Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7การพยาบาล ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบประสาทระยะวิกฤต(3), image, image,…
บทที่ 7การพยาบาล
ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบประสาทระยะวิกฤต(3)
โรคหลอดเลือดสมอง
Cerebrovascular disease (CVD)
โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke)
ภาวะเลือดออกในสมองจากหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke)หรือเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง (subarachnoid hemorrhage)จากการปริแตกของหลอดเลือดที่โป่งพอง
สาเหตุ Stroke
เกิดจากหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือหลอดเลือดสมองอุด
ตัน (Ischemic stroke or occlusive stroke)
จากหลอดเลือดสมองตีบ Cerebral Thrombosis
-เกิดจากหลอดเลือดแข็งตัว atherosclerosis ทำให้รู
หลอดเลือดตีบแคบลง
จากหลอดเลือดสมองอุดตัน (Cerebral Embolism)จากสิ่งอุดกั้นเล็กๆหลุดออกจากหัวใจหรือหลอดเลือดอุดหลอดเลือดแขนงเล็กๆทำให้
สมองขาดเลือดไปเลี้ย
เกิดจากหลอดเลือดสมองแตก
จากเลือดออกในสมอง (Intracerebral hemorrhage) ส่วนใหญ่พบว่า เกิดจาก BP สูง
เกิดจากเลือดออกใต้เยื่อ arachnoid (Subarachnoid hemorrhage ) มักเกิดจากการแตกของ aneurysm ของหลอดเลือดสมอง
พยาธิสภาพ Stroke
โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
เกิดจากการมีลิ่มเลือดหรือก้อนเลือดเกิดขึ้นที่ผนัง
หลอดเลือดทำให้รูของหลอดเลือดแดงเล็กลงจนเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่พอหรืออุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด
โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน
เกิดจากมีสิ่งอุดตันเกิดขึ้น และลอยอยู่ในกระแสเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมองทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงและตาย มักมาจากหลอดเลือดและหัวใจ เช่น AF MI โรคลิ้นหัวใจ หรือจากการใส่ลิ้นหัวใจ
เทียม
โรคหลอดเลือดสมองจากหลอดเลือดสมองแตก
เลือดออกในเนื้อสมองเกิดจากหลอดเลือดแตกแล้วมีเลือดไหลออกไปยังเนื้อสมองสาเหตุที่พบบ่อย มากจาก HT
เลือดออกในช่องใต้เยื่อ Arachnoid เกิดจากการแตกของ
หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำที่มาเลี้ยงสมอ
ระยะการดำเนินของโรค
1 Transient ischemic attack (TIA) สมองขาดเลือดชั่วคราว หายเป็นปกติได้ภายใน 24 ชั่วโมง
Reversible ischemic neuologic deficit (RIND) คล้าย TIA แต่นานกว่า 24 ชั่วโมง หายเป็นปกติได้ภายใน 3 wks
3.Stroke in evolution (SIE) หรือ Progressive stroke อาการของโรคดำเนินไปเรื่อยๆ
Complete stroke อาการคงที่ อยู่นานกว่า 24-72 ชั่วโม
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด stroke
ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
อายุ
เพศ
เชื้อชาติ
ประวัติครอบครัว
ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้
1 ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นปัจจัยที่เสี่ยงสำคัญ
2 โรคหัวใจ (Heart disease) พบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะ Atrail fibrillation หรือ AF มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนปกติถึง 6 เท่า
3โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ 2 - 3 เท่า
4 ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ท าให้การไหลเวียนโลหิตผิดปกติเกิดภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยง
5 เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน (Prior stroke)
6 ปัจจัยด้านแบบแผนในการดำเนินชีวิต – เครียด สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ยาคุมกำเนิด และภาวะอ้วน
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
อาการอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก
ตามัวหรือมองไม่เห็นทันทีทันใด
เวียนศีรษะบ้านหมุน มีปัญหาด้านการทรงตัว
การประเมินอาการทางระบบประสาท
Stroke
เครื่องมือประเมินทางระบบประสาทที่เหมาะสม ได้แก่ National Institutes of Health Stroke Scale (NIHSS)
สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด r-tPA พยาบาลต้องประเมินคะแนน NIHSS เป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนให้ยา
ทุก 15 นาที เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ประเมินทุก 30 นาทีเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ทุก 1 ชั่วโมง จนครบ 24 ชั่วโมง
การรักษา
การรักษาโรคหลอดเลือดสมองระยะพ้นวิกฤต
รักษาด้วย anticoagulant ได้แก่ wafarin ซึ่งเป็นการรักษาระยะยาว
การรักษาด้วย plated anti aggregation inhibitor ได้แก่ Aspirin
การให้ calcium chanel blocker ป้องกันการหดเกร็ง ของหลอดเลือด ยาที่นิยมใช้ Nimodipine
การควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง
การรักษาในระยะฟื้นฟูสภาพ การทำกายภาพบำบัด,การทำกิจกรรมบำบัด,การฝึกพูด
การรักษาโรคหลอดเลือดสมองระยะวิกฤต
ควบคุมความดันโลหิต antihypertensive agents
ลดภาวะสมองบวม (brain edema)
รักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด ( anticoagulant)
การรักษาโดยการใช้ยาสลายก้อนเลือดที่อุดตัน (thrombolytics) ได้แก่ Altiplase (Actilyse)เป็น recombinant tissue plasminogen activator (rtPA) ให้ภายใน 3 ชั่วโมง golden period
การผ่าตัดเอาก้อนเลือดออก (Evacuation of hematoma) ในรายที่ก้อนเลือดไปเบียดสมอง
การผ่าตัดเพื่อระบายน้ำไขสันหลังจากโพรงสมองเข้าสู่ช่องต่าง ๆของร่างกาย (Ventricular drainage) ในรายที่มีเลือดไหลซึมเข้าไปในโพรงสมอง
ความเสื่อมของระบบประสาท
Myasthenia Gravis (MG)
พยาธิสรีรวิทยา MG
เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่สร้างแอนติบอดีที่มีผลยับยั้งการทeงานของรอยต่อเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ
สาเหตุ MG
ร่างกายผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกาย ทั้งนี้พบว่าโปรตีนตัวรับสารอะซิติลโคลีนในผู้ป่วยโรคมัยแอส
ทีเนียเกรวิส น้อยกว่าคนปกติถึงสามเท่า
เกิดจากสารอะซิติลโคลีนไม่สามารถทำงานได้ ร่างกายหลั่งสารอะซิติลโคลีนออกมาในปริมาณปกติ แต่สารอะซิติลโคลีนไม่
สามารถทำงานได
ปัจจัยทางพันธุกรรม โดยปกติโรคมัยแอสทีเนียเกรวิส
ปัจจัยหลายอย่างที่ท าให้อาการรุนแรงมากขึ้น ได้แก่ การติดเชื้อ ไข้ ร้อนหรือเย็น
เกินไป
ความผิดปกติของต่อมไธมัส เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมัยแอสทีเนียเกรวิส
อาการและอาการแสดง
อาการแขนขาอ่อนแรง ของกล้ามเนื้อกลุ่มต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
กล้ามเนื้อตามักเริ่มมีอาการอ่อนแรงก่อน กล้ามเนื้อที่ยกหนังตา
กล้ามเนื้อหน้า กล้ามเนื้อในการพูด การเคี้ยวอาหารและการกลืน
เวลายิ้มคล้ายแสยะยิ้ม พูดเบา เสียงขึ้นจมูก น้ำลายมากกลืนล าบาก ศีรษะพับ
หรือคอตก
กล้ามเนื้อซี่โครงและกะบังลมอ่อนแรง ทำให้หายใจลำบาก
ความรุนแรงของMG
• Grade 1 มีอาการเฉพาะที่ตา เห็นภาพซ้อน หนังตาตก
• Grade 2 A อ่อนแรงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แต่อาการอ่อนแรงไม่มากไม่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการกลืนและการหายใจ
• Grade 2B อ่อนแรงกล้ามเนื้อทั่วไป รวมกล้ามเนื้อเกี่ยวกับการกลืนกล้ามเนื้อหายใจปกติ
• Grade 3 มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหายใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีภาวะหายใจล้มเหลว
• Grade 4 รุนแรงเหมือนเกรด 2 b แต่เป็นมานานกว่า 2 ปี
การรักษาและยา
ยา (Medications)
ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์Corticosteroids จะช่วยยับยั้ง
ระบบภูมิคุ้มกัน และจำกัดการสร้างแอนตี้บอด
ยากดภูมิคุ้มกัน Immunosuppressants เช่น azathioprine (Imuran), cyclosporine (Sandimmune, Neoral)
azathioprine (Imuran)
, pyridostigmine (Mestinon)
การรักษาโดยไม่ใช้ยา (Therapy)
• การฟอกเลือด (Plasmapheresis) เป็นการกำจัดแอนตี้บอดี้ที่ทำลายตัวรับสัญญาณประสาท
• การให้สารอิมมูโนโกลบูลินเข้าหลอดเลือด (Intravenous immune globulin)
• การผ่าตัด(Surgery) ประมาณ 15%
การพยาบาลในระยะวิกฤตที่สำคัญ
ภาวะหายใจล้มเหลว Respiratory failureประสิทธิภาพในการทำทางเดิน
