Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลในการดูแลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ความผิดปกติของเลือดและส่วนปร…
การพยาบาลในการดูแลผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ
ความผิดปกติของเลือดและส่วนประกอบของเลือด
ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia)
สาเหตุ
สร้างเกล็ดเลือด เป็นผลมาจากไขกระดูกสร้างเกล็ดเลือดได้ไม่เพียงพอ
การทำลายเกร็ดเลือด จากภูมิต้านทานตนเอง ยาควินิน
การรักษา
อิมมิวโนโกลบูลิน (Immunoglobulins)
ยาเอลทรอมโบแพค (Eltrombopag)
ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)
การผ่าตัดม้าม
การห้ามเลือดและให้เลือด/เกล็ดเลือดทดแทน
Idiopathic Thrombocytopenic Purpura (ITP)
พยาธิ
โดยร่างกายสร้าง platelet antiboby ขึ้นมาทำลายเกล็ดเลือดของตัวเองและของผู้อื่น
ทำให้มีเลือดออกใต้ผิวหนัง ( purpura )
โรคเชื่อว่าเกิดจากมีการเพิ่ม การทำลายของเกล็ดเลือด
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
WBC ปกติ บางรายพบ lymphocyte สูง
bone marrow พบตัวอ่อนของเกล็ดเลือดเพิม ขึน
platelet antibody ได้ผลบวกร้อยละ 38 - 76 % 6. platelet อายุสิ้นไม่เกิน 1 วัน ( ปกติ 9 - 11 วัน )
เกล็ดเลือดต่ำกว่า hemostatic level คือ 60,000 เซลล์/ลบ.มม. รายที่มีอาการรุนแรงมักจะต้ำกว่า 20,000 เซลล์/ลบ.มม.
hematrocrit อยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นในรายที่มีเลือดออกรุนแรง หรือเลือดเรื้อรังอาจมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย
การพยาบาล
กลุ่มทีีมีความเสี่ยงน้อย (100,000 < platelet > 50,000)
สังเกตอาการ/อาการแสดงของภาวะเลือดออก
งดอาหารสีดำ สีแดง
บ้วนปาก งดแปรงฟัน
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (platelet 20,000)
ดูแลให้ผู้ป่วย Absolute bed rest
สังเกตจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechiae)
สังเกตอาการทางระบบประสาท
ประเมินสัญญาณชีพผู้ป่วย (vital signs) และสัญญาณทางระบบประสาท (neuro signs) ทุก 1 ชัว่โมง หากมีอาการเปลี่ยนแปลง
การพยาบาลเมื่อมีเลือดออก
ป้องกัน bleeding โดยไม่ให้เกิด trauma
ให้การพยาบาลอย่างนุ่มนวล
ขณะที่ผู้ป่วยหลับหรือสลึมสลือ
ห้ามฉีดยาทางกล้ามเนื้อ ถ้า platelets น้อยกว่า 50,000 เซลล์/ลบ.มม.
การเจาะเลือด การแทงเข็มให้สารน้ำควรให้ผู้ที่มีความชำนาญเป็นผู้ทำ
ถ้า IV leakaged ต้องหยุดการให้ทันที
อาการ
เสียเลือดอย่างรวดเร็วและรุนแรงจาก GI bleeding, ตับม้ามและต่อมน้ำเหลืองไม่โต
บางรายมีการติดเชื่อ URI นำมาก่อน
อาการเลือดออกตามผิวหนังและอวัยวะต่างๆ
การรักษา
การรักษาด้วยยากลุ่ม Corticosteroid
Intravenous immunoglobulin (IVIg) ขนาด 400 mg/kg/day เป็นเวลา 5 วัน
การให้เกร็ดเลือด ให้เกล็ดเลือดเฉพาะในรายที่มีเลือดออกรุนแรง
Intravenous anti-D ขนาด 50-75 Mg/ kg
การผ่าตัดม้ามออก
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
แบ่งเป็น 2 ชนิด
Hodgkin'sLymphoma (HL)
Non-Hodgkin's Lymphoma
ระยะของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ระยะที่ 1 (Stage I) ผู้ป่วยมีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลืองหรือนอกต่อมน้ำเหลืองเพียงบริเวณเดียว
ระยะที่ 2 (StageI1) ผู้ป่วยมีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลืองหรือนอกต่อมน้ำเหลืองตั้ง แต่ 2 ตำแหน่งขึนไป โดยต้องอยู่ภายในด้านเดียวกันของกระบังลม
ระยะที 3 (StageII) ผู้ป่วยมีรอยโรคที่ต่อมน้ำเหลืองหรือนอกต่อมน้ำเหลืองที่อยู่คนละด้านของกระบังลม และ/หรือพบรอยโรคที่ม้ามร่วมด้วย
