Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของอิสลาม :pencil2: - Coggle Diagram
พิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของอิสลาม :pencil2:
การห่อศพ :pencil2:
ห่อผ้าให้ผู้ตายนั้นด้วย โดยใช้ผ้าสะอาดเพียงผืนเดียว แต่ปิดได้มิดชิดตลอดทั้งร่างกายหลังอาบนำเสร็จ
สำหรับชายควรใช้ผ้าห่อ 3 ชั้น ส่วนหญิงควรใช้ผ้า 5 ชั้น ซึ่ง 5 ชั้นที่กล่าวนี้ได้แก่ ผ้านุ่ง เสื้อ ผ้าคลุมศีรษะ หรือชุดสวมละหมาด ผ้าห่มอีก 2 ชั้น
วิธีห่อศพ :
ยกศพมาวางลงบนผ้าให้นอนหงายเหยียดตรง เอามือทั้งสองวางบนหน้าอกโดยให้ฝ่ามือขวาทับหลังข้อมือซ้าย เอาสำลีซึ่งโรยหรือคลุกด้วยเครื่องหอมเช่นผงไม้จันทร์กับพิมเสนมาแปะไว้ตามซอกหรือข้อพับของร่างกายและที่จมูก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
ห่อด้วยโดยพับชายผ้าด้านซ้ายตลบมาทางขวา และพับชายผ้าด้านขวาตลบมาทางซ้ายทีละชั้น ๆ จนเสร็จต่อจากนั้นจึงรวบชายผ้าหัวท้ายคือทางศีรษะและปลายเท้าผูกไว้ทั้ง 2 ด้าน และผูกระหว่างตัวอีก 2-3 เปลาะ เพื่อกันไม่ให้เปิดออกขณะนำไปฝัง
เอาผ้าที่เตรียมไว้ ตัดยาวกว่าส่วนสูงของผู้ตายปูลงไป แล้วให้เอาของหอม โรยลงบนผ้า แล้วเอาผ้าผืนที่ 2 ปูทับบนผ้าผืนที่ 1 เอาของหอมใส่ลงไปอีกแล้วเอาผ้าผืนที่ 3 ปูทับลงไปอีกบนผ้าผืนที่ 2 แล้วใส่ของหอม
การแบ่งศพ (ญะนาซะห์)
:fountain_pen:
ศพที่ตายปกติ (รวมทั้งตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ)
ศพทารกที่แท้งก่อนกำหนด (ผู้
ศพ "ซาเอด" คือศพตายเพราะการต่อสู้เพื่อศาสนา หรือในทางของอัลเลาะฮ์ จะห้ามอาบน้ำศพและละหมาด ให้นำศพไปฝังได้เลย เพราะถือว่าเป็นศพที่ตายในทางที่ดีที่สุด
ศพที่ตายอย่างกระทันหัน (ร่างกายไม่เจ็บป่วย เช่น ถูกฆ่าตายทันที ตายเพราะคลอดลูก รถชน ตกน้ำตาย
การจัดการศพ
:star:
ขณะที่อาบ ควรกระทำเบาๆ
ถ้าเห็นสิ่งดีงามเกี่ยวกับผู้ตาย ควรเล่าให้ผู้อื่นฟัง แต่ถ้าเห็นสิงไม่ดีควรนิ่งเสีย
อาบน้ำในสถานที่มิดชิด และมีผ้าปิดศพส่วนที่ควรปกปิดความอาย และวางศพไว้บนที่สูง
ชำระล้างสิ่งสกปรก (นะยิส) ออก
ให้จุดของหอม เช่นกำมะยาน ธูปหอม ในขณะอาบ
เอาน้ำสะอาดรดให้ทั่วร่างก็ใช้ได้ แต่การอาบน้ำที่ดีให้ล้างก้น ล้างเล็บ ฟัน จมูก มือเสียก่อน แล้วใช้หวีสางผมและล้างให้สะอาด หลังจากนั้นจึงรดด้วยน้ำใบพุทราสลับกับน้ำสะอาด 3 ครั้ง หลังจากนั้นจึงเอาน้ำพิมพ์เสนรดเป็นครั้งสุดท้าย
ให้อาบน้ำละหมาดด้วย แบบเดียวกับการอาบน้ำละหมาดของคนเป็น
เมื่ออาบน้ำให้คนตายเสร็จแล้ว ให้เอาสำลีหรือผ้าสะอาดซับน้ำให้แห้ง
ถ้าผู้ตายเป็นชาย ผู้อาบควรเป็นผู้ชาย ถ้าผู้ตายเป็นหญิง ผู้อาบก็ควรเป็นหญิง และควรให้พี่น้องหรือผู้ที่ใกล้ชิดเป็นผู้อาบให้
การวางศพ
:pen:
ให้ตั้งมัยยิตตามขวางของทิศกิบลัต (นครมกกะ)
-ศพผู้ชายให้หันศีรษะอยู่ทางทิศใต้
-ศพผู้หญิงให้ศีรษะของอยู่ด้านทิศเหนือ
อิหม่าม
-ศพผู้ชายให้อิหม่ามยืนตรงศีรษะของศพ
-ศพผู้หญิงให้อิหม่ามเลื่อนไปยืนตรงสะโพกของศพ
มะมุม
ให้ยืนหลังอิหม่าม โดยตั้งแถวให้ตรงและยืนชิดกัน
การละหมาดให้ศพ
:star:
3.2 เนียตพร้อมตั๊กบีร่อตุ้ลเอียะรอมครั้งที่ 1
3.3 ตั้กบีร่อตุ้ลเอียะรอมครั้งที่ 2 แล้วอ่านฟาติม๊ะ
3.4 ตั๊กบีร่อตุ้ลเอียะรอมครั้งที่ 3 อ่านดุอาให้ผู้ตาย
