Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ - Coggle Diagram
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
ชนิดและขนาดของสารน้ำที่ให้ทางหลอดเลือดดำ
Isotonic solution
เป็นสารน้ำที่มีความเข้มข้น (osmolarity) เท่ากับสารน้ำในร่างกาย
ให้เพื่อทดแทนสารน้ำที่ร่างกายสูญเสีย ใช้รักษาผู้ที่มีการเสียน้ำนอกเซลล์มาก เช่น อาเจียน มีเลือดออกผิดปกติ
ตัวอย่าง Isotonic solution มีดังนี้
5% dextrose in water (D5W)
สารละลายประกอบด้วยglucose 50 กรัมให้ พลังงาน170cal/l
ข้อควรระวัง
ไม่ควรให้ในปริมาตรที่มาก เพราะ สารละลายจะไม่มีโซเดียมเป็น ส่วนประกอบปริมาตรสารละลายที่ให้มากและเร็วจะไปละลายโซเดียมในเลือดให้เจือจาง ทำให้เกิดสมองบวม (Brain swelling) และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
0.9% NaCl
สารละลายมีส่วนประกอบ เฉพาะ Na+ และ Cl- ใช้รักษาชั่วคร่าวเพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำนอกเซลล์และในผู้ป่วย Diabeticketoacidosis
Lactated Ringer’s solution
สารละลายมีส่วนประกอบของอิเลคโทรไลด์หลาย ชนิดที่มีความเข้มข้นเหมือนกับในเลือด (ที่ไม่มีคือ แมกนีเซียมไอออนและ ฟอสเฟต)
ใช้รักษา Hypovolemia , Burns , มีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย เช่น สูญเสียน้ำดี Diarrhea ภาวะที่ร่างกายเป็นกรดจากเมตาบอลิ กระดับน้อย
Hypertonic Solution
เป็นสารน้ำที่มีความเข้มข้นมากกว่าสารน้ำในร่างกาย ผลทำให้น้ำออกนอกเซลล์ มาอยู่ใน Intravascular compartment ทำให้เซลล์เหี่ยว
ตัวอย่าง
Hypertonic Solution มีดังนี้
5% Dextros in 0.45% Nacl ใช้รักษา Hypovolemia , Maintain fluid intake.
10%Dextros in water (D10W) ให้พลังงาน 340 cal/l , Peripheral Parenteral Nutrition (PPN)
5% Dextros in 0.9% Nacl (normal saline) ใช้เพื่อทดแทนสารอาหารและอิเลคโทรไลด์
จะให้กับผู้ป่วยที่มีการสูญเสียโซเดียมจำนวนมากๆ และผู้ป่วยที่มีน้ำคั่งในเซลล์เพื่อช่วยให้มีการดึงน้ำออกเซลล์ เช่น เนื้อสมองบวม
ข้อควรระวัง ควรให้ในปริมาณ น้อยและให้อย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น
Hypotonic Solution
เป็นสารน้ำที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าสารน้ำในร่างกาย ซึ่งมีผล ให้เซลล์ขยายตัว และบวม ใช้เพื่อทดแทนสารน้ำที่ร่างกายสูญเสีย โดยที่ระดับของโซเดียมในพลาสมาไม่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่าง Hypotonic Solution มีดังนี้
0.33NaCl
สารละลายมีส่วนประกอบของ Na+, Cl-,และ Free water ซึ่งไตสามารถเลือกและเก็บ Na+, Cl- ในปริมาณที่ต้องการได้ Free water จะเป็นตัวช่วยให้ไต ก้าจัดSolutesออก
0.45NaCl
สารละลายมีส่วนประกอบของNa+,Cl-และ Free water ใช้รักษาภาวะที่มีโซเดียมในเลือดสูงเนื่องจากสารละลายประกอบด้วยโซเดียมไอออนน้อยซึ่งจะ ทำให้โซเดียมในเลือดเจือจางลง
มีประโยชน์ในการทดแทนน้ำที่ร่างกาย สูญเสียโดยไม่ต้องการให้ระดับของโซเดียมในพลาสมาสูงขึ้น
