Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สมดุลกรด-ด่าง น้ำ และอิเล็คโตรไลท์ในร่างกาย - Coggle Diagram
สมดุลกรด-ด่าง น้ำ และอิเล็คโตรไลท์ในร่างกาย
การควบคุมความสมดุลของกรด - ด่างในร่างกาย
ในภาวะปกติ pH ในเลือดแดง (arterial blood pH) มีค่าประมาณ 7.4
และ pH ใน เลือดด า (venous blood pH) มีค่าประมาณ 7.35 pH
สิ่งที่ช่วยควบคุมกรด-ด่างในร่างกาย
ระบบหายใจ ปอด:ควบคุมอัตราการกำจัดco2ออกจากร่างการมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงCarbonic acid
สามารถปรับpHภายใน1-15นาทีให้ผลสูงสุด12-24ชม. การควบคุมให้ผลระหว่าง50-75%
ไต:ควบคุมปริมารการขับทิ้งของH+ในปัสสาวะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการควบคุมกรด-ด่าง แต่ใช้เวลาหลายวัน
กลวิธีในการรักษาสมดุลกรด-ด่างในไต
2.การขับH+โดยรวมกับHPO4เป็นH2PO4หรือtitratable acid
3.การขับH+โดยการสร้างเกลือแอมโมเนีย
ภาวะร่างกายเป็นกรด กลวิธี3จะทำงานมากขึ้น ปัสสาวะมี
pH ต่ำลง การขับถ่ายtitrabie acidและแอมโมเนียเพิ่มขึ้น
ภาวะร่างกายเป็นด่าง กลวิธีในการขับH+ ปัสสาวะเป็นด่างการสร้างtitrabie acidและเกลือแอมโมเนียน้อยลง
1.การดูดซึมกลับของbicarbonate
Metabolic mechanism
2.การขับกรดออกมาในปัสสาวะที่distal tubuleและcollecting duct
3.การขับbicarbonate จากdistal tubuieและcollecting duct ออกมาในปัสสาวะกรณีที่ร่างกายมีภาวะเป็นด่าง
1.การดูดซึม bicarbonate ที่กรองผ่านgiomeruli กลับที่proximal tubuie ร้อยละ75ของbicarbonateที่ถูกกรองจากไตจะถูกดูดกลับบริเวณนี้โดยกลไก
ควบคุมกรด-ด่างในไต
ขับกรดที่เกิดจากmetabolismของร่างกาย โดยเฉพาะnon-volatile acid
2.non-volatile acid จากlipid:keto acid
3.non-volatile acid จาก cardohydrate:lactic acid และpyruvic acid
1.non-volatile acid จากprotein:amino acid ที่มีsulfuric และphosphoric acid
Buffer:มีอยู่ทั้งในและนอกเซลล์ จะปรับภาวะกรด-ด่างให้กับไปสมดุลภายในไม่กี่วินาทีมีปริมาณจำกัด และใช้หมดร่างการจะอาศัยการทำงานของอวัยวะอื่นทำแทน
แบ่งออก4ระบบ
Phosphate buffer system
เป็นBuffer ที่สำคัญในเซลล์มากกว่าในเลือดเนื่องจากมีในเซลลืมากกว่าโดยเฉพาะ Red blood call และ Renal tubule call
Protein buffer system
พบในเซลล์และนอกเซลล์ ส่วนใหญ่พบในเซลล์
ประจุลบ เป็นBuffer
Bicarbonate-carbonic acid buffer system
มีความสำคัญมากสุดในเลือดเนื่องจากมีปริมาณมากสุดในเลือดและมีประสิทธิภาพมากสุด
Haemoglobin buffer system
เป็นBuffer ที่สำคัญในเซลล์ เนื่องจากรวมกับ H+
กลายเป็นHHbและรวมกับCO2 เป็นHHbCO2
การแปลผลของ ABGs
ขั้นที่2 ดูค่าPaCO2หาก
ค่าPaCO2>45mmHg.=acidosis,PaCO2<35mmHg=alkalosis
ขั้นที่3 ดูค่าHCO3- หากค่าHCO3->26=alkalosis,HCO3-<22=acidosis
ขั้นที่1 ดูค่าpHหาค่าpH<7.35=acidosis,pH>7.45=alkalosis2.ขั้นตอนการวิเคราะห์ค่าArterial Biood Gas:ABG
ขั้นที่4 พิจารณาการชดเชย
ความผิดปกติของสมดุลของกรด - ด่างในร่างกาย
Primay metabolic alkalosis:มีการสะสมbicarbonateในร่างกาย เกิดจากการเสียกรดออกจากร่างกายมากกว่าปกติ
Primary respiratory alkalosis:เพิ่มการหายใจ CO2ต่ำลงpHเพิ่มขึ้น
Primay metabolic acidosis:เสียbicarbonate เกิดกรดขึ้นมากในร่างกาย
