Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 การดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ, image, image, image, image,…
บทที่ 5 การดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ
ข้อบ่งชี้ในการใช้เครื่องช่วยหายใจ
Oxygenation failure
Ventilation failure
Respiratory muscle dysfunction & workload
Unstable Hemodynamic
ภาวะการหายใจลำบากเฉียบพลัน
ปัญหาจากเครื่อง: ระบบรั่ว/เครื่องทำงานผิดปกติ* ตั้งเครื่องไม่เหมาะสม
ปัญหาจากท่อช่วยหายใจ:ท่อตันหรือขดพับ/เลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม* Cuff รั่ว, herniation
ปัญหาจากผู้ป่วย:มีเสมหะมาก
การดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ
ดูแลให้ได้รับ O2 เพียงพอ และไม่มีการคั่งของ CO2
• ประเมินสภาพผู้ป่วย
• Suction อย่างถูกวิธี
• ดูแล ET-Tube ให้อยู่ในตำแหน่ง ไม่เลื่อนหลุด
• Monitor V/S, O2sat Keep O2 sat ≥95%
• Monitor VT, MV, PIP
• สังเกตลักษณะ สี กลิ่น ปริมาณของเสมหะ
• ติดตามและประเมินค่า ABG
• ประเมินสภาพและป้องกันการติดเชื้อของทางเดินหายใจ (VAP)
• สังเกตลักษณะสีกลิ่นของเสมหะ เก็บเสมหะส่งเพาะเชื้อและ ติดตามผล
• ติดตามผล Chest X-ray
Nursing Care: ประเมินท่อช่วยหายใจตำแหน่งของท่อช่วยหายใจ
• ปลายท่ออยู่เหนือ Carina 2 cms.
• ความลึกของท่อช่วยหายใจ (Mark) ที่เท่าไร
• วัด Cuff pressure ทุกเวร ประมาณ 20-25 CmH2O
การวัด Cuff pressure
ความดันที่สูงเกินไปจะทำใหเกิดอันตราย
• เกิดการบวมของหลอดลม (tracheal edema)
• มีรอยโรคเกิดขึ้นภายในเยื่อบุหลอดลม (tissue erosion)
• เกิดการตีบของหลอดลม (tracheal stenosis)
• เกิดรูรั่วของหลอดลม (tracheal fistular)
• เกิดการกดเลือดไม่ไปเลี้ยงหลอดลมคอ
• หลอดลมแตก (tracheal rupture)
• cuff โปงยอย ผิดรูป (herniation)
• วัด cuff pressure อย่างน้อยเวรละ 1 ครั้ง ค่าปกติ 20-25 CmH2O
ดูแลความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
•ดูแล Mouth care อย่างถูกวิธี
•ระวังการดึงรั้ง
•ป้องกันการดึงท่อ โดยประเมินความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะดึงท่อ อาจต้องมีการ Restrain
•ป้องกันแก้ไขอาการบาดเจ็บของทางเดินหายใจ
•ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
•ป้องกันการดึงท่อโดยการผูกมัดอย่างระมัดระวัง
ดูแลความบกพร่องในการสื่อสาร
• ประเมินความสามารถของผู้ป่วยที่ใช้ในการสื่อสาร
• หาวิธีการสื่อสารแทนคำพูด
• หมั่นเยี่ยมและไต่ถามความต้องการของผู้ป่วย
• ใช้คำพูดง่ายๆ สั้นๆ ในการสื่อสาร
• อธิบายให้ผู้ป่วย และญาติเข้าใจถึงความลำบากในการสื่อสาร
ป้องกัน Trachea injury
• ดูดเสมหะด้วยความนุ่มนวล
• วัด cuff pressure อย่างน้อยเวรละ 1 ครั้ง
ป้องกัน Hypotension, decreased cardiac output
• Set ventilator ความดันบวกที่เหมาะสม
• ให้สารน้ำตามแผนการรักษา
• นอนยกเท้าสูง 20 – 300
ป้องกัน Lung injury; Barotrauma, volutrauma, atelectasis
• เช็ค Tidal volume, เช็คการทำงานเครื่องช่วยหายใจ
• Monitor EKG, vital signs
• ดูดเสมหะให้ถูกต้อง
หลักการทำงานของเครื่องช่วยหายใจ
