Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่9 - Coggle Diagram
บทที่9
- โรคจิตสรีระแปรปรวน (Psychosomatic Disorders)
อาการของความเครียดจะเกิดขึ้นในอวัยวะที่ถูกกำกับควบคุมโดยประสาทอัตโนมัติ ทำให้ประสาท
อัตโนมัติเหล่านั้นทำงานมากขึ้นจนเกิดอาการต่างๆ
1.ระบบทางเดินอาหาร
2.ระบบหัวใจและหลอดเลือด
3.ระบบกล้ามเนื้อ
4.ระบบประสาทอัตโนมัติ
การวินิจฉัย
มีอาการทางกายเกิดขึ้นสัมพันธ์กับความเครียด แต่ปัญหาใหญ่มักอยู่ที่ตัวเราเองไม่ค่อยยอมรับว่าเครียด มีคนไข้โรคเครียดหลายรายที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันในตอนแรกว่าไม่เครียด แต่เมื่อได้สัมภาษณ์ลงลึกก็มักจะพบว่ามีความเครียดจำนวนมากแฝงอยู่ เช่น ทำงานวันละ12-16 ชั่วโมง
หมายถึง ภาวะที่มีความผิดปกติของร่างกาย หรือโรคทางกายเกิดขึ้นโดยปัจจัยทางจิตใจมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดโรค หรือทำให้ความผิดปกตินั้น ๆ มีอาการรุนแรงขึ้น
การรักษา
- การรักษาทางจิตใจ การผ่อนคลายความเครียด และทำใจให้สงบ การแก้ไขปัญหาชีวิตให้สำเร็จมีการปรับตัวกับบุคคลอื่นได้ดี
- การออกกำลังกายให้แข็งแรง จิตใจเผชิญความเครียดได้ดีมีการผ่อนคลาย งานอดิเรก พักผ่อน
หย่อนใจ
- การรักษาโรคทางกายให้สงบตามอาการที่เกิด เช่น ใช้ยาลดกรดในกระเพาะรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ยาลดความดันโลหิตรักษาโรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ การรักษานี้เป็นการรักษาที่ปลายเหตุแต่ก็จำเป็นต้องทำก่อน เพื่อลดอาการต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยสบายขึ้น
- การจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมสถานที่ทำงาน ที่อยู่อาศัย ไม่เครียด การทำงานพอเหมาะ ไม่หนักมากเกินไปมีเวลาพักผ่อน
- โรคเนื่องจากความวิตกกังวล (Anxiety or Fear-Related Disorders)
ความหมายความวิตกกังวลเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่คุกคาม แต่ถ้าอาการมีมาก เป็นอยู่นาน เป็นกับแทบทุกเรื่อง โดยไม่สมเหตุสมผลกับสาเหตุและความรุนแรง หรือไม่ได้มีเหตุการณ์อื่นใดมากระตุ้น และอาการเหล่านี้รบกวนชีวิตประจำวัน จะถือว่าเป็นความวิตกกังวลที่ผิดปกติ หรือเรียกว่าโรควิตกกังวล
สาเหตุ
1) ความขัดแย้งทางด้านจิตใจ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เชื่อว่าความวิตกกังวลเป็นความขัดแย้งทางด้านจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกของชีวิตในขณะที่ทารกอยู่ในกระบวนการคลอด ต่อมามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการได้รับตอบสนองตามความต้องการของร่างกายในระยะนี้ความวิตกกังวลเกิดจากความข้ดแย้ง
ระหว่างแรงขับภายในร่างกายกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่ทำให้ร่างกายถูกคุกคาม
3.ปัจจัยทางสังคม
1) สัมพันธภาพระหว่างแม่กับลูก ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เชื่อว่าการกลัวถูกปฏิเสธเป็นสาเหตุสำคัญของความวิตกกังวล ความวิตกกังวลในวัยแรกของชีวิตคือสัมพันธ์ระหว่างทารกกับแม่ การยอมรับหรือการปฏิเสธของแม่ เป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบ (self-system)
2) ความเชื่อทฤษฎีทางสังคม เชื่อว่าพื้นฐานของความวิตกกังวลเกิดจากความเชื่อว่าตนขาดคนช่วยเหลือ (Helplessness) จึงมีความคิดมุ่งร้าย (Projection) และแยกตัวจากสังคม (Isolation) ความเชื่อดังทำให้บุคคลเกิดความคับข้องใจ และแสดงพฤติกรรมแข็งกระด้าง
1.1 พันธุกรรม ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเบื้องต้นในขณะนี้บ่งชี้ว่าโรควิตกกังวลสุดขีด และโรควิตกกังวลพื้นฐาน เป็นโรคที่มีอิทธิพลทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยโดยพันธุกรรมอาจมีบทบาททั้งการถ่ายทอดและอาจเป็นปัจจัยประการหนึ่งที่ชวนให้เกิดโรค
-
อาการและอาการแสดง
