Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทฤษฎ๊การเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม (Cognitive Theories) - Coggle Diagram
ทฤษฎ๊การเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญานิยม (Cognitive Theories)
ทฤษฎีพัฒนาการเชาว์ปัญญาของเพียเจต์
เขาสรุปว่าพัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่างๆ
ตามลำดับขั้น ดังนี้
ขั้นการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว
ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด ช่วงอายุ 2-7 ปี
ขั้นการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นรูปธรรม ช่วงอายุ 7-11 ปี
ขั้นการคิดอย่างมีเหตุผลและนามธรรม อายุ 12 ปี จนถึงวัยผู้ใหญ่
จากทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาเพียเจต์ ได้นำเสนอหลักการเรียนรู้
สำหรับเด็ก
ในการจัดประสบการณ์ควรคำนึงถึงพัฒนาการของเด็ก
ให้ความสนใจและสังเกตเด็กอย่างใกล้ชิด
เด็กจะรับรู้ส่วนรวมได้ดีกว่าส่วนย่อย
สอนในสิ่งที่เด็กคุ้นเคยหรือมีประสบการณ์ก่อน
การเปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์และมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมมากๆ
ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรูเนอร์
บรูเนอร์ได้แบ่งพัฒนาการทางสติปัญญา หรือความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ไว้ 3 ประเภท คือ
Enactive Representation (ขั้นแสดงออกด้วยการกระทำ) แรกเกิด – 2 ปี
Iconic Representation (ขั้นสร้างภาพแทนใจ)
Symbolic stage (ขั้นใช้สัญลักษณ์)
มีแนวคิดที่เป็นพื้นฐาน
การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง
ผู้เรียนแต่ละคนจะมีประสบการณ์และพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน
การเรียนรู้จะเกิดจากการที่ผู้เรียนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบใหม่กับความรู้เดิม แล้วนำมาสร้างเป็นความหมาย
บรูเนอร์ได้สรุปข้อดีและข้อจำกัดของการจัดการเรียนรู้โดยการค้นพบ
การเรียนรู้โดยการค้นพบ จะช่วยฝึกทักษะการสังเกตและพัฒนาความคิด
ผู้เรียนจะจดจำสิ่งที่เรียนรู้โดยการค้นพบได้นาน
การเรียนรู้โดยการค้นพบเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากแรงจูงใจภายใน
ไม่สามารถใช้การเรียนรู้โดยการค้นพบทุกแขนงวิชา
เนื่องจากต้องให้ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้วิธีนี้จำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าวิธีอื่น
ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (ออซูเบล )
ทฤษฎีของออชูเบล
1) การเรียนรู้อย่างมีความเข้าใจและอย่างมีความหมาย
2) การเรียนรู้โดยการค้นพบ
ประเภทของการเรียนรู้โดยการรับอย่างมีความหมาย
1.Subordinate Subsumption เป็นการเรียนรู้โดยรับอย่างมีความหมาย
1.1 Derivative Subsumption เชื่อมโยงสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ใหม่กับหลักการหรือกฎเกณฑ์ที่เคยเรียนมาแล้ว
1.2 Correlative Subsumption เกิดจากการขยายความหรือปรับโครงสร้างทางปัญญาที่มีอยู่แล้วอย่างมีความหมายโดยไม่ต้องท่องจำ
2.Superordinate Learning เป็นการเรียนรู้โดยการอนุมาน โดยการจัดกลุ่มสิ่งที่เรียนใหม่เข้ากับความคิดรวบยอดที่กว้างครอบคลุมสิ่งที่เรียนใหม่
3.Combinatorial Learning เป็นการเรียนรู้หลักการ กฎเกณฑ์ต่างๆ เชิงผสม คณิต+วิทย์ โดยใช้เหตุผลหรือการสังเกต
การเรียนรู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสิ่งที่ครูสอนมีความหมายต่อผู้เรียน รวมถึงความพร้อมของผู้เรียน
การเข้าเรียนในโรงเรียนกวดวิชาก็ใช้วิธีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย
ทฤษฎีกระบวนการทางสมองในการประมวลข้อมูล
ประกอบไปด้วยขั้นตอน
การรับข้อมูลเข้า (input)
การเข้ารหัส (encoding)
การแสดงผลข้อมูล (output)
นำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
จัดกิจกรรมโดยการเชื่อมโยงสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ใหม่ กับหลักการหรือความรู้เดิม
2.จัดเรียบเรียงข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้ผู้เรียน เรียนรู้ออกเป็นหมวดหมู่
3.การจัดทำเนื้อหาในหลักสูตร คำนึงถึงพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียน
4.ควรใช้หลักการจูงใจเพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เรียน
5.จัดโครงสร้างเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหา
ใช้เทคนิคการเรียนแบบร่วมมือในกระบวนคิดเพื่อแก้ปัญหา
เน้นให้ผู้เรียนบันทึกการเรียนรู้ของตนเอง
ผู้สอนต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกระบวนการประมวลข้อมูลสารสนเทศให้แก่ผู้เรียน