Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 4 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ -…
บทที่ 4 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยบุคคลซึ่ง กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยาฯ มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ พ.ศ. 2539
ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่นหรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของ เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ. ศ. 2539
กำหนดข้อยกเว้นให้พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสาธารณสุข ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ การฉีดยาชาเพื่อเย็บแผล
บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ได้แก่ ผู้ที่มีวุฒิประกาศนียบัตรพนักงานอนามัย ประกาศนียบัตรเจ้าพนักงานสาธารณสุข ประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ ประกาศนียบัตรพนักงานสุขภาพชุมชน ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่งและชั้นสอง
เงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนด
เป็นการปฏิบัติราชการหรืออยู่ในระหว่างการปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตามที่ได้รับมอบหมาย
อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม : ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ประกอบวิชาชีพเวชกรรมภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนด
ด้านอายุรกรรม
การรักษาพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการหรือความเจ็บป่วย ได้แก่ ไข้ ไข้และผื่น/จุด ไข้จับสั่น ไอ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน การอักเสบต่างๆโลหิตจาง ดีซ่าน โรคขาดสารอาหาร อาหารเป็นพิษ โรคพยาธิลำไส้ โรคบิด โรคหวัด โรคหัด โรคสุกใส โรคคางทูม โรคไอกรน โรคผิวหนัง และโรคติดต่อตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุข
การรักษาพยาบาลอื่น ได้แก่ การให้น้ำเกลือในผู้ป่วยท้องเดินอย่างรุนแรง การฉีดเซรุ่มแก้พิษงู การสวนปัสสาวะยกเว้นในรายปัสสาวะเป็นเลือด และการล้างกระเพาะอาหารโดยใช้สายยางในรายที่สงสัยว่ารับประทานสารพิษ
ด้านสูติ นรีเวชกรรม
การทำคลอดในรายปกติ
การช่วยเหลือขั้นต้นในรายที่มีการคลอดผิดปกติ แท้ง หรือหลังแท้ง
การวางแผนครอบครัว โดยการฉีดยาคุมและจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิด
การใส่และถอดห่วงอนามัย ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรของกระทรวงสาธารณสุข และต้องทดสอบผู้ขอรับการใส่ห่วงอนามัยแล้วว่าไม่ตั้งครรภ์ ผู้ขอรับการใส่ห่วงอนามัยคลอดบุตรมาแล้ว 45 60 วันหรือแท้งบุตรมาแล้ว 30 วัน และยังไม่มีประจำเดือน
การผ่าตัดทำหมันหญิงหลังคลอด หรือการใส่และถอดยาฝังคุมกำเนิด โดยผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ด้านศัลยกรรม
ได้แก่ การผ่าฝี เย็บบาดแผลที่ไม่สาหัส ชะล้าง ทำแผล ตกแต่งบาดแผล และผ่าเอาสิ่งแปลกปลอมซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะ สำคัญของร่างกายออก โดยฉีดยาระงับความรู้สึกทางผิวหนัง
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค
การเจาะโลหิตจากปลายนิ้วหรือหลอดเลือดดา เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือเพื่อบริจาคเข้าธนาคารเลือด
ด้านปัจจุบันพยาบาลหรือการพยาบาลฉุกเฉิน สามารถให้การปฐมพยาบาลเกี่ยวกับการได้รับสารพิษและสัตว์พิษกัดต่อย การแพ้ยา การแพ้เซรุ่มและวัคซีน การเสียโลหิต ภาวะช็อก การเป็นลมหมดสติ หยุดหายใจ กระดูกหัก ข้อเคล็ดข้อเคลื่อน ชัก จมน้า ไฟไหม้ น้าร้อนลวก ไฟฟ้าดูด สิ่งแปลกปลอมเข้าตา หู คอ จมูก และกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยที่เจ็บหนัก
การให้ยาสลบเฉพาะชนิด General anesthesia ไม่รวมถึง การให้ยาชาทางไขสันหลัง หรือยาระงับความรู้สึกทางไขสันหลัง ผู้ปฏิบัติต้องได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาหรืออบรมในหลักสูตรวิสัญญีพยาบาล และอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
การใช้ยาเพื่อประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามบัญชียาที่หน่วยราชการของกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานครฯ เมืองพัทยา อบจ. เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือสภากาชาดไทยกำหนดโดยไม่เกินรายการบัญชียาสามัญประจำบ้านตามกฎหมายว่าด้วยยา
พระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555
มาตรา 4 (คำจำกัดความ)
“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ การประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ การประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทันตกรรม การประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพกายภาพบำบัด การประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ หรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ทั้งนี้ โดยกระทำเป็นปกติธุระไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงสถานที่ขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา ซึ่งประกอบธุรกิจการขายยาโดยเฉพาะ
“ผู้ประกอบวิชาชีพ” หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาลและการผดุงครรภ์ ทันตกรรม เภสัชกรรม กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์ การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติฉบับนี้มิได้ใช้บังคับแก่ สถานพยาบาลของกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลอื่นซึ่งรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประเภทสถานพยาบาล
สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องปฏิบัติดังนี้โดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว
มีเครื่องมือ เครื่องใช้ เวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็น ประจำสถานพยาบาลนั้น ตามชนิดและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง
มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง
มีสถานพยาบาลตามลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง
ชื่อสถานพยาบาลต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มีแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาลที่ได้รับอนุมัติแล้วตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ดำเนินการ สถานพยาบาลของผู้อนุญาต จะต้องปรากฏว่า ผู้ขอรับอนุญาต
ไม่เป็นผู้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้วสองแห่ง แต่ในกรณีที่เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนแล้วแห่งหนึ่ง จะอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนอีกแห่งไม่ได้
เป็นผู้ที่สามารถควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด
เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่บุคคลเช่นว่านั้นจะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการ ตามประเภทใด หรือสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ผู้จัดการหรือผู้แทนต้องมีคุณสมบัติดังนี้
ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายโดยถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
ถ้าผู้ดำเนินการพ้นจากหน้าที่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกิน 77 วัน ผู้รับอนุญาตอาจมอบหมายให้บุคคลที่มีคุณสมบัติดำเนินการแทนได้ ไม่เกิน 90 วัน โดยผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทน แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบภายใน 3 วัน นับแต่วันที่เข้าดำเนินการแทน
ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่สิบ นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นสุด
ในกรณีที่ผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือขอต่อใบอนุญาต มีสิทธิอุทธรณ์ เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นับแต่ที่ได้รับแจ้งการไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต
ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทาลายในสาระสาคัญ ให้แจ้งต่อผู้อนุญาตและยื่นคาขอรับใบแทนใบอนุญาต ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทาลายดังกล่าว
ผู้รับอนุญาต ต้องแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานพยาบาลนั้น
ผู้รับอนุญาต ต้องแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
รายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ทันตกรรม เภสัชกรรม กายภาพบำบัด เทคนิคการแพทย์การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ ผู้ประกอบโรคศิลปะซึ่งประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลนั้น
อัตราค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการและสิทธิของผู้ป่วย
ชื่อสถานพยาบาล
ผู้ดำเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้
ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ แล้วแต่กรณี
ควบคุมและดูแลมิให้มีการรับผู้ป่วยค้างคืนเกินจำนวนเตียงที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน ซึ่งหากไม่รับไว้อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย
ควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลประกอบวิชาชีพผิด ไปจากสาขา ชั้น หรือแผนที่ผู้รับอนุญาตได้แจ้งไว้ในการขอรับใบอนุญาต หรือมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
ควบคุมดูแลสถานพยาบาลให้สะอาด เรียบร้อย ปลอดภัย และมีลักษณะเหมาะสมแก่การใช้เป็นสถานพยาบาล
ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนี้
จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวงตลอดเวลาทำการ
จัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ยา เวชภัณฑ์ ที่จำเป็นประจำสถานพยาบาลตามชนิดที่กำหนดในกฎกระทรวง
จัดให้มีและรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลและผู้ป่วย และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยต้องเก็บรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ตรวจสอบได้ไม่น้อยกว่า 55 ปี นับแต่วันที่จัดทำ
ควบคุมและดูแลการประกอบกิจการสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริการ
ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการ โฆษณาหรือประกาศ หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใด ๆ ซึ่งชื่อ ที่ตั้ง หรือกิจการของสถานพยาบาล หรือคุณวุฒิ หรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล เพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจากสถานพยาบาลของตน โดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือโอ้อวดเกินความจริง หรือจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสาคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล
ในกรณีที่มีการโฆษณาหรือประกาศฝ่าฝืน ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือ ให้ผู้โฆษณาหรือประกาศระงับการกระทำดังกล่าวได้
พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งในกรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย/โรคระบาด
