปีชงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือช่วงอายุ 33 ปี เมื่อนับรวมปีก่อนและปีหลังปีชงแล้ว คนญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าผู้หญิงเมื่อเริ่มเข้าสู่วัย 30 นั้นเป็นช่วงที่ควรต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
มารยาทของคนญี่ปุ่น
ปฏิสัมพันธ์คนรอบข้าง คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะทักทายกันด้วยการจับมือหรือโค้งคำนับละจะมีการกล่าวคำทักทายว่า “Sumimasen” (ซูมิมาเซ็ง) หมายถึง “ขออภัย” ใช้ในความหมายว่า “ขออนุญาต” ถ้าเป็นคนที่มีอายุมากกว่าเราหรือคนที่เราไม่สนิทเราจะมีการโค้งคำนับแถนที่จะจับมือ
การถอดรองเท้า บ้านพักของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เวลาจะเขาไปบ้านพักของใครเราจะต้องถอดรองเท้าไว้ข้างหน้าและวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยจะกล่าวคำว่า “ojamashimasu” (โอจะมะชิมัส)
การรับประทานอาหารคนญี่ปุ่นเมื่อจะมีการรับประมาณจะพูดคำนี้เสมอว่า “itadakimasu” (อิตะดะชิมัส) ซึ่งแปลว่า “ ฉันดีใจกับอหารมื้อนี้ ” และเมื่อรับประทานอาหารเสร็จจะพูดว่า “gochisosama desu” (โกชิโซะซะมะ เดส) แปลว่า “ขอบคุณสำหรับอาหาร” ถ้าเกิดกินข้าวไม่หมดคนญี่ปุ่นจะไม่คิดว่าเป็นการเสียมารยาทและการห่อกลับบ้านคือสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะไม่เหมาะสม
มารยาทในการที่ไม่ถามจุกจิก คนญี่ปุ่นจะเป็นคนชอบช่วยเหลืออยู่แล้วเมื่อเรามีคำถามถามเขาเราไม่ควรที่จะไปกดดันเขาเมื่อเข้าไม่เข้าใจคำถามเรา เราควรกล่าวขอบคุณ แล้วไปถามคนอื่นแทน
โภชนาการและอาหารของชาวญี่ปุ่น
ธัญพืช พวกถั่ว ผัก เป็นอาหารที่ถูกวิจัยมาแล้วว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ๆ จะเลือกทานอะไรอาจจะแล้วแต่ตนเอง แต่อย่าลืมว่าอาหารที่เราทานมีผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น คือ ให้เลือกทานอาหารกับเมนูเพื่อสุขภาพ
ผัก ญี่ปุ่น มัคมีพืชผักที่มีเฉพาะตามฤดูกาลในฤดูกาลหนึ่งและพืชผักที่มีทุกฤดูกาลแต่พืชผักที่มีตามฤดูกาลนั้นจะมีสารอาหารและวิตามินมากมีแนวทางเลือกตามฤดูการ
โปรตีน สำหรับโปรตีนดีๆนั้นจะได้จากเนื้อสัตว์ต่างๆเช่นปลา นม ถั่ว ถ้าโปรตีนนั้นมีอะมิโนที่ใกล้กับร่างกายเมื่อทานเข้าไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนโปรตีนนั้นนั้นมาใช้ได้ทันที
ไขมัน คนญี่ปุ่นใจนิยมเลือกทานไขมันดีๆ เช่นถั่ว อโวคาโด เนยแต่บางสิ่งที่ไม่ทำจากธรรมชาติควรระวังเช่น มาการีน ทานมากอาจไม่ดีต่อสุขภาพ
การพยาบาลแก่ผู้สูงอายุคนญี่ปุ่นในบ้านพักผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น
บ้านพักผู้สูงอายุเป็นสถานที่ดูแล พักฟื้น และให้การช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวันแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่ต้องการพักฟื้นระยะสั้น และผู้ป่วยที่ต้องการพักฟื้นระยะยาว เช่น ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหรือการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย โดยผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะภายใต้การจัดการที่เป็นระบบ
บทบาทการพยาบาลในผู้สูงอายุ
เน้นการให้ผู้ป่วยดำรงชีวิตได้อย่างปกติ
ดำรงสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย และด้านจิตใจ
ส่งเสริมให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด
ป้องกันการเจ็บป่วยเรื้อรัง และภาวะแทรกซ้อน
ฟื้นฟูสุขภาพให้กลับสู่สภาพปกติ
เน้นการเอื้ออาทรผู้สูงอายุ
ให้เกียรติและเคารพในความอาวุโส
ส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ
ส่งเสริมความสามารถในการดูแลและความปลอดภัยของผู้สูงอายุ
อำนวยความสะดวก
ช่วยเหลือในการดูแลการอาบน้ำ การรับประทานอาหาร ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
เปลี่ยนท่านอนของผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมง, การขับถ่าย ดูแลเรื่องความสะอาดและความเปียกชื้น
ทำกายภาพบำบัดของผู้สูงอายุที่ต้องนอนติดเตียงให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อต่างๆ ติดขัด
ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
โดยมีเสริมสุขผู้สูงอายุด้วยการสร้างสุข 5 มิติ
สุขสบาย (Happy Health) ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง คล่องแคล่ว
สุขสนุก (Recreation) มีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อน พูดคุยกับคนในครอบครัว
สุขสง่า (Integrity) สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง มีคุณค่า
สุขสว่าง (Cognition) เป็นความสามารถของสมองทั้งด้านความจำ ความคิดอย่างมีเหตุผล
สุขสงบ (Peacefulness) ผู้สูงอายุสามารถเข้าใจและจัดการอารมณ์เพื่อให้เกิดความสงบทางใจ