Primary respiratory acidosis:ลดการหายใจ CO2สูงขึ้นpHลดลง
น้ำและอิเล็คโตรไลท์ในร่างกาย
1.ความไม่สมดุลของน้ำ
หน้าที่ของน้ำภายในร่างกาย
ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
ช่วยในการดูดซึมและแพร่กระจายของสารต่างๆ
เป็นตัวกลางในกำรนำสารต่างๆ ไปยังระบบที่เหมาะสม
ใช้ในปฏิกิริยาเคมีที่สำคัญในร่างกาย เช่น การสลาย ATP (adenosine triphosphate ) เพื่อให้ได้พลังงาน
ควบคุมกำรเปลี่ยนแปลงควำมเข้มข้นของส่วนนั้น ๆ
น้ำ
1.น้ำภายในเซลล์ ( intracellular fluid ; ICF ) : 40% ของน้ำหนักตัว
2.น้ำภายนอกเซลล์ ( extracellular fluid ; ECF ) : 20% ของน้ำหนักตัว
1.น้ำภายในหลอดเลือด ( intravascular fluid หรือ plasma ) 5% ของน้ำหนักตัว
2.น้ำระหว่างเซลล์ ( interstitial fluid ) ซึ่งเป็นน้ำส่วนที่อยู่นอกหลอดเลือด และอยู่ตามช่องว่าง
ระหว่างเซลล์รวมทั้งน้ำที่อยภูายในอวัยวะต่างๆ เช่น น้ำในลูกต่ น้ำย่อยอาหาร และน้ำไขสันหลัง ( CSF )
: 15% ของน้ำหนักตัว
ร่างกายรับน้ำ3ทาง
อาหาร เช่น ข้าว เนื้อ ผัก ผลไม้ (800-1000 ml)
เมตาบอลิซึมของร่างกาย : วิธี water of oxidation
หรือ metabolic water (200-500 ml)
น้ำดื่ม อาหารเหลว น้ำที่ปนในอาหาร (500-1500 ml)
ร่างกายเสีย2ทาง
ทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้(insensible
perspiration)
ได้แก่ ทางผิวหนัง 300 ml. ปอด 300-500 ml. ขึ้นอยู่กับ
อัตราเมตาบอลิซึม
อุณหภูมิของร่างกาย
ความชื้น
อุณหภูมิของอากาศ
กิจกรรมที่ทำ
อารมณ์
ทางที่ปรับสมดุลได้
(insensible perspiration)
ทางเดินอาหาร ออกไปกบั อุจจาระ 100-200 ml
ผิวหนัง โดยทำงเหงื่อ 0-10 ml. (5000 ml.ถ้าออกกำลังกายหนัก) ระบบขับถ่ายปัสสาวะ 500-3000 ml. ขึ้นอยู่กับ
การดื่มน้ำ, ปริมาณ ADH น้อย (ปัสสาวะมาก), ปริมาณตัวละลาย (solute) ที่กรองผ่าน glomerulus (ขับ uria มาก ปัสสาวะมาก), สมรรถภาพของไต, และการเสียน้ำทางอื่น (เหงื่อ อาเจียน ท้องเสีย = ขับปัสสาวะออกน้อย)
ความผิดปกติของน้ำและอิเลค็ โตรไลท์
ภาวะขาดน้ำ
สาเหตุ
ได้รับน้ำน้อยลง ดื่มน้ำน้อยเกินไป
ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป
ปัสสาวะมากผิดปกติ ในผู้ป่วยเบาหวาน เบาจืด โรคไต ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะ
ยาความดันโลหิต หรือผู้ที่ดื่แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
เสียทำงผิวหนังและปอดเหงื่อออกมากผิดปกติ จากการออกกำลังกายเป็นเวลานาน ผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีอากาศร้อนชื้น หรือในผู้ที่มีไข้สูง หอบเหนื่อย
คือร่างการสูญเสียน้ำมากกว่าได้รับน้ำ ขาดแค่น้ำอย่าเดียวหรือขาดน้ำมากว่าเกลือหรือขาดทั้งน้ำและเกลือ
กลไกลการเปลี่ยนเเปลงที่เกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่ระดับเซลล์
การตอบสนองของร่างกาย
อาการขาดน้ำ
อาการขาดน้ำที่รุนแรงน้อยถึงปำนกลาง ได้แก่ ผิวแห้ง , ริมฝีปาก, ช่องปากแห้ง,อ่อนเพลีย, เหนื่อยง่าย,
ปัสสาวะน้อย, มึนหัว เวียนศีรษะ
อาการจากขาดน้ำรุนแรง ได้แก่ กระหายน้ำรุนแรง ,สับสน กระสับกระส่าย ซึม ,ผิวหนังแห้งมาก ,ปากแห้งมาก ,ตาลึกโหล ,ไม่มีเหงื่อ ปัสสาวะน้อ ยมาก สีเหลืองเข้ม
มาก,กระหม่อมจะบุ๋มลึก, มีไข้ มักเป็นไข้ต่ำ แต่บางคนไข้สูง, ความดันโลหิตต่ำ