ในกรณีที่มีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาดเกิดขึ้น ให้บุคคลดังต่อไปนี้แจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล ในกรณีที่พบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อ ดังกล่าวเกิดขึ้นในสถานพยาบาล
ผู้ทำการชันสูตรหรือผู้รับผิดชอบในสถานที่ที่ได้มีการชันสูตร ในกรณีที่ได้มีการชันสูตร ทางการแพทย์หรือทางการสัตวแพทย์ ตรวจพบว่าอาจมีเชื้ออันเป็นเหตุของโรคติดต่อดังกล่าว
เจ้าบ้านหรือผู้ควบคุมดูแลบ้าน หรือแพทย์ผู้ทำการรักษาพยาบาล ในกรณีที่พบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อดังกล่าวเกิดขึ้นในบ้าน
เจ้าของหรือผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด ในกรณีที่พบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุ อันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อดังกล่าวเกิดขึ้นในสถานที่นั้น
เมื่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้รับแจ้งว่ามีเหตุสงสัย มีข้อมูล หรือหลักฐานว่ามีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาด ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ แจ้งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี และรายงาน ข้อมูลนั้นให้กรมควบคุมโรคทราบโดยเร็ว
ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีโรคติดต่ออันตราย โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาดเกิดขึ้นในต่างประเทศ ให้กรมควบคุมโรคประสานงานไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อขอข้อมูล เกี่ยวกับโรคดังกล่าว
กาฬโรค (Plague)
ไข้ทรพิษ (Smallpox)
ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก
(Crimean Congo hemorrhagic fever)
ไข้เวสต์ไนล์ (West Nile Fever)
ไข้เหลือง (Yellow fever)
โรคไข้ลาสซา (Lassa fever)
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
(Nipah virus disease)
โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก
(Mar burg virus disease)
โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
(Ebola virus disease EVD)
โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดรา
(Handra virus disease)
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส
(Severe Acute Respiratory Syndrome SARS)
โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส
(Middle East Respiratory Syndrome MERS)
คำจำกัดความ
“โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง” หมายความว่า โรคติดต่อที่ต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ หรือจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
“โรคระบาด” หมายความว่า โรคติดต่อหรือโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน่ชัด ซึ่งอาจแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง หรือมีภาวะของการเกิดโรคมากผิดปกติกว่าที่เคยเป็นมา
“โรคติดต่ออันตราย” หมายความว่า โรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูงและสามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว
“ผู้สัมผัสโรค” หมายความว่า คนซึ่งได้เข้าใกล้ชิดคน สัตว์หรือสิ่งของติดโรค จนเชื้อโรคนั้น อาจติดต่อถึงผู้นั้นได้
“โรคติดต่อ” หมายความว่า โรคที่เกิดจากเชื้อโรคหรือพิษของเชื้อโรคซึ่งสามารถแพร่โดยทางตรง หรือทางอ้อมมาสู่คน
“ระยะติดต่อของโรค” หมายความว่า ระยะเวลาที่เชื้อโรคสามารถแพร่จากคนหรือสัตว์ที่มีเชื้อโรค ไปยังผู้อื่นได้โดยทางตรงหรือทางอ้อม
“ระยะฟักตัวของโรค” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนถึงเวลาที่ผู้ติดโรค แสดงอาการป่วยของโรคนั้น
“การสอบสวนโรค” หมายความว่า กระบวนการเพื่อหาสาเหตุ แหล่งที่เกิดและแหล่งแพร่ของโรค เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรค
“การเฝ้าระวัง” หมายความว่า การสังเกต การเก็บรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจน การรายงาน และการติดตามผลของการแพร่ของโรคอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการที่เป็นระบบ เพื่อประโยชน์ ในการควบคุมโรค
เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เมื่อเกิดโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดหรือมีเหตุสงสัยว่าได้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดในเขตพื้นที่ใด ให้เจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่นั้นมีอำนาจที่จะดำเนินการเองหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใดดำเนินการดังต่อไปนี้
ให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด หรือผู้ที่เป็นผู้สัมผัสโรคหรือเป็นพาหะ มารับการตรวจหรือรักษา หรือรับการชันสูตรทางการแพทย์ และอาจดำเนินการแยกกัก กักกันหรือคุมไว้สังเกต ณ สถานที่ซึ่งกำหนดจนกว่าจะได้รับการตรวจและการชันสูตรว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือสิ้นสุดเหตุอันควรสงสัย
ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะติดโรคได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตามวัน เวลา และสถานที่ ซึ่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกาหนดเพื่อมิให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป ทั้งนี้ หากเป็นสัตว์ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์เป็นผู้นำสัตว์มารับการป้องกันโรค
ให้นำศพหรือซากสัตว์ซึ่งตายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดไปรับการตรวจ หรือจัดการทางการแพทย์ หรือจัดการด้วยประการอื่นใด เพื่อป้องกัน การแพร่ของโรค
