Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล…
ข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดงครรภ์ พ.ศ.2564
หมวดที่ ๑ บททั่วไป
การรักษาเบื้องต้น
กระบวนการประเมินภาวะสุขภาพ
การตรวจร่างกาย
การวินิจฉัย
การรักษาแยกโรค
การรักษาโรคและการบาดเจ็บ
เพื่อแก้ปัญหาความเจ็บปวด การป้องกันโรครวมถึงการพยาบาล
เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นภาวะการเจ็บป่วยหรือภาวะวิกฤต
การเจ็บป่วยฉุกเฉิน
การได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยกะทันหัน
เป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตชีวิตหรือการทำงานของอวัยวะสำคัญ
จำเป็นต้องได้รับการประเมิน การจัดการและการบำบัดอย่างทันท่วงที
ต้องดำเนินการช่วยเหลือและการดูแลรักษาทันที
ให้ความหมายรวมถึงการปฐมพยาบาล การปฏิบัติ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและวิกฤต
ตั้งแต่จุดเกิดเหตุ หรือจุดแรกพบผู้ป่วย จนกระทั่งผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกวิธีจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
เพื่อป้องกัน การเสียชีวิต หรืออาการรุนแรงขึ้นจากการบาดเจ็บ
ภาวะฉุกเฉินที่พบบ่อย
เป็นลม
เป็นลมแดด
Heat Stroke
ชัก
ลมบ้าหมู
หอบหืด
ความหมายต่างๆ
การเจ็บป่วยวิกฤต
การเจ็บป่วยที่มีความรุนแรงถึงขั้นที่อาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตหรือพิการ
การปฐมพยาบาล
การให้ความเชื่อเหลือแก่ผู้เจ็บป่วยหรือผู้บาดเจ็บ
ดูแลเพื่อบรรเทาอาการหรือป้องกันมิให้ภาวะนั้นเลวลง หรือเพื่อส่งเสริมการฟื้นหาย
การให้ภูมิคุ้มกัน
กระบวนการที่ทำให้ร่างกายสร้างหรือเกิดภูมิคุ้มกัน มีภูมิต้านทานต่อโรคที่ต้องการโดยการใช้วัคซีน
หมวดที่ ๒ การประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ส่วนที่ ๒ การพยาบาล (ข้อ ๕-๘)
ข้อที่ ๔ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชันหนึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง การกระทำการพยาบาลโดยใช้กระบวนการพยาบาล
๕.๑ การกระทำต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล การตรวจประเมินภาวะสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการบาดเจ็บ การควบคุมการแพร่กระจายโรค การปฐมพยาบาล การบำบัดเบื้องต้น และการฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งรายทั่วไป รายที่ยุ่งยาก ซับซ้อน หรือเป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือวิกฤต
๕.๒การสอน การแนะนำ การให้คำปรึกษาและการแก้ไขปัญกาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย การวางแผนการดูแลต่อเนื่อง และเสริมสร้างพลังอำนาจในการดูแลตนเองของประชาชน
๕.๓การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การควบคุม และ การแก้ปัญหาความเจ็บป่วยหรือวิกฤต
๕.๔การปฏิบัติการพยาบาลตามแผนการการพยาบาล หรือแผนการักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การใช้เครื่องมือพิเศษ การติดตามผลรวมทั้งการประสานทีมสุขภาพ ในการจัดการบริการ ให้เป็นไปตามมาตราการพยาบาลที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
๕.๕ การให้การพยาบาลที่บ้านและส่งเสริมความสามารถของบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อใช้ชีวิตอย่างปกติสุขหรือสามารถจัดการวิถีชีวิตให้อยู่กับความเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามศักยภาพ
ข้อที่ ๖ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จะให้ยาผู้รับบริการได้เฉพาะที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งเป็นผู้บำบัดโรคได้ระบุไว้ในแผนการรักษา หรือเมื่อเป็นการรักษาโรคเบื้องต้น หรือการปฐมพยาบาล
ผู้ป่วยมาพบแพทย์ ได้รับการวินิจฉัยและสั่งการรักษา โดยเขียนใน doctor's order ทั้งนี้ การให้ยาผู้บริการดังกล่าวให้ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
๖.๑ ห้ามให้ยาหรือสารละลายในช่องรอบเยื่อบุไขสันหลังหรือช่องไขสันหลังหรือสายสวนทางหลอดเลือดดำส่วนกลาง (Peripherally Inserted Central Catheter)และช่องอื่น ตามที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
๖.๒ห้ามให้ยา หรือสารละลาย หรือสารที่เกี่ยวข้องกับรังสี วินิจฉัยและยาอื่น ตามที่ สภาการพยาบาลประกาศกำหนด ยาอะไรให้ทางช่อง epidural space ,subarachnoid space & spinal space ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ buppivacaine and lidocaine ให้ผู้คลอด หรือผู้ป่วยผ่าตัด ต่ำกว่าเอว
ประกาศสภาพยาบาล เรื่องห้มมิให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำ ห้ามมิให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำดังต่อไปนี้
๑.๑ กลุ่มสารละลายทึบรังสี (Contrast media) ทุกชนิด
๑.๒กลุ่มยาระงับความรู้สึกที่ให้ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous anesthetic agents)
ไธโอเพ็นทัลโซเดียม (Thiopental sodium)
คีตามีนไฮโดรคลอไรด์ (Ketamine hydrochloride)
พรอโพฟอล (Propofol)
เอโทมีเดท (Etomidate)
ยกเว้น ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้นหนึ่ง หรือผู้ประกอบชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ที่ผ่านการอบรมวิสัญญีพยาบาลและปฏิบัติงานในห้อง่าตัดของสถานพยาบาลที่มิใช่สถานพยาบาลตามกฏหมาย ว่าด้วยสถานพยาบาล
เคมีบำบัดต้องเข้าอบรมก่อน
๑.๓ กลุ่มยาเคมีบำบัดเว้นแต่ได้ปฏิบัติตามข้อ ๒ อาจให้กลุ่มยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้
๒.๑ต้องผ่านการอบรมการให้ยาเคมีบำบัดตามที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนดและได้รับใบรับรองจากสภาการพยาบาล
๒.๒ ต้องเป็นกลุ่มยาเคมีบำบัดที่ได้มีการเตรียม หรือผสมเรียบร้อยแล้วจากผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่มิใช่ผู้ประกอบการวิชาชีพการพยาบาล
๒.๓ต้องให้กลุ่มยาเคมีบำบัดได้เฉพาะทางหลอดเลือดดำส่วนปลายหรือทางหลอดเลือดดำที่เปิดไว้แล้วโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อที่ ๗ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้นสอง และการผดุงครรภ์ ชั้นสอง ให้กระทำการพยาบาลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนตามแผนการพยาบาล ในกรณีที่เ็นปัญหา ยุ่งยาก ซับซ้อนหรือ เป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือวิกฤตจะทำการประกอบวิชาชีพการพยาบาลได้ จะต้องกระทำร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ชั้นหนึ่ง หรือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชึ้นหนึ่ง
ข้อที่ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล ชั้นสอง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้นสอง จะให้ยาผู้รับบริการได้เฉพาะการให้ยาทางปากและยาภายนอก ตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งเป็นผู้บำบัดโรคได้ระบุไว้ในแผนการรักษาหรือเมื่อเป็นการปฐมพยาบาลและห้ามให้ยาในชนิด และช่องทางตามที่สภาการพยาบาลประกาศตามข้อ๖.๑ และ ๖.๒