ระยะที่ 4 (Stage/V) ผู้ป่วยมีรอยโรคกระจายออกไปเกิน
การวินิจฉัย
การตรวจไขกระดูก
lymph node biopsy
เอกชเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟา (MRI)
การตรวจกระดูก (Bone scan)
การตรวจ PET scan
การพยาบาล
รับประทานอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่สุก สะอาด ทำใหม่ๆ
การออกกำลังกาย
ควรรักษาความสะอาด โดยการอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง
ควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งและล้างมือก่อนและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
ควรรักษาความสะอาดในช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ
การดูแลบริเวณทวารหนัก
ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง
การผ่อนคลายความเครียด
หากมีอาการผิดปกติควรมาพบแพทย์ก่อนเวลานัดหมาย เช่น ไข้สูงมากกว่า 38.5C
ผู้ป่วยอาจมีเกล็ดเลือดต่ำร่วมด้วยซึ้งจะทำให้มีภาวะเลือดออกง่าย
ผู้ป่วยอาจมีภาวะโลหิตจางซึ้งจะทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
อาการ
ไอเรื้อรัง หายใจไม่สะดวก ต่อทอนซิลโต
เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลียไม่ทราบสาเหตุ
ปวดศีรษะ (พบในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระบบประสาท)
มีไข้ หนาว สั้น เหงือ ออกมากตอนกลางคืน คันทั่ว ร่างกาย
การรักษา
ยาเคมีบำบัด
Vincristine
Prednisolone
รังสีรักษา
การปลูกถ่ายเชลล์ต้นกำเนิด (Hematopoietic stem cell transplantation
มะเร็งมัลติเพิง มัยอิโลมา
(Multiple Myeloma: MM)
อาการ
ซีด อ่อนเพลีย
เลือดออกผิดปกติ
ปวดกระดูก
กระดูกหักโดยไม่มีสาเหตุที่เหมาะสม
อาการCaสูง : ซึม สับสน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย ฯลฯ
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
การรักษา
การรักษาเฉพาะ
การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
การให้ยาสเตียรอยด์
การให้ยาปรับระบบอิมมูน
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
การฉายแสง ในกรณีที่ก้อนพลาสมาไซโตมา (Plasmacytoma)ใหญ่ไปเบียดกด
อวัยวะอื่นๆ/มีอาการปวดรุนแรงจากกระดูกหัก
การรักษาแบบประคับประคอง
การล้างไต/การให้สารน้ำ
การให้ยารักษาประคับ
ยาแก้อาการปวดกระดูก ประคองตามอาการ
การให้เลือดเมื่อเกิดภาวะโลหิตจาง
กลไกลการเกิด
เซลล์มะเร็งไปแทนที่เซลล์เม็ดเลือดแดงปกติในไขกระดูกและหลั่งสารสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะซีด
โปรตีนผิดปกติที่เซลล์มะเร็งหลั่งออกมามีพิษต่อไต ทำให้ไตวาย
เซลล์มะเร็งหลั่งสารเพิ่มสลายกระดูกและลดการสร้างกระดูก, Caในเลือดสูง
การพยาบาล
กระตุ้นการอื่มน้ำมากๆเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและไตวาย
ระมัดระวังอุกบัติเหตุ
แนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีCaสูง
ภาวะลิ่มเลือดแพร่กระจายในหลอดเลือด
(Disseminated intravascular coagulation : DIC)
การรักษา
รักษาและกำจัดสาเหตุโรค/ตัวกระตุ้นที่เป็นสาเหตุของภาวะDICออกโดยรวดเร็ว
การรักษาประคับประคองทั่วไปในระหว่างที่กำลังรักษา/ขจัดโรค/ตัวกระตุ้นออก มักพบภาวะพร่องออกซิเจน
ภาวะความดันต่ำ ภาวะกรดเกินและซีดร่วมด้วย
การรักาาเฉพาะให้เกล็ดเลือดFFPและcryoprecipitateเพื่อ
ชดเชยเกล็ดเลือดและปัจจัยการแข็งตัวของเลือดที่ต่ำ
ผู้ป่วยที่ไม่มีเลือดออกอาจพิจารณาให้เกล็ดเลือดเพื่อป้องกันภาวะเลือดออก
ผู้ป่วยที่มีเลือดออก/จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอาจพิจารณาให้FFP10ml./kg.
Cryprecipitate 1 ยูนิต/นน.5kg.q12-24hr.