ภาวะน้ำเกินและ ภาวะพิษของน้ำ( WAT E R
E X C E S S A N D WAT E R I N T O X I C AT I O N )
เกิดจาก
การคั่งของทั้งเกลือและน้ำ
การคั่ง ของน้ำอย่างเดียว
การคั่ง ของน้ำมากกว่าเกลือ
กลไกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่ระดับเซลล์
น้ำที่เกินจะเคลื่อนที่จำกภายนอกเซลล์ เข้าไปภายในเซลล์ จนกระทั้งความ เข้มข้น เท่ากัน ทำให้เซลล์บวม ระดับ Hct จะไม่เปลี่ยนแปลง
การตอบสนองของร่างกาย
ระดับความเข้มข้นที่ลดลงและปริมาณน้ำนอกเซลล์ที่เพิ่มขึ้นมีผลยับยั้งการหลั่งADH และอัลโดสเตอโรน ปัสสาวะจึงออกมากขึ้น ร่วมกับกลไกยับยั้ง การทำงานของศูนย์กระหายน้ำ
อาการแสดง
อาการที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ สมองผิดปกติ มีการบวมน้ำ แบ่งเป็น 2 แบบ
แบบเฉียบพลัน
ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท่ำทำงผดิ ปกติ กระตุก ชัก
ความดันเลือดสูง น้ำหนักตัวเพิ่ม ม่านตาขยายไม่เท่ากันซึม ไม่รู้สึกตัว
รีเฟล็กซ์ไวขึ้น การหายใจหยุด
แบบเรื้อรัง
อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม เลอะเลือน
ถ้ามีอาการบวมในปอด จะทำให้หายใจลำบาก และ เหนื่อย หอบ ไอมาก
สาเหตุ
ไตพิการ
เลือดไปเลี้ยงไตลดลง
มีการอุดกั้นที่ทางเดินปัสสาวะ
ไตปกติแต่มีกำรหลั่ง ADH มากขึ้น
การควบคุมภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย
น้ำทุกส่วนมีแรงดัน ออสโมติก( O S M O T I C
P R E S S U R E ) เท่ากัน
มีกลไกการควบคุม2ทาง
การกระหายน้ำ ควบคุมโดย ปริมาตรน้ำ และความเข้มข้นของพลาสมาศูนย์กระหายน้ำในไฮโปธาลามัส (Hypothalamus)
กำรขับปัสสาวะ อาศัยไต ควบคุมโดยความเข้มข้น และปริมาตรของพลาสมา
กลไกควบคุมควำมเข้มข้นของพลำสมำให้คงที่ โดยอำศัย ADH
กลไกควบคุมปริมำตรน้ำ :กำรกรองที่ไต, aldosterone, ADH
Functions Of Body
Electrolytes
ELECTROLYTES
Cl- ควบคุมแรงดันออสโมติกและช่วยในการควบคุมสมดุลกรด-เบส
Ca2+ ส่งเสริมแรงกระตุ้นระสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ/การผ่อนคล้าย
K+ จำเป็นสำหรับการกระตุ๊นของเยื่อหุ้มเซลล์ตามปกติสำหรับแรงกระตุ้นของเส้นประสาท
Mg2+ มีบทบาทในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน การจัดเก็บและการใช้พลังงานภายในเซลล์และการส่งผ่านประสาท สำคัญต่อการทำงานของหัวใจ เส้นประสาทและกล้ามเนื้อ
Na+ อิเล็กโตรไลท์ที่มีมากที่สุดในECF
Sodium lmbalance
Hyponatremia
Hyponatremia คือ ระดับโซเดียมน้อยกว่า135 มิลลิโม/ลิตร พบบ่อยในผู้ป่วยที่พักในโรงพยาบาล โซเดียมในเลือดสัมพันธ์กับผลการรักษาที่ไม่ดี ในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวอัตราเสียชีวิตสูงและภาวะอื่นๆเช่น ปอดอักเสบ
สาเหตุ
2.เกิดจากการสูญเสียโซเดียม
1.เกิดจากความสามารถในการขับสารน้ำ(free water)ของไตนั้นผิดปกติไปหรือทำได้ไม่พอเพียง
อาการ
สมองบวมน้ำ อาการมึนงง/โคมม่า เบื่ออาหาร(คลื่นไส้และอาเจียน) ง่วง เส้นเอ็นสะท้อน(ลดลง) กล้ามเนื้ออ่อนเเรง(อ่อนเเรง) ความดันโลหิตต่ำมีพยาธิสภาพ อาการชัก/ปวดหัว ปวดท้อง
Hypernatremia
Hypernatremia คือ ระดับโซเดียมสูงกว่า150มิลลิโมล/ลิตร ผู้ป่วยวิฤติมีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะโซเดียมสูงในเลือด มีปัจจัยหลายๆอย่างเช่น การให้Sodium bicarbonate เพื่อแก้ไขภาวะเลือดเป็นกรด,การสูญเสียfree water ทางปัสสาวะมากขึ้นจากการให้ยาขับปัสสาวะหรือพยาธิของไต