ส่วนที่ ๒ การทำหัตถการ (ข้อ ๙)
ข้อ ๙ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ขั้นหนึ่ง กระทำการพยาบาลโดยการทำหัตถการตามขอบเขต
ข้อ ๙.๑ การทำแผล การตกแต่งแผล การเย็บแผลขนาดเล็กไม่เกินชั้นเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง(Subcutaneous tissue)และไม่อยู่ในตำแหน่งซึ่งเป็นอันตรายต่ออวัยวะสำคัญของร่างกาย โดยใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ หรือการตัดไหมในตำแหน่งที่ไม่เป็นอันตราย การดูแลรักษาบาดแผลไหม้ แผลน้ำร้อนลวก หรือสารเคมีไม่เกินระดับ ๒ ของแผลไหม้
ข้อ ๙.๒ การผ่าตัดเอาสิ่งแปลกปลอม การผ่าฝี การผ่าผ่าตัดตาปลา การเลาะก้อนใต้ผิวหนัง ในบริเวณที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะที่สำคัญของร่างกาย โดยใช้ยาระงับความรู้สึก ทางผิวหนังหรือฉีดยาทาเฉพาะที่ ในการเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากอวัยวะ
ข้อ ๙.๓ การถอดเล็บ การจี้หูด หรือจี้ตาปลา โดยใช้ยาะงับความรู้สึกทางผิวหนังหรือฉีดยาชาเฉพาะที่
ข้อ ๙.๔ การให้ออกซิเจน
ข้อ ๙.๕ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤต ภาวะสูญเสียสมดุลของสารน้ำในร่างกาย ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะช็อค การปฐมพยาบาล หรือตามแผนการรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อ ๙.๖ การให้ยาทางปาก ทางผิวหนัง ทางหลอดเลือดดำ หรือช่องทางอื่น ๆตามแผนการรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือตามที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
ข้อ ๙.๗การให้เลือด (Blood transfusion)ตามแผนการรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อ ๙.๘การเปิดทางเดินหายใจให้โล่งด้วยการดูดเสมหะ
ข้อ ๙.๙ การช่วยฟื้นคืนชีพ(Cardio pulmonary resuscitation) เพื่อแก้ใขปัญหาวิกฤติของผู้ป่วย
ข้อ ๙.๑๐ การเช็ดตา ล้างตา(Eye irrigation)หยอดตา ป้ายตา ปิดตาหรือการล้างจมูก
ข้อ ๙.๑๑ การสอดใส่สายยางลงไปในกระเพาะอาหาร(Nasogastric tube)เพื่อให้อาหาร ให้ยา หรือล้างกระเพาะอาหารในรายที่กินสารพิษ หรือตามแผนการรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ข้อ ๙.๑๒ การสวนปัสสาวะ หรือการเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ ในรายที่ไม่มีความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
ข้อ ๙.๑๓ การสวนทางทวารหนัก ในรายที่ไม่มีข้อบ่งชี้อันตราย
ข้อ ๙.๑๔ การดามหรือการใส่เฝือกชั่วคราว
ข้อ ๙.๑๕ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข้อ๙.๑๖ การเจาะเก็บตัวอย่างเลือดจากหลอดเลือดส่วนปลายหรือปลายนิ้ว หรือสารคัดหลั่ง เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามข้อบังคับหรือประกาศที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
ข้อ ๙.๑๗ หัตถการอื่นๆ ตามที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
หมวดที่ ๔ การประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์
ส่วนที่ ๑ การพยาบาลก่อนการตั้งครรภ์ ระยะตั้งครรภ์
ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่งให้การผดุงครรภ์แก่หญิงและครอบครัว เมื่อต้องการมีบุตร ก่อนการตั้งครรภ์ ระยะตั้งครรภ์ ด้วยกระบวนการดังนี้
