Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พยาธิสรีรวิทยาของระบบทางเดินหายใจ, image, image, image, image, image,…
พยาธิสรีรวิทยาของระบบทางเดินหายใจ
สรีรวิทยาของการหายใจ
หน้าที่ของระบบการหายใจ
-แลกเปลี่ยนก๊าซ นำออกซิเจนเข้าสู่ปอดและขจัดคาร์บอนไดออกไซด์
-สร้างและขจัดสารเคมีบางชนิดและกรองสิ่งแปลงปลอม
อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ
1.อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการนาอากาศเข้าและออกจากร่างกาย (air passage) ส่วนใหญ่ของอวัยวะนี้จะมีลักษณะเป็นท่อขนาดต่างๆกันเรียกว่าท่อทางเดินหายใจ
2.อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนก๊าซ (respiratory portion) หมายถึงสวนที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซเกิดขึ้น โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะซึมออกจากเลือดเข้าสู่ถุงลมปอด และก๊าซออกซิเจนจากอากาศจะซึม่านผนังหลอดเลือดเข้าไปในเลือด ส่วนที่มีการแลกเปลี่ยนกาซเป็นส่วนของท่อที่ต่อจากส่วน terminal bronchioles ประกอบด้วย respiratory bronchioles, alveolar ducts, alveolar sacs และ alveoli ตามลําดับ
3.อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการหายใจเข้าและการหายใจออก (ventrilation portion) เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ
-การหายใจเข้า (inspiratory muscle) กล้ามเนื้อ external intercostal
-การหายใจออก (exspiratory muscle) กล้ามเนื้อ internal intercostal
Generation
การรแตกแยกของถุงลม จะเริ่มมีถุงลมใน Generation ที่ 17-23
การขนส่งออกซิเจน
Oxygen ละลายในน้ำได้ไม่ดี แต่มีความสามารถจับกับฮีโมโกลบินได้ดี Oxygen ที่ผ่านถุงลมเข้ามาในเลือดจึงมี 2 แบบ
-ละลายใน plasma วัดได้จากการเจาะ ABG (ความดันของออกซิเจน) = 3%
-จับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง วัดได้จากการจับ pulse O2 saturation= 97%
อาการวิทยาระบบการหายใจ
อาการหายใจลําบาก
ภาวะซึ่งผู้ป่วยต้องใช้ความพยายามหรือใช้แรงในการหายใจ ทั้งนี้การหายใจลำบากไม่มีความสัมพันธ์กับความเร็วของการหายใจก็ได้
สาเหตุของอาการหายใจลำบากมีดังนี้
สาเหตุเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น ทางเดินหายใจอุดกั้น หน้าที่ของปอดถูกทำลาย เป็นต้น
สาเหตุเกี่ยวกับหัวใจ เช่น การทำงานของหัวใจไม่ดี เนื่องจากกล้ามเนื้อบางส่วนของหัวใจตาย หรือลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น
สาเหตุเกี่ยวกับระบบประสาท ทำให้การควบคุมการหายใจไม่ดี เช่น โรคสมองและประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Disease)
เช่น หลอดเลือดเลี้ยงสมองตีบ โรคกล้ามเนื้อฝ่อ เป็นต้น
สาเหตุจากโรคหรือภาวะความเจ็บป่วยอื่นๆ เช่น โรคโลหิตจาง โรคคอพอกเป็นพิษ ต่อมธัยรอยด์ทำงานเกินขนาด
สาเหตุอื่นๆ เช่น กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากความเจ็บป่วย พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดหรือวิตกกังวลมากผิดปกติ เป็นต้น
อาการหายใจลำบาก มีความสัมพันธ์กับระบบประสาทรับความรู้สึก ( afferent sensory pathway ) ซึ่งมีหน่วยรับความรู้สึก