ให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้พักอาศัยในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเกิดขึ้น กำจัดความติดโรคหรือทำลายสิ่งใด ๆ ที่มีเชื้อโรคติดต่อหรือมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีเชื้อโรคติดต่อ หรือแก้ไขปรับปรุงการสุขาภิบาลให้ถูกสุขลักษณะ
ให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้พักอาศัยในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มี โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดเกิดขึ้น ดำเนินการเพื่อการป้องกันการแพร่ของโรคด้วยการกำจัดสัตว์ แมลง หรือตัวอ่อนของแมลงที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
ห้ามผู้ใดกระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป
ห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากเข้าไปในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะที่มีหรือสงสัยว่ามีโรคติดต่ออันตราย หรือโรคระบาดเกิดขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมมิให้มีการแพร่ของโรค เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
บทกำหนดโทษ
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรค ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยการรับการตรวจรักษา สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน กระทำการไม่ถูกสุขลักษณะอันเป็นเหตุให้โรคติดต่อหรือโรคระบาดแพร่กระจาย ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หรือไม่อำนวยความสะดวก แก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โดยการนำซากสัตว์ไปตรวจ ปรับปรุงสุขาภิบาล เข้าออกสถานที่เอกเทศ ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
วัตถุประสงค์
บอกถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้
อธิบายการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามขอบเขตของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้
พระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
บุคคลที่ได้ลงทะเบียนแล้ว ให้ใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขได้จาก หน่วยบริการประจำของตนหรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง หรือจากหน่วยบริการอื่นที่หน่วยบริการประจำของตนหรือเครือข่ายหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องส่งต่อ
ในกรณีที่บุคคลใดมีสิทธิเลือกหน่วยบริการเป็นอย่างอื่นตามหลักเกณฑ์การได้รับสวัสดิการหรือตามสิทธิที่บุคคลนั้นได้รับอยู่ตามกฎหมาย ให้การใช้สิทธิเข้ารับการบริการสาธารณสุขในหน่วยบริการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ การได้รับสวัสดิการหรือสิทธิของบุคคลนั้น
บุคคลใดประสงค์จะใช้สิทธิ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อ สำนักงานหรือหน่วยงานที่สำนักงานกำหนดเพื่อเลือกหน่วยบริการ เป็นหน่วยบริการประจำ
เว้นแต่ กรณี ที่มีเหตุสมควร หรือกรณีอุบัติเหตุหรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้บุคคลนั้นมีสิทธิเข้ารับบริการจาก สถานบริการอื่นได้ และให้สถานบริการที่ให้บริการนั้นมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้
ความหมาย
“สถานบริการ” หมายความว่า สถานบริการสาธารณสุขของรัฐของเอกชน และ ของสภากาชาดไทย หน่วยบริการการประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ และสถานบริการสาธารณสุขอื่น ที่คณะกรรมการกำหนดเพิ่มเติม
“ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการ ให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ ได้แก่
ค่าสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
ค่าตรวจวินิจฉัยโรค
ค่าตรวจและรับฝากครรภ์
ค่าบำบัดและบริการทางการแพทย์
ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าอวัยวะเทียม และค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์
ค่าทำคลอด
ค่ากินอยู่ในหน่วยบริการ
ค่าบริบาลทารกแรกเกิด
ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย
ค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ
ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และจิตใจ
ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเพื่อการบริการสาธารณสุขตามที่คณะกรรมการกำหนด
“บริการสาธารณสุข” หมายความว่า บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งให้โดยตรงแก่บุคคลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ทั้งนี้ ให้รวมถึงการบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
ขอบเขตของสิทธิรับบริการสาธารณสุขของบุคคลดังต่อไปนี้ ให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มติคณะรัฐมนตรีหรือคำสั่งใดๆที่กำหนดขึ้นสำหรับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้ใช้สิทธิดังกล่าวตาม พระราชบัญญัตินี้
ข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ
พนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานอื่นของรัฐหรือ บุคคลอื่นใดที่มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ
บิดามารดา คู่สมรส บุตร หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาล โดยอาศัยสิทธิของบุคคลตาม 1 , 2 หรือ 3
ในกรณีที่ผู้ประสบภัยจากรถ ผู้ใดใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขจากหน่วยบริการตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อใดแล้ว ให้หน่วยบริการแจ้งการเข้ารับบริการนั้นต่อสำนักงานและให้สำนักงานมีสิทธิเรียกเก็บค่าใช้จ่าย จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ส่งเข้ากองทุน เพื่อส่งต่อให้หน่วยบริการต่อไป