๑๖.๑ การตรวจประเมินภาวะสุขภาพของหญิงและคู่สมรสเพื่อวางแผนการมีบุตร
๑๖.๒ การตรวจประเมินภาวะการตั้งครรภ์ด้วยเวชภัณฑ์ทดสอบการตั้งครรภ์
๑๖.๓ การรับฝากครรภ์
๑๖.๓.๑ การประเมินภาวะสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจของหญิงมีครรภ์ การสอนการปฏิบัติตนของบิดาและมารดาใน ระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดและหลังคลอด เพื่อการเตรียมการคลอด
๑๖.๓.๒ การประเมินการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบัน ที่อาจมีผลกระทบกับการตั้งครรภ์ การคลอด การผ่าตัดอื่นที่นอกเหนือไปจากการผ่านตัดคลอด การใช้ยา การแพ้ยาและอาหาร
๑๖.๓.๓ การประเมิน ประวัติทางสูติกรรม จำนวนครั้งที่เคยตั้งครรภ์ ผลการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง รายละเอียดการคลอด ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์และการคลอดครั้งก่อน
๑๖.๓.๔ การตรวจร่างกายทั่วไปและการประเมินภาวะโภชนาการของหญิงมีครรภ์
๑๖.๓.๕ การตรวจครรภ์และทารกในครรภ์ เพื่อประเมินภาวะของการตั้งครรภ์ และการตรวจเต้านมและหัวนม เพื่อเตรียมพร้อมให้นมมารดา
๑๖.๓.๖ ให้ยาเสริมธาตุเหล็กและโฟเลตแก่หญิงมีครรภ์
๑๖.๓.๗ การให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก และวัคซีนอื่นตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
ข้อ ๑๗ แนะนำและส่งต่อหญิงมีครรภ์ให้ได้รับการตรวจและการรักษากับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามเกณฑ์การฝากครรภ์ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
ข้อ ๑๘ ส่งต่อหญิงมีครรภก์ลุ่มเสี่ยงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขหรือการตรวจ พบภาวะครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia) หรือส่วนนำหรือท่าของทารกใน ครรภ์ผิดปกติ หรือมีภาวะความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และการคลอดอื่นๆ ให้ได้รับการรักษาพยาบาลจากผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม หรือ ส่งต่อไปสถานพยาบาลที่มีความพร้อม เพื่อความปลอดภัยของหญิงมีครรภ์และทารก
ส่วนที่ ๒ การพยาบาลระยะคลอด
ข้อ ๑๙ ประกอบวิชาชีพการผดุครรภ์ ชั้นหนึ่งผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้งหนึ่งจะกระทำการผดุครรภ์ได้แต่เฉพาะรายที่ตั้งครรภ์ปกติ และคลอดอย่างปกติ ตลอดจนการดูแลมารดาและทารกแรกเกิด
ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ให้การผดุงครรภ์หญิงมีครรภ์ ระยะก่อนคลอด ดังนี้
๒๐.๑ การประเมินหญิงมีครรภ์
๒๐.๑.๑ การประเมินประวัติการตั้งครรภ์ และการประวัติการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอด
๒๐.๑.๒ การตรวจทางหน้าท้องเพื่อประเมินความพร้อมในการคลอด
๒๐.๒ การตรวจประเมินทารกในครรภ์
๒๐.๒.๑ การตรวจการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์
๒๐.๒.๒ ประมาณน้ำหนักทารกในครรภ์
๒๐.๓ การประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
ข้อ ๒๑ การพยาบาล ระยะคลอด (Intrapartum)
๒๑.๑ การพยาบาลหญิงมีครรภ์ ที่ได้รับการชักนำการคลอด
๒๑.๒ การทำคลอดในรายปกติ เตรียมทำคลอดเมื่อปากมดลูกเปิดสมบูรณ์ ส่วนนำอยู่ในอุ้มเชิงกรานพร้อมคลอด ตัดฝีเย็บตามข้อบ่งชี้ การทำคลอด การดูแลทารกแรกเกิดทันที
