Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Autoimmune Thrombocytopenic Purpura, นางสาวภูริชญา นักสอน เลขที่47…
Autoimmune Thrombocytopenic Purpura
เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง (autoimmune disease) เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายคือเกล็ดเลือดลักษณะที่สังเกตได้คือการมีปริมาณเกล็ดเลือดต่ำ
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเกล็ดเลือดตนเอง (antiplatelet antibody)ด้วย
วิธีการเดียวกับการทำลายผู้รุกรานที่เป็นอันตรายอย่างแบคทีเรีย antiplatelet antibody จะจับอยู่ที่ผิวของเกล็ดเลือดทำให้ macrophage ซึ่งมีอยู่มากในเส้นเลือดที่ม้ามมาทำลายเกล็ดเลือดได้ง่ายขึ้น
ทำให้เกิดภาวะแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ปัจจัยชักนำให้เกิดภาวะนี้คือ การติดเชื้อโดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัส
อาการ
มักเกิดที่ผิวหนัง พบ ecchymoses ขนาดใหญ่
จุดเลือดแดงเป็นผื่นที่แขน ขา หน้าอกส่วนบนและคอ
เลือดออกตามเยื่อบุต่าง ๆ ได้ง่าย
อาจพบมีเลือดออกในสมองได
การวินิจฉัย
โดยพบจำนวนเกล็ดเลือดลดลง megakaryocytes (เซลล์ตัวอ่อน ในไขกระดูก) เพิ่มขึ้น
พบ antiplatelet antibody ในเลือด
ถ้าผู้ป่วยมีเลือดออก hematocrit และ hemoglobin จะลดลง
การรักษา
ใช้ยากดภูมิคุ้มกันเพื่อยับยั้งการสร้าง antiplatelet antibody เช่น corticosteroids, azathioprine
(Imuran) หรือ rituximap เป็นต้น
ให้ immunoglobulin หรือ IV anti-Rho (เกิด intravascular hemolysis ได้ง่าย) ทางหลอดเลือดดำเพื่อ
ป้องกันการทำลายเกล็ดเลือดที่มี antiplatelet antibody เกาะอย
การรักษาด้วยเคมีบำบัด
การให้เกล็ดเลือดในกรณี platelet < 10,000 cells/mm3 หรือกรณีที่เลือดออกมากเสี่ยงต่ออันตราย จะไม่ให้
เกล็ดเลือดเกินความจำเป็นเนื่องจากเกล็ดเลือดที่รับบริจาคมีถูกทำลายได้ง่ายโดยม้าม
ในกรณีผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา จะทำ splenectomy ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำลายเชื้อโรคของร่างกายลดลง การดูแลหลังผ่าตัดจะเน้นความสำคัญเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ ผู้ป่วยต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น pneumococcal, meningococcal, หรือ haemophilus influenza 2 สัปดาห์ ก่อน หรือ หลังผ่าตัด
การพยาบาล
เช่นเดียวกับ leukemia สำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดม้ามออก เน้นการพยาบาลเรื่องการป้องกันการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงอยู่ในที่ชุมชน
นางสาวภูริชญา นักสอน เลขที่47 รหัส62129301540