Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กป่วย ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ - Coggle Diagram
การพยาบาลเด็กป่วย
ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน
โรคที่มีการอักเสบของหลอดลมฝอย (bronchiole) เกิดการบวม และหลุดลอก ของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ ส่งผลให้การระบายเสมหะไม่ดีร่วมกับมีการสร้าง เสมหะเพิ่มมากขึ้น เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนล่าง
มักเกิดในช่วงอายุ 1-2 ปีแรก
สาเหตุ
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุดคือ respiratory syncytial virus (RSV)
ไม่ได้รับการเล้ียงดูด้วยนมมาร
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการการรุนแรงของโรค
ทารกเกิดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ < 35 สัปดาห์
อายุน้อยกว่า 3 เดือน
โรคปอดเรื้อรัง (BPD)
อาการและอาการแสดง
มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไอและ/หรือ มีน้ำมูก
หายใจเร็ว (tachypnea) หายใจลำบาก (dyspnea
Cyanosis หรือ SpO2 ต่ำ
หยุดหายใจ (apnea)
การวินิจฉัย
ภาพถ่ายรังสีทรวงอกไม่มีความจำเพาะ แต่อาจพบความผิดปกติได้ เช่น hyperinflation
การตรวจนับจำนวนเม็ดเลือด (CBC) อาจพิจารณาในกรณีที่ต้องการ แยกระหว่างการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส
การรักษาแบบประคับประคอง
การให้สารน้ำและอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ
แต่ในผู้ป่วยที่มี RR > 60 bpm และมีน้ำมูกมาก อาจพิจารณาให้ทาง NG หรือ OG หรือ IV
การให้ยาพ่น
Salbutamol ไปกระตุ้นตัวรับในระดับเซลล์ของผนังหลอดลมที่เรียกว่า Beta-2 receptor ทำให้หลอดลมคลายตัว
Epinephrine มีผลทำให้เส้นเลือดหดตัว ช่วยลดการบวมของเยื่อบุทาง เดินหายใจ
การป้องกัน
การป้องกันการติดเชื้อ RSV ในโรงพยาบาล ก่อนและหลังการสัมผัสผู้ป่วย ควรล้างมือด้วย alcohol-base hand sanitizer หรือสบู่และน้ำ
ควรให้คำแนะนำผู้ปกครองให้เด็กหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่
โรคปอดอักเสบ (pneumonia)
โรคที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอด บริเวณหลอดลมฝอยส่วนปลาย (terminal และ respiratory bronchiole) ถุงลม (alveoli) และเนื้อเยื่อ รอบถุงลม (interstitium) ซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อ
สาเหตุและระบาดวิทยาของโรค
การติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุร้อยละ 60-70
ไวรัสที่พบบ่อย ได้แก่ RSV (42%), influenza, parainfluenza และ human metapneumovirus
ลักษณะทางคลินิก
อาการสำคัญ คือ ไข้ ไอ หอบ
ลักษณะทางคลินิกที่ตรวจพบ ได้แก่ มีไข้
ยกเว้นปอดบวมที่เกิดจากเชื้อ C. trachomatis ก็อาจไม่มีไข้ได้ )
การวินิจฉัยโรค
มีอาการหายใจลำบาก หายใจอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน
ในรายที่เป็นมากอาจตรวจพบ ริมฝีปากเขียวหรือหายใจมีเสียง grunting
ฟังเสียงปอด มักได้ยินเสียง fine หรือ medium crepitation อาจได้ยินเสียง wheeze
การรักษาแบบประคับประคอง
ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าการทำกายภาพบำบัดทรวงอกหรือ การทำ deep breathing exercise ได้ประโยชน์ชัดเจน
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ทำกายภาพบำบัดทรวงอก ในผู้ป่วยเด็กที่เป็นปอดอักเสบระยะเฉียบพลัน
การป้องกัน
conjugated pneumococcal vaccine
Pertussis vaccine
Hib vaccine
โรคหืด
โรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทําให้หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ เมื่อเจอสิ่งกระตุ้นหลอดลมจะหดตัวตีบลง
อาการและอาการแสดง
หายใจมีเสียงวี้ด (wheeze) โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนหายใจเข้าหรือหายใจ ออกแรงๆ (forced inspiratory/expiratory wheeze)