๒๑.๓ การทำคลอดรก และเยื่อหุ้มทารกโดยวิธี การตรงจรกและเยื่อหุ้มรก ในรายที่รกค้างถ้าทิ้งไว้จะอันตรายต่อมารดา ให้ทำคลอดรก ด้วยวิธีพยุงดึงรั้งสายสะดือ ถ้ารกไม่คลอดให้ส่งต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือส่งต่อไปสถานพยาบาลที่มีความพร้อมทันที
๒๑.๔ การเย็บซ่อมแซมฝีเย็บ ในรายที่มีการฉีกขาดที่ไม่เกินระดับ ๒
๒๑.๕ การประเมินการเสียเลือด
๒๑.๖ การประเมินสัญญาณชีพ หลังการคลอดทันทีและก่อนการย้ายออกจากห้องคลอด
ข้อ ๒๒ การช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำคลอด ในการที่มีการคลอดผิดปกติ เช่น การคลอดติดไหล่หน้า หรือดารใช้เครื่องมือช่วยคลอดด้วยเครื่องสุญญากาศ ด้วยคีมหรือการช่วยทำ ผ่าตัดคลอด การช่วยทำหัตถการทางสูติกรรมที่มีความปลอดภัยต่อหญิงมีครรภ์
ข้อ ๒๓ ห้ามผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง กระทำการที่เกี่ยวกับการคลอด ดังนี้
๒๓.๑ การเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจภาวะ การเจริญเติบโตของทารก
๒๓.๒ การทำคลอดที่มีความผิดปกติ
๒๓.๔ การล้วงรก
๒๓.๕ การใช้มือกดท้องในขณะช่วยทำคลอด
๒๓.๖ การเย็บซ่อมฝีเย็บที่มีการฉีกขาดระดับ ๓
๒๓.๗ การทำแท้ง
ข้อ ๒๔ ผู้ประกอบการวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง จะกระทำการช่วยคลอดฉุกเฉินในรายที่มีการคลอดที่ผิดปกติที่ไม่สามารถตรวจพบก่อนการทำคลอด และไม่สามารถหาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำการคลอดได้เวลาอันสมควร และเห็นประจักษ์ว่าถ้าละเลยไว้จะเป็นอันตรายต่อมารดาหรือทารกก็ให้ทำคลอดในรายเช่นนั้นได้ แต่ห้ามใช้คีมสูง ในการทำคลอด หรือการใช้เครื่องดูดสุญญากาศในการทำคลอดหรือทำการผ่าตัดในารทำคลอด หรือใช้ยารัดมดลูกก่อนคลอด
ข้อ ๒๕ ในรายที่มีการตกเลือด หลังคลอดถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายต่อมารดาให้รักษาอาการตกเลือดเบื้องต้นตามความจำเป็นเเละส่งต่อทันที
ส่วนที่ ๓ การพยาบาลมารดา และทารก ระยะหลังคลอด (Postpartum)
ข้อ ๒๖ ผู้ประกอบวิชาชีพผดุงครรภ์ ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่งให้การพยาบาลกับมารดาหลังคลอดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะภาวะตกเลือดหลังคลอด และหรืออาการอื่นที่อาจจะเกิดขึ้น
ข้อ ๒๗ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่งจะต้องใช้ยาทำลายและป้องกันการติดเชื้อสำหรับหยอดตา หรือป้ายตาทารกแรกเกิดทันที
ข้อ ๒๘ การพยาบาลทารกแรกเกิด โดยการประเมินสัญญาณชีพ ความผิดปกติ หรือความพิการที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และให้มารดาได้สัมผัสโอบกอดทารกและเริ่มให้ดูดนมจากมารดาภายในชั่วโมงแรกหลังคลอด
ข้อ ๒๙ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่งจะต้องบันทึกรายงานเกี่ยวกับประวัติของหญิงตั้งครรภ์ การพยาบาลระยะตั้งครรภ์ การคลอด การพยาบาลหลังคลอด และการให้การบริการตามความเป็นจริง ตามแบบของสภาการพยาบาล และต้องเก็บบันทึกรายงานไว้เป็นหลักฐาน เป็นระยะเวลา ๕ ปี
ข้อ ๓๐ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นสอง และผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นสอง ให้กระทำการพยาบาลระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และการพยาบาลหลังคลอด ในรายตั้งครรภ์และการคลอดปกติ ในสถานพยาบาลและการเยี่ยมบ้านที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนตามแผนการพยาบาลมารดาและทารกแรกเกิด เมื่อเป็นการทำร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นหนึ่ง ห้ามไม่ให้กระทำในกรณีมราเป็นปัญหายุ่งยาก ซับซ้อน หรือตรวจพบความผิดปกติ