- ด้านพฤติกรรมการเคลื่อนไหว ความวิตกกังวลในระดับสูง มีผลกระทบต่อการประสานงานของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อนอกอำนาจจิตและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าซึ่งสามารถสังเกตุ
- ด้านการรู้ บุคคลที่มีความวิตกกังวลในระดับปานกลาง รุนแรง หรือวิตกกังวลสุดขีดจะมีความตั้งใจเสื่อม สมาธิสั้น ลืมง่าย ตัดสินใจผิดพลาด ความคิดหยุดชะงัก การรับรู้แคบลง ความคิดสร้างสรรค์ลดลง สับสน ระแวดระวัง
- ด้านร่างกาย เมื่อมีความวิตกกังวลเกิดขึ้น สรีระของบุคคลตอบสนองโดยระบบประสาทอันโนมัติทำงานมากกว่าปกติ และกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมนอิฟิเนฟริน ฮอร์โมนนอร์เนฟริน และฮอร์โมนคอร์ ติโซน ทำให้ระบบอวัยวะของร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง
- ด้านอารมณ์บุคคลที่มีความวิตกกังวล มักอธิบายความรู้สึกตนเองในลักษณะเครียดหงุดหงิด รู้สึกไม่สบาย ยุ่งยากใจ กระสับกระส่าย หวั่นไหวง่าย กลัวผิดธรรมดา ตื่นตกใจ ขวัญอ่อน
จำแนกออกเป็น5 โรค
1.3 โรคแพนิค (Panic disorder) โรคแพนิค (หรือโรคตื่นตระหนก) เป็นโรคที่แสดงการตื่นกลัว โดยไม่มีเหตุผล เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรงในทันที และมีอาการทางกายร่วมด้วย ผู้ที่เป็นโรคแพนิคจะมีอาการตื่นกลัวอย่างสุดขีด (panic attack) เกิดขึ้นซ้ำๆเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น
1.4 โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive -Compulsive Disorder, OCD) โรคนี้จะแสดงอาการทั้งการคิดซ้ำ ๆ และทำซ้ำ ๆ โดยมีเหตุอย่างหนึ่งเข้ามาในใจตลอดเวลา อย่างห้ามใจไม่ให้คิดและไม่ให้ทำไม่ได้ และไม่ได้ทำตามที่คิดจะยิ่งวิตกกังวล
1.2 โรคกลัว (Phobia / Panic disorder) โรคกลัว (phobia) แตกต่างจากความกลัวทั่วไป (fear) โรคกลัวเป็นความกลัวอย่างมากที่ไม่สมเหตุสมผล เป็นการกลัววัตถุ สถานการณ์ หรือสถานที่เฉพาะ ผู้ป่วยทราบว่าตนเองกลัวเกินกว่าเหตุแต่ห้ามความกลัวไม่ได้จึงพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องเผชิญสิ่งที่กลัวจนมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน
1.5 โรคเครียดเฉียบพลัน (Acute stress disorder, ASD) และโรคเครียดภายหลังเผชิญภยันตราย (Posttraumatic stress disorder, PTSD) ทั้งสองโรคนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง เช่น การถูกข่มขืน การทรมาน การถูกเรียกค่าไถ่ ภัยธรรมชาติ
1.1 โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized anxietydisorder, GAD)
เป็นโรคที่แสดงอาการวิตกกังวลกับเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันหลายเรื่องที่มากเกินกว่าเหตุ
การรักษา
-
- จิตบำบัด (psychotherapy) เช่น จิตบำบัดชนิดหยั่งรู้สภาพตนเอง (insight psychotherapy) จิตบำบัดชนิดประคับประคอง (supportive psychotherapy) การเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องให้กลายเป็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
- พฤติกรรมบำบัด (behavior therapy) เป็นการลดความรู้สึกอย่างเป็นระบบ เป็นการบำบัดโดยค่อยให้ผู้ป่วยเผชิญกับสถานการณ์หรือสิ่งที่กลัวอย่างเป็นขั้นตอนจากระดับน้อยไปหามาก เริ่มจากให้ผู้ป่วยจัดลำดับสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความกังวล/กลัวจากน้อยไปหามาก แล้วฝึกให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการผ่อนคลาย
ความเครียดด้วยตนเอง
- โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood Disorders)
อารมณ์แปรปรวน (Mood Disorders) หมายถึง ความผิดปกติทางอารมณ์ โดยอาจมีอารมณ์เศร้ามากผิดปกติ ร้องไห้ อ่อนเพลีย อยากตาย หรืออาจมีอารมณ์ดีมากเกิดปกติ ครื้นเครง พูดมากซึ่งอาจเป็นเพียงด้านเดียวหรือสองด้าน ความผิดปกติทางอารมณ์ มี 3 ลักษณะ อารมณ์เศร้า (Depressive)คลุ่มคลั่ง (Mania) อาการคุ้งคลั่งสลับกับอารมณ์เศร้า
-
-