อุปกรณ์การให้สารน้ำ
1.สารน้ำตามแผนการรักษา
ป้ายปิดขวดสารน้ำ
2.ชุดให้สารน้ำบรรจุซองผ่านการฆ่าเชื้อ
3.เข็ม(IV catheter)
4.หัวต่อชนิด 3 ทาง
5.สายยางรัด (tourniquet) 6.ถุงมือสะอาด
7.เสาแขวนขวดสารน้ำ 8.สำลีเเอลกอฮอล์ 70%
9.แผ่นโปร่งแสงปิดตำแหน่งที่แทงเข็มหรือพลาสเตอร์
10.ติดสติ๊กเกอร์สีตามวันที่ครบกำหนดเปลี่ยนเข็ม
การเลือกตำแหน่งที่ให้สารน้ำและตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง
หลอดเลือดดำที่เหมาะสมสำหรับการให้สารน้ำ (Venipuncture site, common IV Site) ได้แก่
หลอดเลือดดำบริเวณท้องแขน ( Accessory cephalic vein , Median antebrachial vein,Mediancubitalvein)
การเลือกเส้นเลือดจากส่วนปลาย แขนข้างที่ไม่ถนัดก่อน
หลอดเลือดดำบริเวณหลังมือและแขน
(Dorsalvenous network ,Cephalic vein, Basilic vein , Dorsal metacarpal vein)ใช้ได้กับผู้ป่วยบางคน เนื่องจากจะเจ็บมาก เลือกตำแหน่งที่แทงห่างจากข้อพับไม่น้อยกว่า 2 นิ้วฟุต (5 เซนติเมตร)
ตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
บริเวณข้อพับ ปุ่มกระดูก ตำแหน่งที่เป็นโรคผิวหนัง มีบาดแผล หลอดเลือดที่บอบช้ำ และบริเวณที่มีการไหลเวียนไม่สะดวก
กรณีผู้สูงอายุไม่ควรให้ตรงตำแหน่งหลอดเลือดส่วนปลาย เนื่องจากหลอดเลือดแข็ง ลิ้นของหลอดเลือดดำอาจเสียหน้าที่ ทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายไม่ดีเกิดการอักเสบได้ง่าย
หลีกเลี่ยงหลอดเลือดดำที่ขาเนื่องจากหลอดเลือดดำมีลิ้น ทำให้การไหลเวียนเลือดช้า เกิดการอักเสบได้ง่ายเสี่ยงต่อการเกิด embolism และ thrombophlebitis
หลีกเลี่ยงบริเวณที่ได้รับการผ่าตัด เนื่องจากบริเวณนี้หลอดเลือดดำถูกรบกวนจากการได้รับการผ่าตัด หรือบริเวณที่หลอดเลือดได้รับการผ่าตัดเชื่อมระหว่างหลอดเลือด 2 หลอด
หรือแขนข้างนั้นได้รับการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองออก ถ้าใช่ห้ามแทงเข็มหรือเจาะเลือดแขนข้างนั้นเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและการรัด Tourniquet จะขัดขวางระบบไหลเวียนแขนอาจบวมได้
วิธีการให้สารน้ำ
ตรวจสอบการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ กับคำสั่งการรักษาของแพทย์อีกครัง
ล้างมือ 7 ขั้นตอน
เตรียมอุปกรณ์ และนำอุปกรณ์ไปหาผู้ป่วย
ถามชื่อนามสกุล ผู้ป่วยซักประวัติการแพ้ยา สารไอโอดีนหรืออาหารทะเล พลาสเตอร์
บอกวัตถุประสงค์และขั้นตอนการทำให้ผู้ป่วย ทราบว่า ขณะแทงเข็มจะรู้สึกไม่สุขสบายและ เจ็บเล็กน้อย แต่จะรู้สึกสบายขึ้นขณะสารน้ำไหล พร้อมกับอธิบายแผนการรักษา ระยะเวลาที่ให้ ปริมาณสารน้ำที่ได้รับ
การเปิดชุดให้สารน้ำและการต่อกับขวดสาร น้ำต้องคำนึงถึงเทคนิคปลอดเชื้ออย่างเคร่งครัด ในการเปิดชุดให้สารน้ำและการต่อกับขวดสารน้ำ
เปิดฝาปิดจุกยางของขวดสารน้ำออก
ใช้ปากคีบสำลีชุบแอลกอฮอล์70%ใส่มือ
บีบให้หมาด เช็ดจุกยางขวดสารน้ำ
เปิดชุดให้สารน้ำ ปิดที่ปรับหยดสารน้ำ ดึง