ส่วนที่ ๔ การวางแผนครอบครัวและการคัดกรองมารดาทารก
ข้อ ๓๑ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง สามารถกระทำการพยาบาลและการวางแผนครอบครัวดังนี้
๓๑.๑ การให้คำปรึกษากับคู่สมรสในการวางแผนครอบครัว แบบวิธีธรรมชาติ/การคุมกำเนิด ด้วยวิธีธรรมชาติไม่ต้องใช้ยาหรืออุปกรณ์
๓๑.๒ การให้บริการวางแผนครอบครัวแบบใช้ยาหรือใช้อุปกรณ์
๓๑.๒.๑ ยาเม็ดคุมกำเนิด(Oral contraceptive pills)
๓๑.๒.๒ ยาฉีดคุมกำเนิด(DMPA)
๓๑.๒.๓ ถุงยางอนามัย
๓๑.๒.๔ วงแหวนคุมกำเนิด
๓๑.๒.๕ แผ่นแปะคุมกำเนิด/ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง
๓๑.๒.๖ การฝังและถอดยาคุมกำเนิด(Nor Plant)
๓๑.๒.๗ อื่นๆตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ข้อ ๓๒ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง สามารถทำการคัดกรองมารดาทารก
๓๒.๑ การทำ Pap smear
๓๒.๒ การประเมินภาวะสุขภาพ ความผิดปกติและความพิการของทารก
ข้อ ๓๓ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นสอง ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ชั้นสอง การให้บริการวางแผนครอบครัวแบบใช้ยาหรือใช้อุปกรณ์
๓๓.๑ ยาเม็ดคุมกำเนิด(Oral contraceptive pills)
๓๓.๒ ถุงยางอนามัย
๓๓.๓ วงแหวนคุมกำเนิด
๓๓.๔ แผ่นแปะคุมกำเนิด/ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง
ส่วนที่ ๕ การสร้างเสริมภุมิคุ้มกันโรคแก่มารดา ทารกและเด็ก
ข้อที่ ๓๔ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จะให้ภูมิคุ้มกันโรค ต้องปฏิบัติตามแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
ข้อ ๓๕ ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ขั้นสอง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ขั้นสอง ให้คำแนะนำเรื่องการเข้ารับภูมิคุ้มกันโรคและติดตามให้มารับภูมิคุ้มกัน
หมวดที่ ๓ การรักษาโรคเบื้องต้น (ข้อ๑๐-๑๕)
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ให้กระทำการประกอบวิชาชีพการพยาบาลตามข้อกำหนดของสภาการพยาบาลในการรักษาโรคเบื้องต้นและการให้ภูมิคุ้มกันโรค ดังต่อไปนี้
๑๐.๑ ไข้ตัวร้อน
๑๐.๒ ไข้และมีผื่นหรือจุด
๑๐.๓ ไข้จับสั่น
๑๐.๔ ไอ
๑๐.๕ ปวดศีรษะ
๑๐.๖ ปวดเมื่อย
๑๐.๗ ปวดหลัง
๑๐.๘ ปวดเอว
๑๐.๙ ปวดท้อง
๑๐.๑๐ ท้องผูก
๑๐.๑๑ ท้องเดิน
๑๐.๑๒ คลื่นไส้อาเจียน
๑๐.๑๓ การอักเสบต่างๆ
๑๐.๑๔ โลหิต
๑๐.๑๕ ดีซ่าน
๑๐.๑๖ โรคขาดสารอาหาร
๑๐.๑๗ อาหารเป็นพิษ
๑๐.๑๘ โรคพยาธิลาไส้
๑๐.๑๙ โรคบิด
๑๐.๒๐ โรคไข้หวัด
๑๐.๒๑ โรคหัด
๑๐.๒๒ โรคสุกใส
๑๐.๒๓ โรคคางทูม
๑๐.๒๔ โรคไอกรน
๑๐.๒๕ โรคผิวหนัง
๑๐.๒๖ ปวดฟัน
๑๐.๒๗ เหงืออักเสบ
๑๐.๒๘ เจ็บตา
๑๐.๒๙ เจ็บหู
๑๐.๓๐ โรคติดต่อตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
๑๐.๓๑ ภาวะแท้งคุกคามหรือหลังแท้งแล้ว
๑๐.๓๒ การให้ภูมิคุ้มกันโรคแก่บุคคลทั่วไป หญิงมี
ครรภ์ หญิงหลังคลอด ทารกและเด็ก
๑๐.๓๓ ความเจ็บป่วยอื่นๆตามที่สภาการพยาบาล
ประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
๑๑.๑ สาขาที่ศึกษาเฉพาะทาง
๑๑.๑.๑ สาขาเวชปฏิบัติทั่วไป(การรักษาโรคเบื้องต้น)
๑๑.๑.๒ สาขาพยาบาลเวชปฏิบัติทางตา
๑๑.๑.๓ สาขาพยาบาลเวชปฏิบัติฉุกเฉิน
๑๑.๑.๔สาขาเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต(การล้างไตทางช่องท้อง)