( sensory receptor ) ที่ถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า ( stimuli ) แล้วส่งสัญญาญไปยังสมองและหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนจะรับสัญญาณความรู้สึก (sensory input) ที่แตกต่างกันไป ทำให้ลักษณะและระดับความรุนแรง ( severity ) ของอาการต่างกันไป
อาการไอ
ประเภทของอาการไอ
-ไอแบบมีเสมหะ มักพบในโรคของหลอดลม และการติดเชื้อ แบคทีเรีย
-ไอแห้ง มักพบในโรคหืด ภูมิแพ้ วัณโรคปอด ผลข้างเคียงจากการทานยากลุ่ม ACE inhibitor
-ไอเป็นเลือด โรคมะเร็งของหลอดลม การตติดเชื้อ โดยเฉพาะวัณโรค
อาการเขียวคลํ้า (Cyanosis)
เขียวคล้ำตามปลายมือ ปลายเท้า เยื่อบุผิว ซึ่งสังเกตจากเยื่อบุใต้หนังตา ลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน
สาเหตุเกิดจากโรคของหัวใจและปอดที่ทำให้ออกซิเจนจับกับฮีโมโกลบินลดลง
อาการเขียวคลํ้า มี 2 แบบ
Central cyanosis (เหตุส่วนกลาง)เกิดขึ้นเมื่อมี arterial desaturation
ซึ่งสังเกตได้จากริมฝีปากเขียวคล้ำ
2.peripheral cyanosis (เหตุส่วนปลาย)เกิดขึ้นเมื่อมีการใช้ออกซิเจนในร่างกายส่วนปลายมากกว่าปกติ จะเห็นว่าไปมือปลายเท้าเขียวแต่ริมฝีปากแดง
อาการนิ้วปุ้ม (Clubbing)
เป็นผลจากการพร่องออกซิเจนเรื้อรัง ทำให้เกิดการเจริญเติบโตผิดปกติของเนื้อเยื่อเล็บ
เกิดหลอดเลือดฝอยและเนื้อเยื่อขยายตัวเพิ่มจำนวน
สาเหตุ มะเร็งชนิดต่าง ๆ ที่อยู่ในปอด หลอดลมของปอด หรือเยื่อหุ้มปอด
การอักเสบอย่างเรื้อรังภายในเนื้อปอด
ลักษณะอาการเจ็บหน้าอก
-ที่หัวใจ
: บีบรัด หนักๆ คล้ายถูกทับราวไปแทนไหล่ทั้งสองข้าง
-ที่ปอด
: เจ็บแปล๊บ (sharp pain) เจ็บสัมผัสกับการหายใจ
-ที่ซี่โครง ผิวหนัง
: ปวดแสบร้อนตามแนวเส้นประสาทถ้าเป็นโรคเส้นประสาท กดเจ็บบริเวณผิวอาจเห็นการอักเสบบริเวณผิวหรือข้อต่อ
-ที่ระบบทางเดินอาหาร
: มักเจ็บบริเวณท้องหรือลิ้นปี่ ในกรณีกรดไหลย้อนอาหารอาจทุเลาหลังยืนหรือดื่มน้ำ
การหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
เป็นภาวะที่ปอดไม่สามารถนำออกซิเจนสู่เลือดหรือไม่สามารถระบายคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดออกจากร่างกายผ่านการหายใจได้
ภาวะการหายใจล้มเหลวแบ่งเป็น 4 ชนิด
Acute Hypoxemic respiratory failure ภาวะที่เลือดพร่องออกซิเจน
Acute hypercapnia respiratory failure ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถระบายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือด
Perioperative respiratory failure ภาวะหายใจล้มเหลวขณะผ่าตัด
Acute Circulatory failure ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เป็นภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอาการเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอาการคงที่แต่กลับแย่ลงในเวลาไม่นาน ในผู้ป่วยเสียเลือด, มีภาวะshock
Hypoxia