หายใจให้โล่งลดลงเนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง
Guillain - Barré syndrome (GBS)
พยาธิสรีรวิทยา
GBS จะเกิดกับปลอกมัยอิลินของ axon โดยถูกท าลายเป็นระยะๆ ทำให้ axon ไม่มีมัยอิลินหุ้ม การกระโดดของกระแสไฟฟ้าตามnode of ranvier มาสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ การนำกระแสประสาทช้าลง หรืออาจนำไม่ได้เลย
สาเหตุของ GBS
เกิดจาก ออโตอิมมูน เกี่ยวกับการตอบสนองของ
immune ซึ่งประกอบด้วย T-cell , B –cell
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ การอักเสบ การติดเชื้อ การได้รับวัคซีนก่อนมีอาการ 1-4 wks เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่
GBS อาจเป็น ผลข้างเคียงของ วัคซีนไข้หวัดใหญ
เป็นโรคที่มีการอักเสบของปลอกหุ้มของเส้นประสาทหลายเส้นอย่างเฉียบพลัน acute inflammatory demyelinating polyneuropathy (AIDP) โดยสาเหตุเกิดจากมีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ ทำให้ภูมิคุ้มกันทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาท
อาการและอาการแสดง
อาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก (1-3wks)
ชา เหน็บ เริ่มจากส่วนปลายแขนขา แปล๊บๆๆคล้ายเข็มแทง 4-5 วัน
อาการผิดปกติของระบบประสาทยนต์
อ่อนแรงจากปลายขาก่อน แล้วลุกลามไปต้นแขนส่วนปลายไปส่วนต้น ไปลำตัว คอ กระบังลม กล้ามเนื้อซี่โครง
• อาจมีเท้าตก
อาการอ่อนแรงจะเท่ากันทั้ง 2 ซีกของร่างกาย
deep tendon reflex ลดลงหรือหายไป
อาการจะเร็วมาก 2-3 wks หลังมีอาการของโรค
อาการผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัต
หัวใจเต้นผิดจังหวะ BP ต่ำไม่คงที่
CO ลดลง
มีน้ำลายมาก การบีบตัวลำไส้ลดลง
การควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดการขับถ่ายผิดปกติ
หนังตาตก อาจพบรูม่านตาแคบ ไม่มีเหงื่อบนใบหน้าซีกหนึ่ง
อาการผิดปกติของประสาทสมอง เส้นประสาทคู่ที่ 7,9,3,10
การวินิจฉัย
• การทดสอบ Electro diagnostic EMG ของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ
• จากน้ำไขสันหลัง โดยพบโปรตีนสูงแต่เซลล์เม็ดเลือดไม่สูงตาม
การรักษา
• ควรรักษาโรคหรือการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุนำโดยเร็วที่สุด
• ให้Immunoglobulins ขนาดสูงทางเส้นเลือดเป็นเวลา 5วัน
• ทำ Plasma Exchange
• การให้steroid พบว่าไม่มีผลที่นิยมให้ ได้แก่ prednisolone
Multiple sclerosis
สาเหตุ
อาจเป็นโรคของภูมิต้านทานตนเอง
MS
• MS ไม่ใช่โรคติดต่อ ประชากรทั่วโลกพบประมาณ 2.5 ล้านคน
• พบในคนหนุ่มสาว
• เริ่มมีอาการเมื่ออายุ 31-33 ปี
• พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า
• พบได้น้อยมากในเด็ก หรือคนชรา
อาการและอาการแสดง
เส้นประสาทตาอักเสบ ทำให้มีอาการตามัวลงอย่างเฉียบพลัน
ไขสันหลังอักเสบ ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติได้หลายลักษณะ
ปลอกประสาทในสมองอักเสบ ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติได้หลายลักษณะ
อาการเกร็งกล้ามเนื้อของแขนหรือขาเป็นพักๆ
การตรวจพิเศษ
เอกซเรย์คอมพิวเตอร
การตรวจจอประสาทตาโดยใช้เครื่องมือพิเศษ
การตรวจเลือด
การตรวจน้ำไขสันหลัง
การรักษา
รักษาการกลับมาเป็นโรคซ้ำชนิดที่เกิดแบบเฉียบพลัน โดยใช้คอร์ติโคส
เตียรอยด์จะช่วยลดการอักเสบทำให้อาการทุเลาได้รวดเร็ว
รักษาตามอาการของโรค MS ตามความจำเป็นโดยใช้ยาต่าง ๆ ได้แก่ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางเพื่อทุเลาอาการกล้ามเนื้อเกร็ง
รักษาอาการรุดหน้าของโรค เพื่อควบคุมการกลับมามีอาการของโรคซ้ำอีก และลดความรุนแรงอีกทั้งเพื่อชะลอการรุดหน้าของโรค
การรักษาอาการต่างๆของโรค
อาการเกร็งของแขนขา ักษาโดยการกายภาพบำบัด ฉีดยาลดเกร็งหรือกินยาคลายกล้ามเนื้อ
อาการปวด
อาการเดินเซ เวียนศีรษะ รักษาโดยยากิน การทำกายภาพบำบัด
อาการซึมเศร้า ใช้ยาต้านอาการซึมเศร้า (Antidepressants)
การพยาบาล
• ส่งเสริมช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน
• ออกกำลังกาย ฝึกใช้กล้ามเนื้อต่างๆ
• ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้แก่ ปัสสาวะกะปริบกระปรอย ปัสสาวะไม่ออก
• ดูแลให้ได้รับการพักผ่อน
• ระวัดระวังอุบัติเหตุ