๑๑.๑.๕ สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติการบำบัดทดแทนไต(การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม)
๑๑.๑.๖ สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติผู้สูงอายุ
๑๑.๑.๗ สาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต(ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ)
๑๑.๑.๘ สาขาการพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชิ้อและการควบคุมการติดเชื้อ
๑๑.๑.๙ สาขาการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง
๑๑.๑.๑๐ สาขาการพยาบาลโรคหัวใจและหลอดเลือด
๑๑.๑.๑๑ สาขาการผู้ป่วยแบบประคับประคอง
๑๑.๑.๑๒ สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัว
๑๑.๑.๑๓ สาขาการจัดการโรคเรื้อรัง
๑๑.๑.๑๔ สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช
๑๑.๑.๑๕ การพยาบาลสาขาอื่นที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
๑๑.๒ ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรและได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด ในสาขาต่อไปนี้
๑๑.๒.๑ การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
๑๑.๒.๒ การพยาบาลเด็ก
๑๑.๒.๓ การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต
๑๑.๒.๔ การพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการควบคุมการ
ติดเชื้อ
๑๑.๒.๕ การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน
๑๑.๒.๖ การผดุงครรภ์
๑๑.๒.๗ การพยาบาลมารดาและทารก
๑๑.๒.๘ การพยาบาลสาขาอื่นที่สภาการพยาบาลประกาศ
กำหนด
๑๑.๓ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ตามข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ นอกจากปฏิบัติตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ได้แล้ว สามารถทำการพยาบาลการรักษาโรคเบื้องต้นและหัตถการในสาขาที่ผ่านการศึกษาฝึกอบรมตามข้อบังคับหรือประกาศที่สภาการพยาบาลกำหนด
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ต้องกระทำการรักษาโรคเบื้องต้นตามข้อกำหนดของสภาการพยาบาลในการรักษาโรคเบื้องต้นและการให้ภูมิคุ้มกันโรคโดย
๑๒.๑ ตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษาโรค ตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพการพยาบาลที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
๑๒.๒ ให้ส่งผู้ป่วยไปรับการบำบัดรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น เมื่อปรากฏตรวจพบหรือพิจารณาแล้วเห็นว่าอาการไม่บรรเทาอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นมีโรค หรือภาวะแทรกซ้อนเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อหรือมีเหตุอันควรอื่นๆเกี่ยวกับการบำบัดรักษา
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาให้ใช้ยาได้ตามคู่มือการใช้ยาที่สภาการพยาบาลประกาศกำหนด
ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ในการให้ภูมิคุ้มกันโรคต้องปฏิบัติตามแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ข้อ ๑๕ ต้องมีการบันทึกรายงานเกี่ยวกับประวัติของผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ อาการและการเจ็บป่วย โรค การพยาบาล การให้การรักษาหรือการให้บริการ วันเวลาในการให้บริการ ชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ ตามความเป็นจริงตามแบบของสภาการพยาบาล เก็บบันทึกและรายงานไว้เป็นหลักฐานเป็นเวลา ๕ ปี