Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ, นางสาวคีตภัทร บุญขำ เลขที่ 9 รหัส 62111301010…
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
ชนิดของสารน้ำ
ประกอบด้วย
Isotonic Solution
มีความเข้มข้น
เท่ากับน้ำนอกเซลล์
ออสโมลาริตี้ 280-3110 mOsm/L จะไม่เกิดการเคลื่อนที่ของน้ำเข้าออกจากเซลล์ ให้เพื่อทดแทนสารน้ำที่ร่างกายสูญเสีย
ได้แก่
5% Dextrose water
0.9% Normal Saline
Ringer's Solution
เช่น
Ringer's Lactated
Ringer’s Acetate
ข้อควรระวัง
ระวัง Pt. ได้รับน้ำมากเกินไปโดยเฉพาะผู้ป่วยในโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยภาวะหัวใจวาย
Hypotonic Solution
มีความเข้มข้น
น้อยกว่าน้ำนอกเซลล์
ออสโมลาริตี้ <250 mOsm/L ซึ่งมีผลให้
เกิดการเคลื่อนที่ของน้ำเข้าสู่เซลล์
ทำให้เซลล์บวม ใช้เพื่อทดแทนสารน้ำที่ร่างกายสูญเสีย โดยที่ระดับของโซเดียมในพลาสมาไม่เพิ่มขึ้น
ได้แก่
0.45% Normal Saline
2.5% Dextrose in water
ข้อควรระวัง
ไม่ควรให้ใน Pt. เส้นเลือดสมองแตก,อุบัติเหตุทางสมอง,ไฟไหม้,น้ำร้อนลวก,โปรตีนในเลือดต่ำ
เพราะน้ำจะออกนอกหลอดเลือดมากขึ้น ซึ่งอาจเดิเภาวะช็อคจากปริมาณเลือดในหลอดเลือดลดลงได้
Hypertonic Solution
มีความเข้มข้น
มากกว่าน้ำนอกเซลล์
ออสโมลาริตี้ > 375mOsm/L ซึ่งมีผลให้
เกิดการเคลื่อนที่ของน้ำจากเซลล์เข้าสู่ระบบไหลเวียน
ทำให้เซลล์เหี่ยว
ได้แก่
5% Dextrose in 0.9% Normal Saline
10% Dextrose in water
3% NaCl
ข้อควรระวัง
ไม่ควรให้ใน Pt. โรคหัวใจ,ไตเสียหน้าที่ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถควบุมการขับน้ำเกินออกจากร่างกายได้
การคำนวณการให้สารน้ำ
ขั้นตอนที่ 2
คำนวณอัตราหยดใน1นาที
สูตร
อัตราหยดใน1นาที= ปริมาณสารน้ำที่จะให้ใน 1 ชั่วโมง x จำนวนหยดใน 1 ml/ จำนวนเวลาที่จะให้ใน1ชั่วโมง (60 min)
ขั้นตอนที่ 1
คำนวณสารน้ำที่จะให้ใน1ชม.
สูตร
ปริมาณสารน้ำที่จะให้ใน 1 ชั่วโมง = ปริมาณสารน้ำที่จะให้(ml) / จำนวนเวลาที่จะให้ในเป็นชั่วโมง(hr.)
อุปกรณ์ในการให้สารน้ำ
สารน้ำตามแผนการรักษา
ชุดให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
เข็มที่ใช้แทง
อุปกรณ์อื่นๆ
สายรัดแขน (Tourniquet)
ถุงมือสะอาด (disposable gloves)
เสาแขวนสารน้ำ (Iv pole)
อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวหนัง
การเลือกตำแหน่งในการให้สารน้ำ
1.เลือกหลอดเลือดดำที่มีลักษณะค่อนข้างตรง ไม่ผ่านข้อพับเพื่อป้องกันปลายเข็มแทงทะลุหลอดเลือดเมื่อมีการเคลื่อนไหว
เลือกให้ในตำแหน่งส่วนปลายก่อน เพื่อหลอดเลือดดำในส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมายังสามารถใช้งานได้หากหลอดเลือดส่วนปลายเกิดการอักเสบ
เลือกให้แขนด้านที่ไม่ถนัด เพื่อให้สามารถใช้แขนด้านที่ถนัดปฏิบัติกิจวัตรต่าง ๆ ได้
ตำแหน่งที่นิยม
บริเวณท้องแขน
บริเวณหลังมือและแขน
ตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง
บริเวณที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ บวม บริเวณที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม
แขนข้างเดียวกับที่ผ่าตัดเต้านมออก บริเวณที่ผูกยึดหรือข้อพับต่าง ๆ
ขั้นตอนการให้สารน้ำ
1.ตรวจสอบแผนการรักษาของแพทย์และคำนวณอัตตราการให้สารน้ำ
2.ล้างมือ เตรียมสารน้ำให้ตรงกับคำสั่งแพทย์และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
3.ถามชื่อนามสกุล ผู้ป่วยซักประวัติการแพ้ยา สารไอโอดีนหรืออาหารทะเลและพลาสเตอร์ พร้อมทั้งบอกวัตถุประสงค์ในการให้สารน้ำ
4.เปิดชุดให้สารน้ำและต่อเข้ากับขวดสารน้ำด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ
โดย
1) เปิดฝาจุกยางของขวดสารน้ำออกจากนั้นใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดทำความสะอาด
2) เปิดชุดให้สารน้ำโดยยึดหลัก Aseptic technique ปิดที่ปรับหยดสารน้ำ และทำการต่อ spike ด้านที่มีกระเปาะเข้ากับขวดสารน้ำ
3) แขวนขวดสารน้ำไว้ที่เสา จากนั้นทำการบีบกระเปาะให้สารน้ำอยู่ระดับครึ่งหนึ่งกระเปาะเพื่อสามารถสังเกตุหยดของสารน้ำได้ง่ายขึ้น
4) ถอดปลอกเข็มที่ปลายสายโดยใช้เทคนิค sterile จากนั้นเปิดที่ปรับหยดสารน้ำเพื่อนทำการไล่อากาศภายในสาย และสวมปลอกเข็มกลับคืนโดยใช้เทคนิค sterile
5.แทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำ
1) สวมถุงมือ รัดสายรัดเหนือตำแหน่งที่จะแทงประมาณ 4-6 นิ้ว
2) ใช้สำลีแอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณหลอดเลือดดำตำแหน่งที่เลือกโดยเช็ดวนจากด้านในออกด้านนอก
3) เปิดปลอกเข็ม มือด้านไม่ถนัดตรึงผิวหนัง มือด้านถนัดจับปลายเข็มหงายขึ้นแทงเข้ากับผิวหนังทำมุม 20-30 องศา โดยสอดเข็มเข้าไปประมาณ 1/4 นิ้ว จากนั้นจึงดึงแกนในเข็มออกพร้อม ๆ กับดันหัวเข็มเข้า ไปในหลอดเลือดอย่างนุ่มนวล
4) ใช้นิ้วมือกดลงที่ตำแหน่งปลายเข็ม มืออีกด้านปลดสายรัดออก ต่อปลายสายให้สารน้ำเข้ากับหัวเข็มให้แน่น จากนั้นเปิดที่ปรับหยดสารน้ำให้สารน้ำไหลเข้าหลอดเลือด สังเกตผิวหนังบริเวณที่แทงเข็ม ถ้าไม่มีอาการบวมให้ยึดหัวเข็มกับผิวหนังด้วยพลาสเตอร์และปรับอัตราการไหลของสารน้ำตามแผนการรักษา
5) เขียนวันที่ เวลาในการให้สารน้ำลงบนบริเวณพลาสเตอร์
เพื่อให้ทราบวันที่เริ่มให้และทารบถึงวันที่ต้องเปลี่ยนชุดให้สารน้ำ
6.เก็บอุปกรณ์พร้อมทั้งให้คำแนะนำผู้ป่วย และเขียนบันทึกการให้สารน้ำใน Nurse‘s note
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ
บวมตรงตำแหน่งที่แทงเข็มให้สารน้ำ
สาเหตุ
เกิดจากการมีสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำและมีการแทรกซึมของสารน้ำ คั่งในเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง
อาการ
ผิวหนังบริเวณที่แทงเข็มจะบวม ผิวหนังจะเย็นและปวดแสบ ไม่สุขสบาย
การพยาบาล
เปลี่ยนตำแหน่งที่แทงเข็มใหม่ จัดแขนข้างที่บวมให้สูงกว่าลำตัวผู้ป่วยประคบบริเวณที่บวมด้วยความร้อน เพื่อให้สารน้ำซึมกลับและยุบบวม
หลอดเลือดดำอักเสบ
สาเหตุ
การระคายเคืองและบอบช้ำของหลอดเลือด อาจจากการเสียดสีจากเข็มบ่อยครั้ง การใช้เข็มขนาดใหญ่แทงหลอดเลือด การระคายเคืองจากยา การอักเสบจากลิ่มเลือดบริเวณปลายเข็ม
การพยาบาล
เปลี่ยนตำแหน่งที่แทงเข็มใหม่ ประคบด้วยความเย็นสลับร้อนหรือแพทย์อาจให้ยาทาเพื่อลดความเจ็บปวดและการอักเสบ
