Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เทอม 1 / 2564 (6) วิศกรรมข้อมูล - Coggle Diagram
เทอม 1 / 2564 (6)
วิศกรรมข้อมูล
บทที่ 1
คำอธิบายรายวิชา
ฐานข้อมูล
การสร้างแบบจำลอง
การรวบรวมข้อมูล
ข้อมูลขนาดใหญ่
แบบจำลองข้อมูล
การจัดโครงสร้างข้อมูล
การทำข้อมูลให้เป็นมาตรฐานการวิเคราะห์
การออกแบบฐานข้อมูล
การรวมข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการในการรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องสำหรับแอพลิเคชั่น
การเตรียมข้อมูลที่มีค่า
การออกแบบโครงสร้าง
การติดตั้ง การทดสอบ และการจัดการข้อมูล รองรับการบริหารจัดการ ปรับปรุงให้พร้อมใช้ ความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ
คุณลักษณะของระบบข้อมูลและสารสนเทศที่พึงประสงค์
ตรงตามความต้องการ
ถูกต้อง
แม่นยำ
รวดเร็ว
รูปแบบเหมาะสม
สรุป : ระบบข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกต้อง จะทำให้สามารถตัดสินใจได้ถูกต้องตามรูปแบบ ถูกต้องตามเวลา
แนวคิดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล
ความรู้พื้นฐานเรื่อง
เขตข้อมูล
คือ การนำอักระหลายตัวรวมกัน มีความหมาย
เรียกว่า ฟิลด์ (Field)
ระเบียน
คือ กลุ่มของ ฟิลด์ที่สัมพันธ์กัน
เรียกว่า เรคอร์ด (Record)
แฟ้มข้อมูล
คือ กลุ่มของรายการข้อมูลที่สัมพันธ์หรือเหมือนกัน
เรียกว่า ไฟล์ (File)
เช่น แฟ้มข้อมูลทะเบียนประวัตินักศึกษา แฟ้มเก็บรายชื่อหนังสือในห้องสมุด
โครงสร้างของแฟ้มข้อมูล
ไฟล์
เรคอร์ด
ฟิลด์
ไบต์
บิต
แนวคิดเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
ข้อมูล
คือ กลุ่มของข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมไว้
มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
การบริหารฐานข้อมูล
หน้าที่ผู้บริหารฐานข้อมูล
กำหนดโครงสร้าง / รูปแบบ ของฐานข้อมูล
กำหนดโครงสร้างของอุปกรณ์เก็บข้อมูล และวิธีการเข้าถึงข้อมูล
กำหนดขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้
ความสำคัญของระบบฐานข้อมูล
ลดการเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อน
รักษาความถูกต้องของข้อมูล
ป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูล
สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
มีความเป็นอิสระของข้อมูล
เมื่อเพิ่ม หรือแก้ไข จะไม่กระทบกับตารางอื่น
สามารถขยายงานได้ง่าย
ทำให้ข้อมูลบูรณะกลับสู่สภาพปกติ (ได้รวดเร็วและมีมาตรฐาน)
ระบบการจัดการฐานข้อมูล
มีหน้าที่
ดูแลการใช้งานให้ผู้ใช้งาน
ควบคุมระบบความปลอดภัยของข้อมูล
ควบคุมการใช้ข้อมูลในสภาพที่มีผู้ใช้งานพร้อมกันหลายคน
ประโยชน์ของระบบจัดการฐานข้อมูล
ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
รักษาความถูกต้องของข้อมูล
มีความเป็นอิสระของข้อมูล
มีความปลอดภัยของข้อมูล
ใช้ข้อมูลร่วมกันโดยมีการควบคุมจากศูนย์กลาง
แนวคิดฐานข้อมูลแบบต่าง ๆ
ฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น (Hierarchical Data Model)
ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย (Network Data Model)
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้
ฐานข้อมูลแบบสัมพันธ์ (Relational Data Model)
โครงสร้างของฐานข้อมูลอยู่ในรูปของรีเลชั่น หรือ ตาราง
ประกอบด้วย
แถว (Tuple)
สดมภ์ (Attribute)
การควบคุมความถูกต้อง
Tupl มีข้อมูลไม่ซ้ำ
Tuple ไม่มีลำดับจากบนล่าง
Attribute ไม่ลำดับจากซ้ายไปขวา
ค่าของ Attribute ทุกค่าต้องเป็น atomicity
Ex ของภาษปฏิบัติการ เช่น SQL
ลำดับชั้นการจัดเก็บข้อมูล
Fild
Record
File
Database
ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล
ข้อมูลถูกแบ่ง และ เก็บแยกจากกัน
ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน
มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล
รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน
ฝดปรแกรมที่ใช้ไม่ยืดหยุ่น
รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง Entity
แบบ 1 : 1 (One-to-one)
ประชาชน กับ บัตรประชาชน
แบบ 1 : M (One-to-many)
สมาชิก กับ หนังสือ
แบบ m : n (Many-to-many)
แบบสัมพันธ์กับเอนทิตี้ของตัวเอง (Recursive)
แบบจำรองความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
Entity - Relationship Model (E-R Model)
ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
Data Model
คือ แบบจำรองที่ใช้เป็นเครื่องมือ ในการ แสดงโครงสร้าง ภายในระบบฐานข้อมูล
ใช้รูปภาพเป็นสื่อการแสดง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและเรียนรู้
คุณสมบัติของ Model
Expresiveness
เป็นเครื่องมือสามารถอธิบายแสดงโครงสร้างของข้อมูลชัดเจน ครบถ้วน
Simplicity
ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่ซับซ้อน
Minimality
โครงสร้างข้อมูลชัดเจน ไม่กำกวม
Formality
ข้อมูลไม่ซ้ำซ้อน มีรูปแบบมาตรฐาน
องค์ประกอบของ E-R Model
โครงสร้างพื้นฐาน ของ E-R Model ได้แก่
Entity
Attribute
Relationship
Key
Domain
Entity set (ความสัมพันธ์ในกลุ่ม Entity เดียวกัน)
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
Strong Entity set
Entity set ใดๆ ที่มี Attribute ภายในเพียงพอที่จะเป็น PK
Weak Entity set
Entity set ที่มี Attribute ภายในทั้งหมด ไม่สามารถเป็น PK ต้องอาศัย Attribute อื่นทำหน้าที่ PK Strong Entity set มาช่วย
Relationship set
กลุ่มของ Relationship ที่มีความสัมพันธ์ / อยู่ในประเภทเดียวกัน
สถาปัตยกรรมฐานข้อมูล
มี 3 ระดับ
External Level (ระดับภายนอก)
เป็นระดับการมอง / View สำหรับผู้ใช้แต่ละคน
Conceptual Level (ระดับหลักการ)
ระดับของการออกแบบฐานข้อมูล
Internal Level (ระดับภายใน)
เป็นระดับของการจัดเก็บฐานข้อมูลในหน่วยเก็บข้อมูลสำรองจริง ๆ
เรียกใช้
แก้ไข
ฐานข้อมูลควรประกอบด้วย Entity ฤะะพริีะำ เรียกว่า Data Schema