Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Job Development of Nurse Director - Coggle Diagram
Job Development of Nurse Director
การวางแผน
การวางแผนเชิงกลยุทธ์
ลักษณะสำคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์
1.เป็นการบริหารที่มุ่งถึงอนาคต (Future-Oriented)โดยการสร้าง วิสัยทัศน์ พันธะกิจ และเป้าประสงค์ขององค์การ
2.เป็นการมุ่งเน้นการจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กร (Change-Oriented) ทั้งระบบซึ่งครอบคลุมโครงสร้าง เทคโนโลยี บุคลากรและทรัพยากรต่างๆ
3.เป็นการบริหารองค์การแบบองค์รวม (Holistic Approach) มุ่งเน้นภาพรวมทั้งหมดขององค์การมากกว่าการแยกส่วนการจัดการของทุกภาคส่วน มุ่งสู่ทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน
4.การบริหารองค์การที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ ในการดำเนินการ (Result based Focus)ที่มีการระบุตัวชี้วัดที่ชัดเจน ตลอดจนเป้าหมายและวัตถุประสงค์
5.การบริหารที่ให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียกับองค์การทุกภาคส่วน (Stakeholder-Oriented)
6.การเป็นองค์การที่มุ่งเน้นการวางแผนระยะยาว(Long-Range Planning)
การวางแผนกลยุทธ์ทางการพยาบาล
การวางแผนกลยุทธ์ขององค์การพยาบาลมีแนวทางการจัดทำคล้ายกับการวางแผนทางธุรกิจซึ่งจะต้องจัดทำให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์โรงพยาบาลโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างยุทธศาสตร์โรงพยาบาล ดำเนินการนำยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง เขตฯ และจังหวัด พิจารณาร่วมกับการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจโรงพยาบาล และบูรณาการกับการวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น (นงนุช บุญยง, 2553)
การจัดการเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญต่อการดำเนินงานขององค์การ ดังนี้
1.ช่วยให้องค์การมีกรอบและทิศทางที่ชัดเจน โดยกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ และวัตถุประสงค์ของ องค์การอย่างเป็นระบบ
2.ช่วยให้ผู้บริหารคิดอย่างเป็นระบบ โดยการพิจารณาถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกองค์การ ทำให้ผู้บริหารสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
3.ช่วยสร้างความพร้อมให้องค์การ ในการกำหนดวิธีการหรือแนวทางในการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ขององค์การ
4.ช่วยสร้างประสิทธิภาพในการแข่งขัน ความได้เปรียบทางการแข่งขันนี้สามารถเกิดขึ้นจากการ นำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับราคา
5.ช่วยให้การทำงานเกิดความสอดคล้องในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีการกำหนดกลยุทธ์ การ ประยุกต์ใช้ และการตรวจสอบควบคุมไว้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันและเกิดความร่วมมือ โดยเฉพาะความเข้าใจในวัตถุประสงค์ขององค์การ
6.ช่วยให้องค์การมีมุมมองที่ครอบคลุม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดการเชิงกลยุทธ์เป็น วิธีการบริหารที่คำนึงถึงปัจจัยภายในและภายนอก (เกียรติกำจร กุศลและคณะ, 2564)
การวางแผนการปฎิบัติงาน
นโยบายและวิสัยทัศน์ของกลุ่มการพยาบาล
การวางแผนทรัพยากรมนุษย์
ความสำคัญของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
1.ทำให้การปฏิบัติงานของบุคลากรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ใช้คนให้ถูกกับงาน
2.ทำให้มีการพัฒนาขึ้น
3.ทำให้องค์การสามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในอนาคต
4.ทำให้มีแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
ประโยชน์ของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
1.เพื่อใช้ศักยภาพของพนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2.ช่วยวางแผนพัฒนาการใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3.ช่วยในด้านทรัพยากรมนุษย์เป็นไปอย่างมีระบบและมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน
4.ช่วยให้การจ้างพนักงานใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไปตามความต้องการของแผนหรือฝ่ายต่างๆ
5.ส่งเสริมและพัฒนาโอกาสความเท่าเทียมกันของพนักงานในหน่วยงานต่างๆ ขององค์การ
6.เป็นแนวทางสำหรับองค์การ จะได้ผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน
7.เพื่อบำรุงรักษาพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์การนานๆ
8.เพื่อทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จ
การจัดการ
การจัดการงบประมาณ
การจัดสรรงบประมาณทางด้านสุขภาพ
-แบบงบยอดรวม(Global budget/Block srant) เป็นงบประมาณยอดรวมแบบปลายปิดที่กำหนดไว้ แล้วว่าจะให้เท่าไร มีฐานข้อมูลจากจำนวนเตียงผู้ป่วย จำนวนผู้ป่วยนอก/ใน ปัญหาพื้นที่ โรคต่างๆ หรือ อื่นๆ มาเป็นตัวกำหนด เป็นการจ่ายงบประมาณก่อนที่จะมีการปฏิรูประบบสุขภาพ และเปลี่ยนมาใช้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
-แบบเหมาจ่ายรายหัวประชากร (Capitation) เป็นงบประมาณที่กำหนดมาจากจำนวนประชากรใน พื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยกำหนดค่าราคาต่อหัวประชากรไว้เท่ากันทุกคน ทั่วทั้งประเทศ เป็นงบประมาณที่ใช้ในระบบบริการสุขภาพภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
-แบบรายกิจกรรม มีหรือไม่มีราคากลาง (Fee-for-service and price schedule) กำหนดค่าราคาใน แต่ละกิจกรรม (Procedure/Service) ที่ให้กับผู้ป่วยในแต่ละประเภท
-แบบตามรายโรคที่ป่วย ดูตาม DRGs(Cases-based budget) ซึ่งเป็นวิธีการจัดกลุ่มการวินิจฉัยโรค ร่วมและใช้น้ำหนักสัมพัทธ์ ในการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน โดยการกำหนดอัตราราคาพื้นฐาน(Base rate) ไว้ล่วงหน้า (Prospective payment system) โดยให้อัตรานั้นเท่ากับหนึ่งหน่วย RW ซึ่งในการเบิกจ่าย ขึ้นอยู่กับค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ หรือ Adjusted RW (AdjRW) ตามวันนอน (Length of stay = LOS) และตาม Medical & Surgical DRGs
-แบบอัตราคงที่ เช่น การรับเข้านอนโรงพยาบาล (Fixed rate)
-แบบรายวัน เช่น บริษัทประกันชีวิต ค่าชดเชยรายวัน (Daily rate)
รูปแบบการจัดการงบประมาณ
1.งบประมาณแบบเน้นการควบคุม : เป็นงบประมาณที่แสดงรายการข้อมูลของงบประมาณ(Line item budget) ข้อดี คือ จำแนกหมวดหมู่ของค่าใช้จ่ายไว้อย่างละเอียด ชัดเจน และเป็นระเบียบ ง่ายต่อการจัดทำ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ข้อเสีย คือ ขาดความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายงบประมาณ
2.งบประมาณแบบเน้นการจัดการ(Management oriented budget) งบประมาณที่แสดง ลักษณะงาน แสดงกิจกรรม ข้อดี คือ สามารถแสดงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างผลงานที่ได้รับกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปว่าคุ้มค่าหรือไม่ ข้อเสีย คือ ไม่สามารถวัดผลงานออกมาให้เห็นชัดเจนได้
3.งบประมาณแบบเน้นการวางแผน (Planning -programming budget หรือ PPB) แสดงให้เห็นการผสมผสานกันอย่างเป็นระบบในการวางแผนและการจัดทำงบประมาณ
ข้อดี
-สามารถวิเคราะห์การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เหมาะสมได้ ข้อด้อย
-ขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจ
-ใช้เวลาในการดำเนินงานนานมาก
-มีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก
4.งบประมาณที่เน้นการแก้ปัญหาข้อจำกัดทางทรัพยากร (Zero-Based Budgeting หรือ ZBB) เป็นงบประมาณที่ไม่นำค่าใช้จ่ายในปีก่อนมาเป็นข้อผูกพัน หรือเป็นฐานในการตัดสินใจ
ข้อดี
-เป็นการจัดสรรที่จัดตามความจำเป็น
-ผู้บริหารต้องหาวิธีการปรับปรุงวิธีการใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด
-สามารถตรวจสอบงบประมาณที่สูงเกินจริงได้
ข้อด้อย
-ผู้บริหารทุกคนต้องมีความรู้และเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