อาการ
ส่งผลให้ปริมาตรของเซลล์ลดลง โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยมีอาการระบบประสาทเช่น สับสน ซึม ชัก ผิวหนังตึงๆหยุ่ยๆคล้ายก้อนแป้ง
Potassium lmbalance
Hypokalemia
คือค่าซีรัมโพแทสเซียมต่ำกว่า3.5มิลลิโมล/ลิตร
สาเหตุ
การได้รับโพแทสเซียมไม่พอเพียง,การสูญเสียไปทางปัสสาวะหรือทางระบบทางเดินอาหารและการที่โพแทสเซียมย้ายเข้าสู่เซลล์
อาการ
มักเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผู้ป่วยความดันสูง หัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
Hyperkalemia
อาการ
หายใจลำบาก คลื่นไส้และอาเจียน อ่อนเพลียและอ่อนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หดหู่ ไม่มีการตอบสนองของเส้นเอ็น
คือ ภาวะโพแทสเซียมในเลือดมากกว่า5มิลลิโมล/ลิตร
Calcium lmbalance
Hypocalcemia
อาการ
กรณีขาดแบบรุนแรง ได้แก่ ชักและtetany ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเรื้อรัง ผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ
สาเหตุ
พบบ่อยผู้ป่วยอุบัติเหตุ, ภาวะไตล้มเหลวเฉียบพลันและเรื้อรัง,ติดเชื้อในกระแสเลือดในภาวะที่มีการอักเสบ, แมกนีเซียมในเลือดต่ำ,ขาดวิตามินดีในกรณีไตบาทเจ็บ
คือ ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ
Hypercalcemia
สาเหตุ
การละลายแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มขึ้น
การรับประทานหรือมีการดูดซึมแคลเซียมมากเกินไป
ภาวะไตวาย
คือ ภาวะแคลเซียมสูงในเลือด
Magnesium lmbalance
แมกนีเซียมในเลือดต่ำกว่า1.7มิลลิกรัม/เดซลิตร
อาการ
สาเหตุ
สูญเสียแมกนีเซียมไปในระบบทางเดินอาหารหรือทางปัสสาวะได้แก่ ติดเชื้อในกระแสเลือด,การติดสุราเรื้อรัง
แมกนีเซียมในเลือดสูง
ภาวะที่พบในร่างกายได้แก่
2.สมรรถภาพของต่อมหมวกไตเสื่อม
3.การให้Mg2+ในหญิงตั้งครรภ์
1.ไตล้มเหลวทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง
4.ให้Mg2+รักาาภาวะร่างกายมีMg2+
น้อยไปในผู้ป่วยโรคไต
Phosphate lmbalance
Hypophosphatemia
คือ ระดับฟอสเฟตในเลือดต่ำกว่า2.5มิลลิกรัม/เดซิลิตร
สาเหตุ
มาการการได้รับฟอสเฟตหรือลำไส้ดูดซึมฟอสเฟตได้น้อยกว่าปกติ การที่ฟอสเฟตมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่เซลล์และมีการสูญเสียออกไปในทางเดินปัสสาวะ
อาการ
กล้ามเนื้ออ่อนเเรง เดินเซ สับสน ชัก ซึม การหายใจล้มเหลวกล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ จนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การทำงานเม็ดเลือดแดง ขาวและเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ
Hyperphosphatemia
สาเหตุ
ภาวะไตวายเรื้อรัง
Hypoparathyroidism
ภาวะไตวายเฉียบพลัน
Pseudohypoparathyroidism
คือ ระดับฟอสเฟตในเลือดสูงกว่า5มิลลิกรัม/เดซิลิตร
Body Electrolytes
อิเล็คโตรไลท์มมี2ชนิด
CATION Positively charged
Electrolyte
ANION Negatively charged
Electrolyte
ELECTROLYTES IN
BODY FLUID COMPARTMENTS
INTRACELLULAR
Electrolytes
MAGNESIUM
PHOSPHOROUS
POTASSIUM
EXTRACELLULAR
Electrolytes
SODIUM
BICARBONATE
CHLORIDE