ไม่ควรใช้ antifibrinolytic agents ถ้าผู้ป่วยมีเลือดออกมากและไม่ตอบสนอง
ต่อการให้เลือดและส่วนประกอบของเลือดร่วมกับพบ fibrinolysis เพิ่มขึ้นมาก
ผู้ป่วยที่มีอาการ/อาการแสดงของภาวะลิ่มเลือดอุดกั้น อาจพิจารณาให้
heparin/low molecular weight heparin
ภาวะแทรกซ้อน
Renal failure
Gangrene
Pulmonary emboli or hemorrhage
Acute respiratory distress sysdrome
Stroke
พยาธิสภาพ
เป็นภาวะที่เกิดจากการกระตุ้นระบบการแข็งตัวของเลือดมากผิดปกติจนทำให้เกิด thrombin จำนวนมากและthrombinเหล่านี้ได้
ไปกระตุ้น fibrinogenรวมถึงfactorV,factorVlll และเกล็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดเล็ก
หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆที่ทำให้เกิด Increase intracranial pressure
หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อหน้าที่ของเกล็ดเลือด
หลีกเลี่ยงการใช้ยาเข้ากล้ามเนื้อและrectral
Suction โดยใช้ Loe pressure
สังเกต Clot รอบ IV site และ Injections sites
Patient and family support
การพยาบาลผู้ป่วยถูกงูระบบเลือดกัด
กรณีสงสัยงูพิษต่อระบบเลือด
การตรวจCBCพบ Plt.ลดลง
การตรวจ PT,PPT,TTจะมีค่านานผิดปกติ
การให้เซรุ่ม
งูแมวเซา : VCT>20นาที ให้60ml.q6hr. จนกว่าVCTลดลงต่ำกว่า30นาที
งูกะปะ : VCT>20นาที ให้50ml.q6hr. จนกว่าVCTลดลงต่ำกว่า20นาที
งูเขียวหางไหม้ : ให้เซรุ่ม50ml.q6hr. จนกว่าVCTลดลงต่ำกว่า30นาที
อาการ
ปวดบวม แดง ร้อน แต่ไม่มาก ->งูแมวเซา/อาการระยะแรกของงูเห่าและจงอาง
มีอาการเลือดออกผิดปกติ
ในกรณีงูแมวเซาจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อตามตัวได้มาก มีอาการและอาการแสดงของภาวะDICและมีอาการของภาวะไตล้มเหลวเฉียบพลัน
ในกรณีงูกะปะและงูเขียวหางไหม้ อาการเลือดออกผิดปกติมักไม่รุนแรง
การดูแลผู้ป่วย
ระมัดระวังภาวะเสี่ยงต่อเลือดออก
ข้อบ่งชี้ในการให้เซรุ่ม
มีภาวะเลือดออกผิดปกติ
VCTนานกว่า20นาที/20WBCTผิดปกติ
Plt.<10x109/L
พยาธิสรีรภาพ
การที่ออกพิษต่อระบบเลือด คือการให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย ซึ่งเป็นพิษที่มาจาก
งูกะปะ,งูแมวเซา,งูเขียวหางไหม้
มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
Acute leukemia
กลุ่มอาการ
ไขกระดูกล้มเหลว
เกล็ดเลือดต่ำ
โลหิตจาง
เม็ดเลืออดขาวปกติต่ำลง
การแทรกซึมของมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่อวัยวะอื่น
เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญอาหารเพื่อการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง
การวินิจฉัย
ตรวจไขกระดูก
ตรวจค่าการแข็งตัวของเลือดในมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน
ตรวจเลือดเพื่อนับจำนวนเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด
ตรวจน้ำไขสันหลัง
พยาธิสรีรภาพ
AML เป็นการกลายพันธุ์ของยีน ในระดับต้นกำเนิดของเม็ดเลือด
การรักษา
ยาเคมีบำบัด
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเซลล์ผู้อื่น (Allogeneic Stem Cell Transplantation)
การเปลี่ยนถ่ายพลาสมาเพื่อลดจำนวนเม็ดเลือดขาวอย่างรวดเร็ว (Leukapheresis)
การให้ยาเคมีบำบัดทางน้ำไขสันหลัง (Intrathecal Chemotherapy)
การฉายแสง (Radiation) ALL
ปัจจัยเสี่ยงของ AML
การได้รับรังสี การสูบบุหรี่
โรคทางพันธุกรรม+ความผิดปกติของไขกระดูกในอดีตมาก่อน
ได้สัมผัสสารเคมี
การได้รับยาเคมีบำบัด
Chlorambucil
Cyclophosphamid
Melphalan
เบนซีน
Chronic leukemia
Chronic phase (ระะเรื้อรัง)