-อาจจะทำให้มีการตกหล่นของข้อมูล
-ตอบสนองความจำเป็นได้ช้า
การจัดการอัตรากำลังคน
การจัดอัตรากําลังคน เป็นภารกิจหลักที่สําคัญของผู้บริหารที่ต้องบริหารจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อให้ความคุ้มค่า คุ้มทุนในการจัดการดังกล่าว
วัตถุประสงค์ในการจัดอัตรากําลัง
1.เพื่อกําหนดปริมาณอัตรากําลังให้มีบุคลากรทางการพยาบาลดูแลผู้ป่วยและให้บริการสุขภาพ อย่างเพียงพอ เหมาะสม และสมดุลกับภาระงานในแต่ละช่วงเวลาตลอด 24 ชั่วโมง
2.เพื่อสรรหาบุคลกรทางการพยาบาลที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ ความชํานาญของบุคลากรทางการพยาบาลอย่างเต็มที่ และจัดสัดส่วนการผสมผสานอัตรากําลัง (Staffing mixed) อย่างเหมาะสม
3.เพื่อออกแบบการจัดตารางเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการพยาบาลให้เหมาะสมกับ ภารกิจของหน่วยงาน หรือ กําลังคนในแต่ละวันหรือแต่ละผลัด
หลักการสําคัญในการจัดอัตรากําลัง
1.แบบแผนหรือรูปแบบในการจัดอัตรากําลังและการจัดบริการพยาบาลไม่ขึ้นกับประเภทหรือ กลไกของการจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภทและความรุนแรงของผู้ป่วย
2.การจัดอัตรากําลัง ต้องอยู่บนพื้นฐานการมุ่งผลสัมฤทธิ์ด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า คุณภาพการดูแลผู้ป่วย ตอบสนองพันธกิจ และสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่โรงพยาบาลมุ่งหวัง
3.การประเมินผลการจัดอัตรากําลังต้องประเมินทั้งด้านคุณภาพการดูแลผู้ป่วยและคุณภาพชีวิตการทํางานของบุคลากร โดยสามารถประกันคุณภาพการพยาบาลได้
4.มีระบบการจัดเตรียมบุคลากรทดแทนให้เพียงพอในกรณีบุคลากรป่วย มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือมีปริมาณงานเพิ่มขึ้น(ผู้ป่วยมาก) และมีแผนการลดจํานวนบุคลากรเมื่อมีปริมาณงานลดลง(สภาการพยาบาล 2544)
กระบวนการในการจัดอัตรากําลังทางการพยาบาล
1.การวางแผนอัตรากําลัง (Staffing plan)
2.การจัดตารางการปฏิบัติงาน(Scheduling)
3.การกระจายอัตรากําลัง(Staff allocation
การจัดการทรัพยากร
การจัดการการเปลี่ยนแปลง
เป้าหมายหลัก 5 ประการคือ
1) เปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานของพนักงาน ซึ่งหมายรวมถึง พันธกิจ เป้าหมายกลยุทธ์ขององค์กร ตลอดจนการออกแบบการทำงานใหม่
2) บุคลากร ทัศคติและความสามารถของพนักงานระบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์ขององค์การที่สนับสนุนการทำงานของพนักงาน
3) วัฒนธรรมองค์การ ค่านิยมแนวปฏิบัติที่นำไปสู่พฤติกรรมใหม่ที่พึงประสงค์ของพนักงานแต่ละคน และการทำงานเป็นทีม
4) เทคโนโลยี ระบบการทำงานและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้สนับสนุนระบบการทำงานในองค์การ
5) โครงสร้างองค์การสายการบังคับบัญชาและการสื่อสารในองค์การ
รูปแบบที่สำคัญ 3 ส่วนด้วยกันคือ
1) การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยภายใน ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่างๆ ของโครงสร้างองค์การ
2) การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การนำเครื่องจักร เครื่องมือใหม่ๆ ที่ทันสมัยและอัตโนมัติมาแทนที่เครื่องจักรเดิม และให้การควบคุมโดยคอมพิวเตอร์แทนการใช้พนักงาน เป็นต้น
3) การเปลี่ยนแปลงคน เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น
สาเหตุ
ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นเกมส์การแข่งขันที่มีความซับซ้อน และทวี่ความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต การแข่งขันที่สูงผู้บริหารธุรกิจในปัจจุบันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนองค์กรของตนเองอยู่เสมอ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสภาพของการแข่งขันทางการตลาดที่อาจจะมีผลกระทบต่อองค์กรในอนาคต
ข้อดี
-เพื่อเปลี่ยนจากสิ่งเก่าไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ขององค์การ
-เพื่อความยั่งยืนขององค์กร (Sustainability)