หน้าอกโป่ง ถ้าเป็นเรื้อรังมานาน (increased A-P diameter)
ยาที่ใช้ในการรักษา
ยาขยายหลอดลม
Beta-adrenergic agonists เป็นยาขยายหลอดลมที่ดีที่สุด ยาในกลุ่มนี้ ออกฤทธิ์โดยการจับกับ β2 receptor ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว
Anticholinergic ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของ cholinergic nervous system ทําให้หลอดลมขยายตัว
ยาระงับการอักเสบ
Corticosteroids เป็นยาที่มีประสทธิภาพสูงสุดในการรักษาการอักเสบของ หลอดลม โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบแทบทุกขั้นตอน
Cromolyn sodium ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการหลั่ง mediators ของ mast cells
การป้องกันโรคหืด
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคหืด
แต่การป้องกันโรคไม่ให้กำเริบนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
กำจัดไรฝุ่นในบ้าน
โรคกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน
โรคที่เกิดจากการติดเชื้อของทางเดินหายใจในเด็กที่มีการอักเสบและบวมของกล่องเสียง หลอดคอ และหลอดลมโดยเฉพาะที่ตำแหน่งใต้กล่องเสียง (subglottic region)
สาเหตุและระบาดวิทยาของโรค
พบบ่อยในเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน- 3 ปี
เด็กชายพบได้มากกว่าเด็กหญิง
ระยะฟักตัวของโรคประมาณ 2-6 วัน
เชื้อที่พบเป็นสาเหตุส่วนใหญ่คือไวรัสที่พบบ่อยที่สุด คือ parainfluenza viruses (type 1-3) พบได้ 50-75 % ของผู้ป่วยโรคนี้
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะหายใจล้มเหลว
ภาวะขาดน้ำ
ภาวะพร่องออกซิเจน
ปอดบวมน้ำ (pulmonary edema)
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเล็กอยู่ในที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับ ผู้ป่วยที่มีอาการหวัดหรือติดเชื้อในระบบหายใจ
ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวมีอาการหวัด หรือติดเชื้อในระบบหายใจควรให้ใช้ ผ้าปิดปาก ปิดจมูก และล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสเด็ก
การดูแลเด็กด้วยกายภาพบำบัดทรวงอก
การบำบัดโรคระบบทางเดินหายใจที่มีปัญหาการคั่งค้างของเสมหะ เสมหะเหนียวข้น หรือมีปริมาณมาก มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ทางเดินหายใจโล่ง
การจัดท่าระบายเสมหะ
ทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีเสมหะเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถไอขับเสมหะได้เอง
การจัดท่าแต่ละท่าขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มีการคั่งค้างของเสมหะในปอด
ต้องมีการประเมินปอดโดยการใช้หูฟัง เพื่อหาตำแหน่งที่มีการคั่งค้างของ เสมหะก่อนจัดท่าเสมอ
หลักการของการจัดท่าระบายเสมหะ
ในเด็กเล็กใช้ผ้าหนุนให้ คอแหงนเล็กน้อย
ในเด็กโตควรจัดท่านอนกึ่งนั่ง เพื่อให้ปอดขยายและมีการระบายอากาศที่ดี
อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกในการทำให้เสมหะเคลื่อนที่จากตำแหน่งหลอดลม ส่วนปลาย ระดับแขนงปอด
การกำจัดเสมหะ
ดูดเสมหะทางจมูกและปาก (nasopharyngeal and oropharyngeal suctioning) มีข้อบ่งชี้
ผู้ป่วยมีการคั่งค้างของเสมหะในหลอดลมและไม่สามารถไอ ขับ เสมหะออกมาได้
ไม่สามารถกระตุ้นการไอเอาเสมหะออกมาได้เอง
ข้อบ่งชี้ในการทำกายภาพบำบัดทรวงอก
มีเสมหะเหนียวข้นหรือมีปริมาณมาก
ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน นอนบนเตียงนานๆ
มีภาวะปอดแฟบ
หลังถอดท่อช่วยหายใจใหม่ๆ เพื่อป้องกันปอดแฟบ
ทารกที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง สูดสำลักน้ำคร่ำ
การป้องกันและการดูแลเด็กที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจที่บ้าน ตามรูปแบบ M-E-T-H-O-D
M (Medication)
E (Environment & Economic)
T (Treatment)
O (Outpatient Referral)
D (Diet)