ฝาครอบปลายเข็มด้านที่มีกระเปาะออก แทงผ่านทะลจุกยางของขวดสารน้ำ
แขวนขวดสารน้ำกับเสาแขวนน้ำเกลือ
บีบกระเปาะของชุดให้สารน้ำ ให้สารน้ำ ไหลลง โดยให้มีปริมาตรครึ่งหนึ่งของกระเปาะ
ดึงฝาครอบปลายเข็มบริเวณส่วนปลาย ของชุดให้สารน้ำ โดยยึดหลักเทคนิคปลอดเชื้อ แล้วเปิดที่ปรับหยดสารน้ำให้สารน้ำไหลตามสาย แล้วปิดที่ปรับหยดสารน้ำ แล้วใช้ฝาครอบ
ปลายเข็มกลับเหมือนเดิม ด้วยเทคนิคปลอดเชือ
ปิดป้ายที่ขวดสารน้ำ บอกชื่อยาที่ผสมลงใน ขวดสารน้ำ(ถ้ามี)และปิดป้ายที่สายชุดให้สารน้ำ บอก วันและเวลาที่ต้องเปลี่ยนชุดให้สารน้ำตาม นโยบายของโรงพยาบาลโดยปกติจะเปลี่ยนทุก 3 วัน
เลือกหลอดเลือดดำที่จะให้สารน้ำโดยรัดสายยางเหนือบริเวณที่จะแทงเข็ม 3-4 นิ้ว ถ้าเป็นต่ำแหน่งที่บริเวณหลังมือ บอกให้ผู้ป่วยกำมือ
เช็ดผิวหนังด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % โดยเช็ดวนออกโดยรอบหรือเช็ดไปทางเดียวกัน
ถอดปลอกเข็มออกจากหัวเข็มด้วยเทคนิค ไร้เชือ ระวังปลายเข็มสัมผัสสิ่งปนเปื้อนใช้มือ ข้างที่ถนัดจับเข็มโดยให้ปลายด้านตัดของเข็มอยู่ด้านบน
ยึดผิวหนังบริเวณหลอดเลือดดำที่จะแทง เข็มให้ตึงด้วยมืออีกข้าง
แทงเข็ม โดยทำมุมประมาณ 10-30 องศา กับผิวหนังตรงกลางหรือเข้าทางด้านข้างหลอด เลือดดำจนมิดปลายตัดของเข็มแล้วกดมุมลงจน เกือบขนานกับผิวหนัง เบนปลายเข็มเข้าหลอด เลือดดำ เมื่อมองเห็นเลือดที่หัวเข็ม แสดงว่าเข็ม อยู่ในหลอดเลือดแล้ว จากนันปล่อยมือที่ดึง ผิวหนังไว้ให้ตึง มาจับหัวเข็มด้านบน อีกมือหนึ่ง ดึงแกนเข็มออกที่ละน้อยพร้อมๆกับมือที่จับหัว เข็มไว้ดันเข็มพลาสติกเข้าไปตามแนวหลอด เลือดเป็นระยะๆจนสุดเข็ม ยังไม่ต้องดึงแกน เข็มออก
ใช้มือที่จับหัวเข็มด้านบนเปลี่ยนมากดบน ผิวหนังใกล้ตำแหน่งที่ปลายเข็มพลาสติกอยู่ในหลอดเลือด
ให้ผู้ป่วยคลายมือออก ใช้มืออีกข้างปลด สายยางรัดแขนออกแล้ว แล้วเปลี่ยนมาดึงแกน เข็มออกทิ้งเข็ม ถอดเข็มที่สวมส่วนต่อ ของชุดให้สารน้ำออกนำมาต่อกับข้อต่อของหัว เข็มพลาสติก ด้วยเทคนิคไร้เชื้อหมุนให้แน่น
เปิดที่ปรับหยดสารน้ำ ให้สารน้ำไหลเข้า หลอดเลือดดำ สังเกตผิวหนังบริเวณที่แทงเข็ม ถ้าไม่มีอาการบวม ให้ยึดหัวเข็มกับผิวหนัง ด้วยพลาสเตอร์ (หรือปิด Sterile gauze แล้ว ปิดด้วย พลาสเตอร์หรือปิดด้วยฟิล์มแผ่นใส) และปรับอัตราการไหลของสารน้ำตามแผนการรักษา
แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวให้ผู้ป่วยทราบและ จัดท่าให้ผู้ป่วยสุขสบาย
ทำความสะอาดอุปกรณ์และเก็บเข้าที่
ล้างมือ และ เขียนบันทึกการให้สารน้ำใน Nurse ‘s note
ภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับสารน้ำ
บวมตรงตำแหน่งที่แทงเข็มให้สารน้ำเกิดจากการมีสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำ(Infiltration) และมีการแทรกซึมของ สารน้ำคั่งในเนือเยื่อใต้ชั้นใต้ผิวหนัง สาเหตุเกิดจากเข็มแทงทะลุออกนอกหลอดเลือด
หลอดเลือดำอักเสบ (Phlebitis) เกิดจากการระคายเคืองและบอบช้ำของหลอดเลือด อาจจาก การเสียดสีจากเข็มบ่อยครั้ง การใช้เข็มขนาดใหญ่แทงหลอดเลือดพบว่าหลอดเลือดดำขนาดเล็กอักเสบได้ง่ายกว่า การระคายเคืองจากยา การอักเสบจากลิ่มเลือดบริเวณปลายเข็ม