3.5 ตั๊กบีร่อตุ้ลเอียะรอมครั้งที่ 4 แล้วให้สลาม
3.1 ยืนตรง สำหรับผู้ที่สามารถยืนได้
การฝังศพ
:red_flag:
1) หลุมธรรมดา เหมาะสำหรับพื้นที่ ๆ เป็นดินร่วนหรือมีน้ำแฉะ เวลาฝังต้องเอาศพใส่ไปหีบแล้วฝังทั้งหีบ
2) หลุมล่าฮัด ขุดเหมือนหลุมธรรมดา ให้ทุกลูกหลุมเข้าไปทางทิศกิบลัต (นครเมกกะ) ใช้ไม้กระดานปิดปากลูกหลุมที่เว้นนั้นแล้วจึงกลบดิน วิธีนี้พื้นที่ต้องเป็นดินแข็งและแห้ง มิฉะนั้นลูกหลุมจะพังทลายหรือมีน้ำขังแฉะ
วิธีฝังศพ
-ให้เอาคนตายนอนตะแคงขวา หันหน้าไปทางกิบลัต
-ให้ดินหนุนศีรษะให้สูงเล็กน้อย และใช้ดินหนุนหลังไว้กันไม่ให้ล้ม -แก้เชือกที่ผูกห่อออก เมื่อเอากระดานปิดลูกหลุมแล้ว หรือวางหีบลงในหลุมเรียบร้อยแล้ว จึงเอาดินกลบและทำดินให้แน่น แล้วจึงอ่านบทสวดที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ตาย
เมื่อละหมาดให้คนตายเสร็จแล้ว วายิบให้รีบนำไปฝัง การฝังนั้นต้องขุดหลุมให้ลึก ประมาณ 2 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร โดยหลุมที่ขุดทำกัน 2 แบบ
ข้อห้ามเกี่ยวกับการทำศพ :forbidden:
ห้ามก่ออิฐถือปูนบนหลุมฝังศพ ห้ามสร้างอาคารใด ๆ แบบฮวงซุ้ย เพราะสุสานเป็นของสาธารณะ
-ไม่มีการทำบุญสามวัน เจ็ดวัน ทุกวัน สี่สิบวัน ร้อยวัน หรือครบปีแผ่กุศลให้คนตาย
ให้ผู้มาร่วมงานนำอาหารมาเผื่อแผ่แก่ญาติของผู้ตายเป็นเวลาสามวันของ
ห้ามญาติหรือผู้ใดร้องไห้คร่ำครวญ
ห้ามเก็บศพไว้นาน ตายแล้วต้องรีบจัดการทำพิธีภายใน 24 ชั่วโมง
การพยาบาลในการดูแลผู้ป้่วยศาสนาอิสลาม
:silhouettes:
เมื่อผู้ป่วยอยู่ในระยะเวลาสุดท้ายของชีวิต พยาบาลอาจทำได้โดยการนำคัมภีร์อัลกุรอ่านหรือบทสวดมาวางไว้ที่โต๊ะข้างผู้ป่วย เพื่อญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมจะได้สะดวกในการหยิบมาอ่านและขอพรให้กับผู้ป่วยเพราะการตายเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่
คอยให้กำลังผู้ป่วยพูดแต่เรื่องดีๆกับผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีกำลังใจดี ร่างกายก็จะดีตาม
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายการตัดสินในในการดูแลผู้ป่วย พยาบาลต้องปรึกษาญาติก่อนการตัดสินใจ
ดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิตให้ได้รับความสุขสบายไม่มีความเจ็บปวด
การขอกลับไปนอนพักอย่างสงบที่บ้านท่ามกลางความอบอุ่นของญาติมิตร พยาบาลไม่ควรปฏิเสธความประสงค์ของผู้ป่วย
เมื่อผู้ป่วยเสียชีวิตแพทย์-พยาบาลควรอนุญาตให้นำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ในทันที
พยาบาลควรจัดการเรื่องส่งศพผู้ป่วยกลับบ้านด้วยรถพยาบาล
การดำเนินการเอกสารให้ผู้ป่วยศาสนาอิสลามเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิตแล้
ว :check:
ญาติติดต่อของรับศพและใบรับรองการตาย เมื่อได้หลักฐานมาครบแล้วก็ดำเนินการขอรับศพออกจากโรงพยาบาล
พยาบาลนำเอกสารมาให้ญาติเขียนคำร้องขออนุญาตนำศพออกนอกโรงพยาบาล
พยาบาลต้องชี้แจงขั้นตอนในการดำเนินการเรื่องศพให้ญาติทราบ พยาบาลสามารถช่วยเหลือ/เดินเรื่องในส่วนของเอกสารให้ญาติได้
พยาบาลแจ้งแก่แพทย์ประจำผู้ป่วยว่าผู้ป่วยเสียชีวิต แพทย์จะทำการออกใบรับรองการตายให้ญาติผู้ป่วย