หรือ ภาวะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจน เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณออกซิเจนในเนื้อเยื่อต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยมักเป็นสัญญาณที่แสดงถึงความผิดปกติของระบบหายใจหรือระบบไหลเวียนโลหิต ผู้ป่วยมักมีอาการบ่งชี้ เช่น ผิวหนังซีดหรือเป็นสีเขียว มึนงง ไอ หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น
Hypoxemia
ภาวะเลือดพร่องออกซิเจน เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำ
ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง (Hypercapnia)
เป็นภาวะที่คาร์บอนไดออกไซด์ในปอดและในเลือดสูงกว่าปกติ PaCO2 > 45mmHg
สาเหตุ
1.Hypoventilation (หายใจช้าไปหรือหายใจตื้นไป)
2.มีความผิดปกติที่ Deadspace เพิ่มขึ้น เช่นกลุ่มโรคถุงลมโป่งพองที่รุนแรง
3.มีการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าปกติเช่นมีภาวะ sepsis
Pulmonary edema ปอดบวม
ภาวะความดันใน pulmonary capillary เพิ่มขึ้นนำไปสู่การรั่วของของเหลวไปสู่ชั้น interstitium และอาจผ่านไปสู่ถุงลมได้
Atelectasis หรือปอดแฟบ
ภาวะที่ถุงลมปอดไม่สามารถขยายได้ปกติ ส่งผลให้ถุงลมปอดส่วนที่มีการแฟบไม่สามารถได้เปลี่ยนก๊าซได้อย่างปกติ
COVID-19 Pneumonia
การติดต่อ
•Droplets
•Air borne(เฉพาะเมื่อเกิดaerosal เช่นพ่นยา
อาการ
-ส่วนใหญ่ไม่มี
-อาการในผู้มีอาการอาจมีอาการของการติดเชื้อไวรัสปอดอักเสบ
การรักษา
-ส่วนใหญ่หายได้เอง
-ยาที่ใช้ในการรักษาใช้กรณีอาการรุนแรงส่วนใหญ่ยังอยู่ในการทดลอง
-ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงวิกฤตเน้นการประคับประคองจนกระทั่งผลอาการวิกฤต
-ยาต้านไวรัส
Community-acquired pneumonia โรคปอดอักเสบชุมชน
ปอดอักเสบชุมชน
มีลักษณะทางคลินิกที่หลากหลายมากเนื่องจากเชื้อที่เป็นสาเหตุ มีหลายชนิดมากมีความแตกต่างของชนิดของเชื้อก่อโรคที่สําคัญในแต่ละท้องถิ่นเชื้อก่อโรคชนิดเดียวกันอาจก่อโรคที่มีอาการและความรุนแรงของโรคที่แตกต่างกันได้มาก สุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วย อาจทําให้ลักษณะทางคลินิก การตอบสนองต่อการรักษาและการพยากรณ์โรคของปอดอักเสบชุมชนให้ผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันจึงเป็นการยากที่จะกําหนดแนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอักเสบชุมชนที่จะสามารถนําไปใช้ทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวินิจฉัย
อาการ
ไอ มีเสมหะ ไข้ หายใจลำบาก หอบเจ็บหน้าอกเหมือนหายใจเข้า (pleuritic chest pain) โดยอาการจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือไม่เกิน 2 สัปดาห์
การตรวจร่างกาย
ได้ยินเสียงหายใจที่ผิดปกติจากการตรวจฟังที่ทรวงอก(rale) หรือจากการเคาะปอดพบว่าปอดมีลักษณะแข็งก่อนเนื้อปอดปกติ
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
พบหย่อมของการอักเสบสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป
โดยอาจจะพบในปอดกลีบเดียวหรือหลายกลีบ
การรักษา
ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อก่อโรคที่เป็นไปได้
ยา Beta-lactam group สำหรับ typical bacteria
ยา Macrolide group/Doxycyclin สำหรับ Atypical bacteria
ยา Oseltamivir สำหรับไวรัส influenza
ระยะเวลาอย่างน้อย 5 วัน