ฟองอากาศเข้าไปอยู่ในหลอดเลือด (Air embolism) เกิดจากการไล่ฟองอากาศออกจากสายให้ สารน้ำไม่หมดหรือการปล่อยให้สารน้ำหมดขวดจนมีอากาศผ่านเข้าไปในสายให้สารน้ำหรือการต่อปลายข้อต่อ ของสายให้สารน้ำกับหัวเข็มที่มีช่องว่างให้ฟองอากาศเข้าแทรก
การมีสารน้ำมากกว่าปกติในระบบหลอดเลือด (Circulatory overload) เกิดจากการให้สารน้ำมี อัตราหยดเร็วเกินไป ผู้ป่วยจะมีภาวะนำ้เกิน อันตรายในเด็ก สูงอายุ โรคไตหัวใจ ผู้ป่วยอาจหัวใจวาย
น้ำท่วมปอด
การติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia หรือ Septicemia ) เกิดจากมีการปนเปื้อนเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายจากกระบวนการเตรียมสารน้ำ การผสมยาลงขวดสารน้ำหรือฉีดเข้าสายให้สารน้ำที่ปราศจาก เทคนิคการกีดกันเชื้อ การทำความสะอาดผิวหนังไม่ดีพอ
การรั่วซึมของยาหรือสารเคมีออกนอกหลอดเลือดดำ (Extravasations) คือ การรั่วซึมของยาหรือสารเคมีระหว่างให้ยาหลอดเลือดดำ ส่งผลให้เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อ
การพยาบาลขณะผู้ป่วยได้รับสารน้ำ
ติดตามประเมินและบันทึกการเปลี่ยนแปลง/ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุก2-4
ชั่วโมง ใน 8 ชั่วโมงแรกหลังการให้สารน้ํา และหากไม่มีอาการผิดปกติให้ติดตามประเมิน ต่อไปอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง
สังเกตภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ําทางหลอดเลือดดํา เช่น อาการปวด บวม แดง อักเสบของผิวหนังและหลอดเลือดบริเวณที่ได้รับสารน้ํา รวมถึง อาการหนาวสั่น เป็นต้น
ประเมินสัญญาณชีพอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลง
ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำมีอัตราการไหลสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์
การเปลี่ยนตำแหน่งที่ให้สารน้ำ ต้องทำทันทีเมื่อพบการอักเสบของหลอดเลือด ให้เปลี่ยนตำแหน่งให้สารน้ำเมื่อครบ 96 ชั่วโมง
ดูแลผิวหนังบริเวณตำแหน่งที่ให้สารน้ำให้สะอาดไม่มีคราบเลือด
ตรวจดูที่แทงเข็มอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ถ้าพบมีรอยแดง เหงื่อหรือเลือดออก บริเวณที่แทงเข็มให้เปลี่ยนตำแหน่งใหม่ทันที
ดูแลจัด position ให้ผู้ป่วยสะดวกสบาย เพื่อให้ตำแหน่งการติด Plaster ให้มั่นคงและหนาแน่น ป้องกัน IV leak
ให้คำแนะนำผู้ป่วย ถ้ามีอาการปวด บวม แดง หรือมีเลือดออก ให้รีบแจ้งพยาบาลทันที
การคำนวณ
ตัวอย่าง แพทย์สั่งการรักษาให้ 5%D/W 1000 cc .IV drip in 10 ชม.กำหนดให้ใช้ Microdrip
สูตรการคำนวณ จำนวนหยด / นาที = ปริมาตรสารน้ำ (มล.) x drop factor ( หยด / นาที )
หาร เวลา (นาที)
วิธีคำนวณ หาสารน้ำที่ได้รับต่อชั่วโมงก่อน โดยเอา 1000 มล. หารด้วย 10 ชม.
= 1000 หาร 10
=100 หยด/นาที
จำนวณหยดต่อนาที = 100มล. x 60 หาร 60 นาที
= 6000 หาร 60
= 100 หยด/นาที