อาการ
หลอดเลือดดำที่แทงเข็มแดงร้อนตามแนวของหลอดเลือด เป็นลำแข็ง ปวดแสบปวดร้อน ผิวหนังรอบๆบริเวณที่แทงเข็มบวมสัมผัสผิวหนังจะอุ่น บางครั้งมีไข้
ฟองอากาศเข้าไปอยู่ในหลอดเลือด
สาเหตุ
เกิดจากการไล่ฟองอากาศออกจากสายให้สารน้ำไม่หมดหรือการปล่อยให้หมดขวดจนมีอากาศผ่านเข้าไปในสายหรือการต่อปลายข้อต่อของสายให้สารน้ำกับหัวเข็มที่มีช่องว่างให้ฟองอากาศเข้าแทรก ซึ่งอาจลอยไปอุดกันการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยง สมอง หัวใจ ไตได้
อาการ
อาจอาการเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน ชีพจรเบาเร็ว BP ต่ำ ไม่รู้สึกตัว
การพยาบาล
หยุดการให้สารน้ำ จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้าย ศีรษะต่ำ ฟองอากาศจะผ่านเข้าไปสู่หัวใจห้องล่างขวาและเข้าไปในปอด เตรียมอุปกรณ์ให้ออกซิเจน รายงานแพทย์ทันที ตรวจสอบสัญญาณชีพ และสังเกตอาการ
การมีสารน้ำมากกว่าปกติในระบบหลอดเลือด
สาเหตุ
เกิดจากการให้สารน้ำมีอัตราหยดเร็วเกินไป
อาการ
ผู้ป่วยจะมีภาวะน้ำเกิน อาจหัวใจวาย น้ำท่วมปอด
การพยาบาล
ปรับอัตราหยดลดลงจัดท่านอนให้ศีรษะสูง รายงานแพทย์ ให้ออกซิเจนวัดสัญญาณชีพและสังเกตอาการเปลี่ยนแปลง
การติดเชื้อในกระแสเลือด
สาเหตุ
เกิดจากมีการปนเปื้อนเชื้อโรค ข้าสู่ร่างกายจากกระบวนการเตรียมสารน้ำ การผสมยาลงขวดสารน้ำหรือฉีดเข้าสายให้สารน้ำที่ การทำความสะอาดผิวหนังไม่ดีพอ
อาการ
มีไข้ หนาวสั่นมาก หลังได้รับสารน้ำ 30 นาที ความดันโลหิตลดลง คลื่นไส้ อาเจียน
การพยาบาล
หยุดให้สารน้ำทันที รายงานแพทย์ ตรวจสอบสัญญาณชีพ ส่งตรวจเลือดและสารน้ำไปเพาะเชื้อ และให้ยาปฎิชีวนะตามแผนการรักษา
การพยาบาลผู้ป่วยขณะได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ
แนะนำผู้ป่วยให้งดการสัมผัส ดึงรั้ง และให้ดูแลสายไม่ให้เกิดการพับหักงอเพื่อให้ได้สารน้ำครบตามแผนการรักษาและป้องกันการเกิดอากาศภายในสาย หากพบความผิดปกติ เช่น มีเลือดไหลย้อนหรือสายสุด ให้รีบแจ้งพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง
ประเมินอาการและอาการแสดงของผู้ป่วย
โดยสังเกต
ภาวะน้ำเกิน ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดศรีษะ หายใจเบาตื้น เหนื่อยหอบ Pเร็ว ฺBPสูง หลอดเลือดดำที่คอโป่งพอง
ภาวะน้ำสารน้ำน้อยเกินไป ผู้ป่วยจะมีอาการ ริมฝีปากแห้ง ผิวแห้ง ปัสสาวะน้อยหรือมีสีเข้ม
บริเวณผิวหนังตำแหน่งที่แทงเข็มว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น การบวม แดง ร้อน
สังเกตอาการของผู้ป่วยว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น
การปวดบริเวณที่แทงเข็ม มีการหายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น
ประเมินชุดให้สารน้ำ
โดย
ตรวจสอบอัตราการหยดของสารน้ำอย่างน้อยทุก1 ชั่วโมง
หมั่นสังเกตว่าชุดให้สารน้ำมีความผิดปกติหรือไม่ เช่น มีการอากาศภายในสาย
ตรวจสอบวันหมดอายุของชุดให้สารน้ำและทำการเปลี่ยนชุดให้สารน้ำทุก 72 ชั่วโมง
หากพบความผิดปกติให้รีบทำการแก้ไข้เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย
นางสาวคีตภัทร บุญขำ
เลขที่ 9 รหัส 62111301010