-เพื่อเพิ่มความสามารถและพัฒนาคนในองค์กร (Self Reliability)
เพื่อความสามารถในการอยู่รอดขององค์กร (Survivability)
-เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางกาแข่งขัน(CompetitiveAdvantage)
ข้อเสีย
-กระทบต่อคนที่ทำงานในองค์กร
-กระทบต่อกระบวนการทำงานภายในองค์กร
-กระทบต่อวัฒนธรรมองค์กร
-กระทบต่อโครงสร้างองค์กร
บทบาทหน้าที่และคุณลักษณะของผู้บริหารการพยาบาล
บทบาทหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล
บทบาทด้านบริหารงาน
-กำหนดนโยบายระดับหอผู้ป่วยสอดคล้องกับนโยบายของโรงพยาบาล
-กำหนดพื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจนบทบาทด้านบริหารงานบุคคล- จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
-วิเคราะห์งานเพื่อกำหนดอัตรากำลังบทบาทด้านบริหารงบประมาณ
-กำหนดงบประมาณกหน่วยงานให้ชัดเจน
-กำหนดงบประมาณในการพัฒนาบุคลากร บทบาทผู้นิเทศ
-ให้ความรู้ชี้แนะแก่บุคลากร
-กระตุ้นสนับสนุนกำกับให้บุคลากรบทบาทผู้ประสานงาน
-ประสานงานเพื่อร่วมคิดร่วมทำงานบทบาทด้านการจัดการข้อมูลข่าวสาร
-พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารโดยใช้แนวคิดผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง
-ให้ข้อมูลข่าวสารในการจัดอัตรากำลังบทบาทด้านเป็นผู้นำเป็นแบบอย่าง (role models)
-ปฏิบัติตนให้เห็นเป็นแบบอย่างแก่บุคคลทั่วไป
-สาธิตและปฏิบัติด้านการทำงานด้วยตนเองได้โดยไม่สั่งการเพียงอย่างเดียวบทบาทด้านการเป็นผู้ริเริ่ม
-เป็นผู้นำในการนำนโยบายด้านการปฏิบัติ
-จัดตั้งกลุ่มการทำงานทั้งบุคลากรและผู้ใช้บริการบทบาทด้านเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
-เป็นผู้นำในการปรับทัศนคต
-สร้างพลังกลุ่ม (สุภาณี อ่อนชื่นจิตรและสุนันท์ ศรีวิรัตน์, 2550)
คุณลักษณะมี 8 ประเด็นหลัก
1) มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
2) มีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา
3) มีคุณธรรมจริยธรรม
4) มีเป้าหมายการทำงานที่ประชาชน
5) สร้างการยอมรับและความศรัทธาจากประชาชน
6) มีความเฉลียวฉลาด
7) มีความกล้าและริเริ่มสร้างสรรค์ มีทักษะในการบริหารจัดการทำแล้ว (พัชรมนต์ดีมะการและบุญทิพย์สิริ ธ รังศรี, 2557)
บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าการพยาบาลในด้านการบริหารจัดการ
๑.กำหนดนโยบายเป้าหมายและแผนยุทธศาสตร์ด้านการพยาบาล เพื่อให้การบริหารจัดการและการดำเนินการของกลุ่มงานการพยาบาลมีทิศทางที่ชัดเจน
๒.อำนวยการให้หน่วยบริการพยาบาลในความรับผิดชอบมีการวางแผนงานโครงการ และแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด
๓.วางแผน และจัดการให้มีงบประมาณอย่างเพียงพอในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล
๔.กำกับดูแลและติดตามสนับสนุนให้หัวหน้างาน/หัวหน้าผู้ป่วย และบุคลากรพยาบาล ระดับต่าง ๆ มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนที่กำหนด
๕.ตัดสินใจสั่งการ และจัดการให้มีบริการพยาบาลที่ครบถ้วน และพร้อมที่ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินได้ตลอดเวลา เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุหมู่ อุบัติภัยหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความปลอดภัย
๖.กำหนดนโยบาย และหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการด้านอัตรากำลังพยาบาลของทุกหน่วยบริการภายใต้ความรับผิดชอบ ทั้งการจัดสรรและการจัดการหมุนเวียนให้มีบุคลากรพยาบาลเพียงพอในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วย / ผู้ใช้บริการได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ
๗.อำนวยการให้มีการศึกษาวิเคราะห์ภาระงานการพยาบาลในแต่ละหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อการปรับปรุงและวางแผนให้มีอัตรากำลังทีเหมาะสมทั้งด้านปริมาณ และคุณภาพของบุคลากรในการดูแลและให้บริการแก่ผู้ป่วย/ ผู้ใช้บริการ