อาศัยความดันบวก เป่าอากาศเข้าไปในปอดของผู้ป่วยจนปอดขยายตัวได้ระดับหนึ่งแล้วหยุดปล่อยให้อากาศระบายออก
ชนิดของเครื่องช่วยหายใจ
Volume Cycle Ventilatour
Pressure Cycle Ventilator
Time Cycle Ventilator
Dual Control
Tips: กลไกที่เปลี่ยนการหายใจเข้าเป็นหายใจออก เรียกว่า Cycle”
กลไกการช่วยหายใจ
Trigger mechanism คือ กลไกการควบคุมการจ่าย Gas ในระยะเริ่มต้นการหายใจเข้า
Limit คือ ค่าที่ถูกก าหนดไม่ให้เกินค่าที่ตั้งไว้ในการหายใจเข้า
Cycling mechanism คือ กลไกที่ใช้ในการหยุดจ่าย Gas ใช้ในการเปลี่ยนการหายใจเข้าเป็นออก
การดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจควรมีการประเมินการดูแลผู้ป่วยดังนี้
ข้อบ่งชี้การใช้เครื่องช่วยหายใจ
การหย่าเครื่องช่วยหายใจ
การดูแลขณะผู้ป่วยใช้เครื่องเหมาะสมหรือไม่
การตั้งเครื่องเหมาะสมกับผู้ป่วยหรือไม่
ความพร้อมก่อนการถอดท่อช่วยหายใจ
ประเภทของเครื่องช่วยหายใจ
Invasive Ventilation หมายถึงการใช้เครื่องช่วยหายใจ ผ่านทางท่อเจาะคอ สาหรับผู้ป่วยที่ต้องช่วยหายใจมากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน
ข้อบ่งชี้ในการพิจารณาช่วยหายใจแบบ Invasive Ventilator
•มีเสมหะมากและไม่สามารถควบคุมได้
•มีความบกพร่องในการกลืนและมีการส าลักอาหารเรื้องรัง ส่งผลให้เป็น pneumonia บ่อยๆ
•ไม่ตอบสนองต่อการหายใจแบบ NIV หรือมีใบหน้าผิดรูป
•ต้องการ ventilator support > 16 hr/day
• Noninvasive ventilator หมายถึง การใช้เครื่องช่วยหายใจผ่านทางหน้ากากครอบผู้ป่วย เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องใช้เฉพาะเวลากลางคืน หรือต้องการช่วยหายใจน้อยกว่า 12-16 ชั่วโมงต่อวัน
ข้อบ่งชี้ในการพิจารณาช่วยหายใจแบบ Noninvasive Ventilator
•มี CO2 คั่งในเลือดตอนกลางวันหรือตอนตื่น อย่างน้อย 50 มม.ปรอท
•มี CO2 คั่งในเลือดในตอนตื่นหรือตอนนอนเพียงเล็กน้อย 45-50 มม.ปรอท แต่มีอาการ เช่น ปวดศีรษะช่วงตื่นนอน นอนกระสับกระส่าย ปัสสาวะรดที่นอน
•หายใจช้าหรือพร่องออกซิเจนในเวลานอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น
การดูดเสมหะ
ข้อผิดพลาดในการดูดเสมหะ
เข้าใจผิดว่าควรดูดเฉพาะเมื่อมีเสมหะ ไม่ควรดูดเป็น routine
เลือกสายไม่ถูกต้อง ขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป
ดันสายแรง ไม่ดึงออกเล็กน้อยก่อนดูด
หมุนสายไม่เป็น ดึงออกเร็วเกินไป
ดูดด้วยคนเดียว หรือมีสองคนแต่ก็ยังจับ ET tube เอง
แก้ปัญหาไม่ถูก เช่น สอดสายไม่เข้า
ข้อบ่งชี้ในการดูเสมหะ
• ฟังปอดมีเสียงเสมหะ
• ผู้ป่วยไอ กระสับกระส่าย
• ผู้ป่วยหายใจลำบาก
• ผู้ป่วยหายใจมีเสียงครือคราด
• ก่อนเอาท่อช่วยหายใจออก
โหมดเครื่องช่วยหายใจที่ใช้บ่อย
• Assist control ventilation
– Volume control ventilation (VCV)
– Pressure control ventilation (PCV)
• Pressure support ventilation (PSV)
• Synchronized intermittent mandatory ventilation (SIMV)
ข้อสังเกตว่าผู้ป่วยหายใจไม่เข้ากับเครื่อง
• อัตราการหายใจของผู้ป่วยมากกว่าของเครื่อง
• จังหวะการหายใจของผู้ป่วยกับเครื่องไม่สัมพันธ์กัน
• peak airway pressure ของ การหายใจแต่ละครั้ง ไม่สม่ำเสมอ
• Airway pressure ลดลง หรือ เป็นลบ