Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
แนวคิดของนักคิดต่าง ๆ ด้านการบริหาร, ผู้จัดทำ นายธนกฤต งามขำ 1142 …
แนวคิดของนักคิดต่าง ๆ ด้านการบริหาร
ยุคทัศนะดั้งเดิม
(Classical Viewpoint)
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ทฤษฎีการจัดการแบบบริหาร (Administrative Management)
Henry Fayol * (หลักการจัดการ 8 หน้าที่หรือกระบวนการจัดการ)
เชื่อว่าผู้บริหารสามารถประสบผลสำเร็จได้ถ้าได้รับการฝึกอบรมหน้าที่พื้นฐานและหลักการบริหาร -Fayot- ได้แบ่งงานด้านอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมการจัดการอุตสาหกรรมเป็น 6 กลุ่มคือ-ด้านเทคนิค (การผลิต) ด้านการค้าการซื้อขายและแลกเปลี่ยน)-ด้านการเงินการหาแหล่งทุนและใช้ประโยชน์สูงสุด)-ด้านความมั่นคง (การป้องกันทรัพย์สินและบุคคล) ด้านบัญชีการจัดคุมสินค้าจัดทำงบดุลต้นทุนสถิติ)-ด้านการจัดการ * (การวางแผนจัดองค์การสั่งการประสานงานควบคุม)
Luther Gulick and Lyndall Urwick (หลัก POSDCORE) Unwick เป็นชาวอังกฤษจบปริญญาตรีจาก Oxford ได้ร่วมกับ Galick ต่อยอดแนวความคิดของ Fayot จนเป็นทฤษฎีองค์กรที่เสนอว่าการจัดการที่ประสบความสำเร็จนั้นผู้จัดการหรือผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญ 7 ประการดังนี้ (หลักการบริหาร "POSDCORB")
ทฤษฎีการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management)
Henry Laurence Gantt (วิเคราะห์งานขจัดข้อเสีย) เป็นวิศวกรเครื่องกลได้ร่วมงานและเป็นผู้ช่วยของ Taylor โดยร่วมกันสร้างผลงานหลายอย่างเช่นการฝึกอบรมให้กับพนักงานเพื่อเพิ่มผลผลิตและการสร้างแรงจูงใจ
Gilbreth and Lillian Gilbreth (Therblig 18) เป็นชาวอเมริกันจบม. ปลายเริ่มงานเป็นช่างก่ออิฐ แต่พัฒนาตนเองจนได้เป็นเถ้าแก่มีผลงานโดดเด่นในเรื่อง“ การศึกษาการเคลื่อนไหว (Time and Motion Study)” คือการลดท่าทางในการทำงานเรียงอิฐซึ่งเกิดจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการทำงาน
Frederick Winslow Taylor (บิดาแห่งการจัดการแบบวิทยาศาสตร์) เป็นบิดาแห่งการบริหารจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (The Father of Scientific Management) การบริหารแบบมีหลักเกณฑ์แก้ไขการทำงานไม่เต็มศักยภาพได้ด้วยการออกแบบงานและจัดแรงจูงใจใหม่กำหนดวิธีการทำงานที่ดีที่สุด (One Best Way) แทนการลองผิดลองถูกและการทำแบบตัวใครตัวมัน
P = Planning หมายถึงการวางแผนการวางแผนเป็นการพิจารณาและกำหนดแนวทางปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่ปรารถนา
O = Organizing หมายถึงการจัดองค์การเป็นการจัดโครงสร้างองค์กรอย่างเหมาะสมจัดระเบียบกิจกรรมให้เป็นกลุ่มก้อนเข้ารูป
S = Staffing หมายถึงการจัดคนเข้าทำงานเป็นกระบวนการในการเสาะหาคนใหม่และใช้คนเก่าให้สอดคล้องกับงานในหน้าที่ต่าง ๆ
D = Directing หมายถึงการสั่งการ
Cos Coordinating หมายถึงการประสานงานความร่วมมือ
R = Reporting หมายถึงการรายงานการรายงานผลการปฏิบัติงานหมายรวมถึงการรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานการประชาสัมพันธ์ขององค์การ
B = Budgeting หมายถึงการงบประมาณงบประมาณ” (Budget) หมายถึงแผนอย่างละเอียดที่กำหนดเป็นตัวเลขเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรของกิจการใน
ยุคนักบุกเบิกเริ่มแรก (Pre-Classical Contributors)
Charles Babbage (บิดาแห่งวงการคอมพิวเตอร์)
นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ
เป็นบิดาแห่งวงการคอมพิวเตอร์
Henry Towne (ผู้จุดประกายการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์)
เป็นบุคคลที่ Frederick w. Taylor ชื่นชมเป็นผู้จุดประกายการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
วิศวกรผู้เน้นการพัฒนาศาสตร์ทางการบริหาร
Robert Owen (ต้นแบบของการบริหารเชิงสัมพันธ์)
ผู้ประกอบการชาวอังกฤษ
เน้นการจัดสภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของคนงาน
กลุ่มการจัดการองค์การระบบราชการ
แมกซ์เวเบอร์ (Max Weber: 1864-1920) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน
สนใจศึกษาและพยายามพัฒนาแนวความคิดเกี่ยวกับระบบโครงสร้างอำนาจหน้าที่ภายในองค์การ (เริ่มแรกทำขึ้นเพื่อการศึกษาองค์การ แต่ต่อมาถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย) เสนอแนวคิด“ ระบบราชการเชิงอุดมคติ” (Ideat Bureaucracy) เน้นการแบ่งแยกงานการบังคับบัญชาอย่างชัดเจน
ความสามารถ: มีการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานตามความรู้ความสามารถและมีระบบการจูงใจการทำงานโดยการกำหนดอัตราเงินเดือนตามตำแหน่งด้วยระบบคุณธรรม (merit system)
ความเป็นทางการ: มีการกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ อย่างชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นมาตรฐานเดียวกัน
สายการบังคับบัญชา: มีการกำหนดสายและลำดับชั้นการบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการ
ความไม่อิงความสัมพันธ์ส่วนบุคคล: มีการปฏิบัติงานที่ยึดระบบมากกว่าตัวบุคคลแบ่งแยกเรื่องส่วนตัวและทรัพย์สินของบุคคลออกจากองค์การ
ความชำนาญการเฉพาะด้าน: มีการกำหนดหน้าที่แยกจากกันตามความชำนาญการเฉพาะด้าน
ผู้จัดทำ นายธนกฤต งามขำ 1142 นายนายเจนณรงค์ เมืองประเทศ 1147 นายกิติศักดิ์ เป็ดสุวรรณ์ 1149