ในกรณีที่บริษัทผู้รับประกันภัยรถหรือบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถที่เข้ารับบริการสาธารณสุข ให้สำนักงานมีอำนาจออกคำสั่งให้บริษัทดังกล่าวชำระค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข แต่ไม่เกิน สิทธิที่พึงได้รับตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งต่อให้หน่วยบริการต่อไป
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
ความหมาย
“สุขภาพ” ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญา และ ทางสังคม เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล
“ระบบสุขภาพ” ระบบความสัมพันธ์ทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
“บริการสาธารณสุข” บริการต่างๆอันเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค และปัจจัยที่คุกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบำบัดสภาวะความเจ็บป่วย และการฟื้นฟูสมรรถภาพของบุคคล ครอบครัวและชุมชน
“บุคลากรด้านสาธารณสุข” ผู้ให้บริการสาธารณสุขที่มีกฎหมาย ระเบียบหรือข้อกาหนดรองรับ
“ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข” ผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
มาตรา 5 บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ โดยมีหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานของรัฐใน การดำเนินการ
มาตรา 6 สุขภาพของหญิงในด้านสุขภาพทางเพศและสุขภาพของระบบ เจริญพันธุ์ซึ่งมีความจำเพาะ ซับซ้อนและมีอิทธิพลต่อสุขภาพหญิงตลอดช่วงชีวิต ต้องได้รับการสร้างเสริม และคุ้มครองอย่างสอดคล้องและเหมาะสม สุขภาพของเด็ก คนพิการ คนสูงอายุคนด้อยโอกาสในสังคม และกลุ่มคนต่างๆที่มีความจำเพาะในเรื่องสุขภาพต้องได้รับการสร้างเสริมและคุ้มครองอย่างสอดคล้องและเหมาะสมด้วย
มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไป เปิดเผยในประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่เป็นไปตามความประสงค์ของบุคคลนั้นโดยตรง หรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ ต้องเปิดเผย
มาตรา 8 บุคลากรด้านสาธารณสุขต้องแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการให้ผู้รับบริการทราบอย่างเพียงพอที่ผู้รับบริการจะใช้ประกอบการตัดสินใจในการรับหรือไม่รับบริการใด
มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการที่เป็นไป เพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการ เจ็บป่วยได้ เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคล ตามวรรคหนึ่งแล้วมิให้ ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง
พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2558
มาตรา 47 ให้นายจ้างหักค่าจ้างของผู้ประกันตนทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ตามจำนวนที่จะต้องนาส่งเป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้นายจ้างนำเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนและเงินสมทบในส่วนของนายจ้างส่งให้แก่สานักงาน ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบไว้
บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ผู้ประกันตนจะได้รับบัตรเมื่อได้ขึ้นทะเบียนและส่งเงินสมทบ 3 เดือนแล้วโดยผู้ประกันตนจะต้องเลือกสถานพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษาเอง สำนักงานฯ จะส่งบัตรรับรองสิทธิฯ ไปให้เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิฯ ซึ่งจะให้การรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เว้นแต่ ถ้าต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกผู้เข้ารับการรักษาจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง
มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่
ข้าราชการและลูกจ้างประจำของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น
นักเรียน นักเรียนพยาบาล นิสิตหรือนักศึกษา ซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงเรียน สถานพยาบาล วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยนั้น
ลูกจ้างของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
กิจการหรือลูกจ้างอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
บัตรประกันสังคมผู้ประกันตนที่เป็นบุคคลต่างชาติที่ทำงานโดยมีใบอนุญาตทำงาน จะได้รับบัตรประกันสังคม และสำหรับผู้ประกันตนที่เป็นคนไทยจะใช้บัตรประจำตัวประชาชนเป็นบัตรประกันสังคม
ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนยื่นแบบรายการขึ้น ทะเบียนนายจ้างและแบบรายการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้น เป็นผู้ประกันตน
ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเมื่อผู้ประกันตนนั้น
ตาย
สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
ในกรณีที่ผู้ประกันตนสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในกรณีคลอดบุตร ในกรณีทุพพลภาพ และในกรณีตาย ต่อไปอีก 66 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
ผู้ประกันตน คือ ลูกจ้างที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ในวันเข้าทำงานและทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
หากผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนโดยจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ต่อมาความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเพราะการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง หากประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไปให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานภายใน 66 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
มาตรา 54 ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน ดังต่อไปนี้
สิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
ประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย
ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร
ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพและ การป้องกันโรค
ประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน
ร่างพระราชบัญญัติการวิจัยในคน
สมควรจัดระบบการกำกับดูแลการวิจัยในคนให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้การดำเนิน โครงการวิจัยในคนต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยประจำสถาบันก่อน และมีองค์กรกำกับดูแลทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการทำวิจัยในคนและตรวจตราให้การดำเนินการ วิจัยในคนเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ความหมาย
“การวิจัยในคน” หมายความว่า กระบวนการศึกษาที่ออกแบบอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการทดสอบข้อสมมติฐาน หรือหาข้อสรุปในลักษณะที่เป็นความรู้ทั่วไป ทฤษฎี หลักการ แบบแผนของความสัมพันธ์หรือข้อมูลพื้นฐานที่รวบรวมได้ในคนหรือที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งที่มีชีวิตหรือเสียชีวิตโดย กระทำต่อร่างกาย จิตใจ เซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ สารพันธุกรรม วัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อ สารคัดหลั่ง รวมถึงการศึกษาจากข้อมูลที่บันทึกในเวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เข้าร่วมการวิจัย ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวต้องเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ทางด้านชีวเวชศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ สุขภาพ
“ผู้วิจัย” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำการวิจัยในคน ภายใต้สถาบันแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง และให้หมายความรวมถึงหัวหน้าคณะผู้วิจัยซึ่งมีอำนาจควบคุมและกำกับโครงการวิจัยนั้นด้วย
“ผู้เข้าร่วมการวิจัย” หมายความว่า บุคคลผู้เข้ารับการวิจัยในคนหรือเป็นแหล่งที่มาของเซลล์ ส่วนประกอบของเซลล์ สารพันธุกรรมวัสดุสิ่งตรวจ เนื้อเยื่อสารคัดหลั่ง หรือข้อมูลที่บันทึกในเวชระเบียนหรือข้อมูลด้านสุขภาพ
“ผู้จัดให้มีการวิจัย” หมายความว่า บุคคล คณะบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ริเริ่มจัดการ หรือให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในคน
“คณะกรรมการจริยธรรม” หมายความว่า คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนประจำสถาบัน ซึ่งสถาบันได้แจ้งขึ้นทะเบียนรายชื่อคณะกรรมการจริยธรรมไว้ตามพระราชบัญญัตินี้
ปัจจุบันมีโครงการวิจัยในคนจำนวนมาก แต่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแล การวิจัยในคนโดยเฉพาะ ทำให้สิทธิของบุคคลผู้เข้าร่วมการวิจัยไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอ
การตรวจสอบและกำกับดูแลการวิจัยในคน
“คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการวิจัยในคน” มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานของคณะกรรมการจริยธรรม
รับเรื่องร้องเรียนในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่ามีการกระทำใดที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ตรวจสอบและกำกับดูแลการวิจัยในคนให้เป็นไปตามมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ คณะกรรมการกำหนด
แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีผู้ร้องเรียน
การวิจัยในคนจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัย ซึ่งได้รับการบอกกล่าวข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเองอย่างอิสระแล้ว
การให้ความยินยอม ต้องทำเป็นหนังสือ หรือคณะกรรมการจริยธรรมอาจอนุญาตมีการให้ความยินยอมด้วยวาจาก็ได้ ในกรณีมีการให้ความยินยอมด้วยวาจา ผู้วิจัยต้องจัดให้มีการบันทึกการให้ความยินยอมเป็นหลักฐานและมีพยานที่ไม่มีส่วนได้เสียกับการวิจัยรับรองอย่างน้อยหนึ่งคน
ในกรณีที่การวิจัยในคนจะดำเนินการในสถาบันหลายแห่ง ให้ผู้วิจัยยื่นคำขอรับความเห็นชอบ ต่อคณะกรรมการจริยธรรมทุกแห่ง
ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์สามารถให้ความยินยอมในการเข้าร่วมการวิจัยในคนได้ด้วยตนเอง
ในกรณีที่การวิจัยในคนจะดำเนินการในสถาบันที่ไม่มีคณะกรรมการจริยธรรมให้ ผู้วิจัยยื่นขอรับความเห็นชอบต่อคณะกรรมการจริยธรรมในสถาบันใดสถาบันหนึ่ง
กรณีคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์
การวิจัยในคนต้องมีเหตุผลสนับสนุนในทางวิทยาศาสตร์ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้เข้าร่วมการวิจัยหรือต่อส่วนรวม
ความยินยอมในการเข้าร่วมการวิจัยในคน จะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้
ผู้วิจัยจะดำเนินการโครงการวิจัยในคนในสถาบันใด ต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการจริยธรรมในสถาบันนั้น โดยผู้วิจัยต้องทำการวิจัยไปตามโครงการวิจัยที่ได้รับความเห็นชอบและตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการจริยธรรมกำหนด
การเพิกถอน ความยินยอมดังกล่าวอาจทำได้โดยผู้เยาว์ซึ่งมีอายุเจ็ดปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือโดยผู้แทนโดยชอบธรรม ของผู้เยาว์นั้นก็ได้ แม้จะขัดกับเจตนาของผู้เยาว์ก็ตาม หรือโดยคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถที่ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนการเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
ให้สถาบันแจ้งขึ้นทะเบียนรายชื่อคณะกรรมการจริยธรรมที่ตั้งขึ้นทุกคณะต่อคณะกรรมการ
การวิจัยในคน ที่มีความจำเป็นต้องทำกับผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอมได้ จะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นการวิจัยที่ไม่สามารถกระทำได้ในประชากรกลุ่มอื่น
คณะกรรมการจริยธรรมต้องมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่
บุคคลย่อมมีสิทธิตัดสินใจเข้าร่วม หรือปฏิเสธไม่เข้าร่วมการวิจัยในคนได้โดยอิสระ
คณะกรรมการจริยธรรมจะตั้งขึ้นได้ก็โดยสถาบันที่ไม่มีวัตถุประสงค์หลักในเชิงพาณิชย์และต้องไม่มีประโยชน์ขัดแย้งกับการทำวิจัยในคนหรือขัดต่อการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการวิจัย
ผู้เข้าร่วมการวิจัยมีสิทธิที่จะเพิกถอนการเข้ารับการวิจัยเมื่อใดก็ได้ และการเพิกถอนดังกล่าวย่อมไม่ เป็นเหตุให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยต้องรับผิดใดๆหรือเสียสิทธิประโยชน์อื่นใดที่มีอยู่ทั้งสิ้น
“คณะกรรมการจริยธรรม” ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญตามที่คณะกรรมการกำหนดไม่น้อยกว่า 5 คน ทั้งนี้อย่างน้อยจะต้องมีตัวแทนภาคประชาชนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์หรือนักวิทยาศาสตร์ร่วมด้วยจำนวน 1 คน และมีผู้ไม่สังกัดสถาบันอย่างน้อย1 คน
บุคคลผู้จะเข้าร่วมการวิจัยในคนมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในคนที่ถูกต้องและเพียงพอ เพื่อประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัยในคน
ผู้เข้าร่วมการวิจัยมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือ ได้มาจากการวิจัยในคน การเปิดเผยหรือเข้าถึงข้อมูลจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้เข้าร่วมการวิจัย หรือเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด หรือเมื่อมีกฎหมาย บัญญัติไว้โดยเฉพาะ
บทกำหนดโทษ
โครงการวิจัยใดดำเนินการโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความได้
โครงการวิจัยใดเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัย คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ ห้ามไม่ให้ทาวิจัยในคนไม่เกินห้าปี
โครงการวิจัยใดดำเนินการโดยไม่ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมในสถาบัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดดำเนินการวิจัยในคนโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรม หรือไม่ดำเนินโครงการวิจัยตามที่ได้รับความเห็นชอบหรือตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการจริยธรรม กำหนดดำเนินการวิจัยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมการวิจัย หรือฝ่าฝืนคำสั่งระงับ โครงการวิจัย คณะกรรมการมีอำนาจมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
ระงับการทำวิจัยในคนครั้งหนึ่งไม่เกินกว่าห้าปี
ระงับการทำวิจัยในคนครั้งหนึ่งไม่ต่ากว่าห้าปี
ห้ามมิให้ทำการวิจัยในคนตลอดชีวิต
พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535
เขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด
สถานศึกษา ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน โรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือสถานการศึกษาระดับที่ต่ากว่าอุดมศึกษา สถานกวดวิชา สถานที่สอนกีฬา ดนตรี ขับร้อง การแสดง ศิลปะป้องกันตัว ศิลปะ ภาษาและอื่นๆ สถานฝึกอบรมอาชีพ อุทยานการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์สถาน หรือสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม
สถานที่สาธารณะที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
สถานที่ออกกำลังกาย สนามและสถานการณ์กีฬา ได้แก่ อัฒจันทร์หรือสถานที่ดูกีฬาทุกประเภท สถานที่ออกกำลังกาย ซ้อมกีฬา เล่นกีฬา หรือสนามแข่งขันกีฬาทุกประเภททั้งในร่มและกลางแจ้ง สระว่ายน้า
ร้านค้า สถานบริการและสถานบันเทิง ได้แก่ โรงมหรสพ โรงละครโรงภาพยนตร์ สถานที่จัดเลี้ยงทั้งหมด สถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 สถานที่ให้บริการคาราโอเกะ หรือสถานบันเทิงอื่นๆสถานที่บริการคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือเกมส์ สถานที่จำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มที่มีระบบปรับอากาศ อาคารร้านค้าประเภท ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สถานที่จำหน่าย แสดง จัดนิทรรศการสินค้าหรือบริการ
บริเวณโถงพักคอย และบริเวณทางเดินทั้งหมดภายในอาคาร ได้แก่ โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่พักตากอากาศ ห้องเช่า หอพัก อพาร์ทเมนต์ คอร์ทหรือสถานที่ที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน อาคารชุด หรือคอนโดมิเนียม
สถานบริการทั่วไป ได้แก่ อาคารหรือสถานที่ใช้ในการจัดประชุม อบรม สัมมนาหรือสันทนาการ ร้านดัดผม สถานเสริมความงาม ร้านตัดเสื้อผ้า
สถานที่ทำงาน ได้แก่ ธนาคารหรือสถาบันการเงิน