๘.กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และแนวทาง ในการบริหารงานบุคคลในกลุ่มงานการพยาบาล ทั้งการสรรหาคัดเลือกบุคลากรการพยาบาล เพื่อเข้าปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ การประเมินผลงานและการพิจารณาความดี ความชอบของบุคลากร และการสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับงาน และบุคลากรมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ
๙ประเมินผลและกำกับดูแลการพิจารณาประเมินผลงานบุคคล การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน หรือตำแหน่งต่าง ๆ ของบุคลากรพยาบาลแต่ละระดับให้มีความถูกต้องตามเกณฑ์ และเป็นธรรมสำหรับบุคลากรพยาบาลทุกคนในกลุ่มงานการพยาบาล
๑๐.ประสานความร่วมมือกับสหสาขาวิชาชีพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายใน และภายนอกโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนให้งานการพยาบาลบรรลุเป้าหมาย มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ
การมอบหมายงานและความรับผิดชอบ
การมอบหมายงานเป็นหน้าที่โดยแบ่งไว้ว่าในเวรนี้ใครมีหน้าที่อะไรบ้าง
ข้อดี
-สามารถพัฒนาทักษะจนชํานาญในเรื่องนั้น
-ประหยัดเวลา อุปกรณ์
-ใช้บุคลากรน้อยลง แต่สามารถให้บริการผู้ป่วยจํานวนมากข้อเสีย
-ไม่ได้บูรณาการเป็นองค์รวม
-มีการขาดตอนตามงาน
-มุ่งงานมากกว่ามุ่งคน
-เกิดผิดพลาดได้ง่ายเพราะรับผิดชอบลําพังคนเดียว -สัมพันธภาพกับผู้ป่วยไม่ดี (เกียรติกำจร และคณะ , 2564)
การมอบหมายงานเป็นรายบุคคล (case method) โดยใช้พยาบาลหนึ่งคนหรือมากกว่าให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยที่รับผิดชอบแบบองค์รวม
ข้อดี
-ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีขึ้นรวดเร็ว ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องครบถ้วน ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานเกินไป -สามารถลดค่าใช้จ่ายขององค์กรลงได้มาก เพราะมีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
-ระบบการจัดการรายผู้ป่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีความรู้ในการดูแลตนเองมากขึ้น
ข้อเสีย
-รูปแบบของการดำเนินการในระบบนี้มีมากมายจนกระทั่งบุคคลและองค์กรเกิดความไม่แน่ใจว่ารูปแบบที่ดีที่สุดควรเป็นเช่นไร-การดำเนินการของระบบนี้บางเรื่องซ้ำซ้อนกับการบริการของวิชาชีพอื่น ๆ เช่นนักสังคมสงเคราะห์
-ถ้าผู้จัดการรายผู้ป่วยไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
-ถ้าผู้จัดการรายผู้ป่วยต้องให้การดูแลผู้ป่วยจำนวนมากเกินไปทำให้การดูแลขาดประสิทธิภาพเช่นกัน (ปรางค์ทิพย์ อุจะรัตน, 2541)
3.การมอบหมายงานแบบทีม (Team Method) ในทีมหนึ่งจะประกอบไปด้วย พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค เจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล นักศึกษาพยาบาล โดยมีพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าทีม มีการวางแผนการทํางานร่วมกัน
ข้อดี
-สามารถให้การพยาบาลได้ครบถ้วนและมีคุณภาพ
-ได้ใช้ความรู้ ความสามารถตรงตามศักยภาพ
-มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
ข้อเสีย
-หาคนที่ต้องรับผิดชอบในงานได้ยาก (ทิพากร เพชรพิพัฒน,2561)
4.การมอบหมายงานแบบเจ้าของไข้ (Primary Nursing) การมอบหมายแบบนี้คล้ายกับการพยาบาลรายบุคคล แต่ต่างกันตรงที่แบบเจ้าของไข้นี้พยาบาลจะต้องวางแผนให้การพยาบาลที่ได้รับมอบหมาย ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อดี
-พยาบาลได้เข้าใจปัญหาของผู้ป่วยและสามารถให้การพยาบาลได้อย่างต่อเนื่องและสมบูรณ์แบบ
-มีการทํางานประสานกับวิชาชีพอื่นๆในทีมสุขภาพ
-มีการกระจายอํานาจ ความรับผิดชอบของหัวหน้าให้แก่พยาบาล
ข้อเสีย
-ต้องใช้พยาบาลจํานวนมากจึงจะเพียงพอกับผู้ป่วย
-มีความยุ่งยากในการจัดเวรดูแลผู้ป่วย
5.การมอบหมายงานแบบผสม (Multiple Method) เป็นการผสมผสานกันหลายๆแบบ เช่น แบบทีมร่วมกันกับแบบตามหน้าที่ แบบรายบุคคลร่วมกับแบบทีม
ข้อดี
-แก้ปัญหาพยาบาลไม่เพียงพอได้ (เกียรติกำจร และคณะ , 2564)