blast ในเลือดและไขกระดูก<15%
มี basophils ในเลือด<20%
มี blast+promyelocyte ในเลือดและไขกระดูก<30%
จำนวนเกล็ดเลือด=/> 100x109/L ยกเว้นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่เกิดจากการรักษา
ไม่พบการแทรกซึมของเซลล์นอกไขกระดูก ยกเว้นตับ+ม้าม
อาการ
เหงื่อออกตอนกลางคืน,อ่อนเพลีย,มีจุดจ้ำเลือด,ปวดท้องแน่นท้อง,ม้ามโต,
น้ำหนักลด จะอยู่ได้ 3-5 ปี
เซลล์เม็ดเลือดขาวมีลักษณะเซลล์ใกล้เคียงปกติ
Accelerated phase(ระยะลุกลาม)
Blast ในเลือดและไขกระดูก >15%แต่ไม่เกิน30%
มี basophil ในเลือด>20%
มี blastและpromyelocyteในเลือดและไขกระดูก>30%
จำนวนเกล็ดเลือด=/>100x10(9)/Lยกเว้นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่เกิดจากการรักษา
มี clinal evolution
อาการ มีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลด ติดเชื้อได้ง่าย เลือดออกง่าย
อาการและอาการแสดง
กลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติ ของการเผาผลาญอาหารเพื่อใช้ใน การเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง
อาการรเนื่องจากการแทรกซึมของ
เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ม้าม
อิ่มเร็ว
อืดแน่นท้อง
ม้ามโต
กลุ่มอาการเนื่องจากการอุดตันของ
หลอดเลือด
ตามัว
ปวดมึนศีรษะ
Blastocyst phase (ระยะรุนแรง)
มีการแทรกซึมของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวนอกไขกระดูกที่มีรูปร่างและลักษณะของblastในกระแสเลือด
อาการ
ซีด มีเลือดออก คัน มีผื่นขึ้น
พบเม็ดเลือดขาวชนิดตัวอ่อนจำนวนมากในเลือดและไขกะดูก
หากเม็ดเลือดขาว>100,000จะทำให้เกิดการอุดกั้นในหลอดเลือด
เสียชีวิตภายใน3-6เดือน
Blast (myeloid/lymphoid)ในเลือด/ไขกระดูก=/>30%
การพยาบาล
การเกิดไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ
วัด V/S q4hr.ถ้าพบไข้38องศาขึ้นไปรีบรายงานแพทย์
ถ้าพบ gr.1/gr.2รายงานแพทย์และจัดผู้ป่วยไว้ห้องแยกรวม
ถ้าพบ gr.3/gr.4รายงานแพทย์ทันทีและจัดผู้ป่วยไว้ห้องแยกเดี่ยว
ดูแลให้ stat dose ATB ภายใน15-30นาที
Aseptic technique สำหรับ Procedure ทั้งหมด
สังเกตุอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อ
ญาติที่มีโรคติดเชื้องดเยี่ยม หากมีความจำเป็นต้องเข้าเยี่ยมควรสวม เครื่องป้องกันร่างกาย
การป้องกันการติดเชื้อเนื่องจากเม็ดเลือดขาวต่ำ
รับประทานอาหารสุก สด ใหม่
รับประทานอาหารโปรตีนสูง
หลีกเลี่ยงอาหารมักดอง ผักสด ผลไม้เปลือกบาง ผลไม้ตากแห้ง
ควรล้างมือก่อนและหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง
รักษาความสะอาดปากฟัน และร่างกาย
หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้เจ็บป่วย/คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
ป้องกันภาวะTumor lysis syndrome
ให้สารน้ำก่อนให้ยาเคมีบำบัด24-48ขม.และต่อเนื่องถึง72ชม.หลังให้ยา
ประเมินUrine Output>200cc/2hr.
หากปัสสาวะออกน้อยเสี่ยงน้ำเกิน
ให้PRCเพิ่มRenal Blood flow
ให้ยาขับปัสสาวะ
การป้องกันภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก
ระมัดระวังของมีคม
สวมรองเท้าทุ้มส้นเพื่อป้องกันการชน
ควรใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มในการทำความสะอาดปากและฟัน
ใช้ที่โกนหนวดไฟฟ้าแทนารใช้มีดโกนหนวด
ชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาว
Acute Myeloid Leukemia (AML)
Acute Lymphoblastic Leukemia (ALL)
Chronic Myeloid Leukemia (CML)
Chronic Lymphoblastic Leukemia (CLL)