สถานที่สาธารณะทั่วไป ได้แก่ ห้องสมุด สุขา ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือบริเวณที่ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะ ลิฟต์โดยสาร สวนสาธารณะ สวนสัตว์ สวนสนุก สนามเด็กเล่น ตลาด ซึ่งหมายความรวมถึงสถานที่ที่จัดไว้ให้ผู้ค้าเป็นที่ชุมนุมเพื่อจัดแสดงจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการซึ่งจัดเป็นประจำหรือชั่วคราวหรือตามวันที่กำหนด
สถานบริการสาธารณสุขและส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ คลินิก สหคลินิก โรงพยาบาล รวมถึงสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลสัตว์ รวมถึงสถานพยาบาลสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ สถานีอนามัย สถานบริการสุขภาพทุกประเภท ร้านขายยา สถานประกอบกิจการนวดแผนไทย หรือแผนโบราณ สถานที่ให้บริการอบความร้อน อบไอน้ำ อบสมุนไพร สถานประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพ กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือกิจการนวดเพื่อความงาม
ยานพาหนะและสถานีขนส่งสาธารณะ
ยานพาหนะสาธารณะ ในขณะให้บริการไม่ว่าจะมีผู้โดยสารหรือไม่ก็ตาม ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ รถไฟ รถราง รถตู้โดยสาร รถรับส่งนักเรียน/นักศึกษา ยานพาหนะโดยสารที่ใช้ในภารกิจส่วนกลางของส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/เอกชน กระเช้าโดยสาร เรือโดยสาร เครื่องบินยานพาหนะโดยสารอื่นๆ ทั้งประเภทประจำทางและไม่ประจำทาง
สถานีขนส่งสาธารณะ ได้แก่ ที่พักผู้โดยสาร ป้ายรถโดยสารรวมถึงบริเวณที่ใช้รถโดยสารทุกประเภท ท่าเรือโดยสารทุกประเภทบริเวณอาคาร พื้นที่ภายใต้หลังคาและที่พักรอโดยสารเรือ
ศาสนสถาน สถานปฏิบัติธรรมในศาสนาและนิกายต่างๆ เช่น วัด มัสยิด โบสถ์ เป็นต้น
มาตรา 4 รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กำหนดชื่อหรือประเภทของสถานที่สถานะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
กำหนดส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่สาธารณะตาม (1) เป็นเขตสูบบุหรี่หรือเขตปลอดบุหรี่
ความหมาย
การสูบบุหรี่ หมายความรวมถึง การกระทำใดๆซึ่งมีผลทำให้เกิดควัน จากการเผาไหม้ของบุหรี่
สถานที่สาธารณะ หมายถึง สถานที่หรือยานพาหนะใดๆ ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
บุหรี่ หมายถึง บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่นยาเส้น หรือยาเส้นปรุง ตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ
เขตปลอดบุหรี่ หมายถึง บริเวณที่ห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่
สถานที่สาธารณะที่สามารถจัด “เขตสูบบุหรี่” เป็นการเฉพาะได้
สถานที่ให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแก๊สเชื้อเพลิง นอกเหนือจากพื้นที่ส่วนที่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐนอกเหนือจากพื้นที่ส่วนที่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากพื้นที่ส่วนที่เป็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
ท่าอากาศยานนานาชาติ
หมายเหตุ ถ้าสถานที่ 1-4 ผู้ดำเนินการไม่จัดเป็นเขตสูบบุหรี่ให้ก็ไม่สามารถสูบบุหรี่ในสถานที่ดังกล่าวได้
บทลงโทษ
ไม่จัด “เขตปลอดบุหรี่”หรือ“เขตสูบบุหรี่” มีโทษปรับไม่เกิน 20,000บาท (มาตรา ๕ อนุ ๑ ประกอบมาตรา ๑๑ วรรค ๑)
ไม่มีป้ายเครื่องหมาย “เขตปลอดบุหรี่” หรือ “เขตสูบบุหรี่” มีโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท (มาตรา ๕ อนุ ๓ ประกอบมาตรา ๑๑ วรรค ๓)
สูบบุหรี่ใน“เขตปลอดบุหรี่” มีโทษปรับไม่เกิน 55,000บาท (มาตรา ๖ ประกอบมาตรา ๑๒)
ไม่จัดเขตสูบบุหรี่ให้มีสภาพ ลักษณะและมาตรฐานตามที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000บาท (ตามมาตรา ๕ อนุ ๒ ประกอบมาตรา ๑๑ วรรค ๒)
กรณีการจัดเขตสูบบุหรี่
ต้องมีสภาพและลักษณะดังต่อไปนี้
เครื่องหมายของเขตสูบบุหรี่ มีลักษณะเป็นป้ายวงกลมพื้นสีขาวเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 เซนติเมตรโดยมีขอบสีฟ้ากว้างไม่ต่ำกว่า 1 เซนติเมตร มีรูปมวนบุหรี่ซิกาแรตและควันสีดำอยู่ตรงกลางขนาดกว้างของมวนบุหรี่ซิกาแรตเท่ากับขนาดกว้างของขอบสีฟ้า
เขตสูบบุหรี่บริเวณที่มีระบบปรับอากาศต้องมีการระบายอากาศถ่ายเท หมุนเวียนระหว่างภายนอกอาคารและภายในเขตสูบบุหรี่ไม่น้อยกว่า 50 ลูกบาศก์ฟุต/นาที/คน
เขตสูบบุหรี่ต้องมีสภาพและลักษณะดังนี้
ไม่อยู่บริเวณที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่อยู่บริเวณข้างเคียง
ไม่อยู่บริเวณทางเข้า-ออก ของสถานที่ที่ให้การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
ไม่อยู่ในบริเวณที่เปิดเผยอันเป็นที่เห็นเด่นชัดแก่ผู้มาใช้สถานที่นั้น
กรณีเขตปลอดบุหรี่ ต้องมีสภาพและลักษณะดังต่อไปนี้
ไม่มีการสูบบุหรี่
ไม่มีอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการสูบบุหรี่
ต้องแสดงเครื่องหมายของเขตปลอดบุหรี่
เครื่องหมายต้องมีลักษณะเป็นป้ายวงกลมพื้นสีขาวเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 เซนติเมตร โดยมีขอบสีแดงกว้างไม่ต่ำกว่า 1 เซนติเมตร มีรูปมวนบุหรี่ซิกาแรตและควันสีดำอยู่ตรงกลาง มีเส้นทึบสีแดงพาดทับ ขนาดกว้างของมวนบุหรี่และเส้นทึบแดงที่พาดทับมวนบุหรี่เท่ากับขนาดกว้างของขอบสีแดง และให้มีข้อความ “ห้ามสูบบุหรี่ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 55,000บาท” อยู่ใต้ป้ายวงกลม
การแสดงเครื่องหมายของเขตสูบบุหรี่ ต้องแสดงโดยเปิดเผยซึ่งบุคคลสามารถเห็นได้ชัดเจน ณ บริเวณ ดังนี้
ให้แสดงไว้ ณ ทางเข้าสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ทุกทาง
ให้แสดงไว้โดยเปิดเผย ซึ่งบุคคลสามารถเห็นได้ชัด โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่หรือบริเวณนั้นๆ