Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี, ยาเคมีบำบัด, Dx. Acute Myerold Leukemia …
ผู้ป่วยชาย อายุ 58 ปี
CC:2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล อาเจียนมีเลือดปน 1 ครั้ง
PI:1 วัน ก่อนมาโรงพยาบาล อ่อนเพลีย เจ็บแผลในปาก มีคลื่นไส้ ไม่อาเจียน
8 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ไข้ รับประทานยา paracetamal 1 เม็ด อาการไข้ทุเลาลงเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน 2 ครั้ง เจ็บแผลในปาก แผลมีเลือดซึมเล็กน้อย
2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล คลื่นไส้ อาเจียน 1 ครั้งเป็นเลือด จึงมาโรงพยาบาล
4 เดือน .
ผล CBC พบ WBC 107,000 cell/mm3 แพทย์ทำ BM aspirate & Bx. วินิจฉัยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
เริ่มยาเคมีบำบัด induction phase สูตร 3+7 regimen -Idarubicin (12 mg/m2) in NSS 50 ml IV OD x 3 days
-Cytosine arabinoside (100-200 mg/m2) in NSS 200 ml IV in 12 hrs OD x 7 days
หมอทำการเจาะ bone marrow aspirations and biopsy
เพื่อดูเซลล์เม็ดเลือด และตัดชื้นเนื้อไปตรวจหาพยาธิสภาพของการเกิดโรค
เม็ดเลือดมีลดลง
เม็ดเลือดขาวถูกสร้างมากขึ้น
เม็ดเลือดขาวตัวอ่อนในไขกระดูกเพิ่มขึ้น
พื้นที่การสร้างเม็ดเลือดชนิดอื่นลดลง
เกล็ดเลือดลดลง
ปัจจัยการเเข็งตัวของเลือดลดลง
1 more item...
เม็ดเลือดแดงลดลง
เพิ่มอัตรการไหลเวียนเลือด
1 more item...
ทำให้ออกซิเจนจับกับ hemoglobin ได้ลดลง
4 more items...
แต่ไม่สามารถเจิญสมบุรณ์ได้
เม็ดเลือดขาวที่ทำงานได้ลดน้อยลง
เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขื้น
ข้อที่ 3 เสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจาก เม็ดเลือดขาวสมบูรณ์มีลดลง
1 more item...
ข้อที่ 2 ปวดแผลเนื่องจากได้รับการเจาะไขกระดูกบริเวณบั้นเอว
ข้อมูลสนับสนุน : ปวดแผลบริเวณที่ได้รับจากการเจาะไขกระดูกสันหลัง Pain score = 7 คะแนน
ประเมินภาวะปวดแผลของผู้ป่วยด้วยการสังเกตสีหน้าท่าทางและการประเมินPain Score
แนะนำเทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจ
รายงานแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาบรรเทาอาการปวด
-Morphine (score 7คะแนนขึ้นไป)
-Paracetamol (Pain score 4-6คะแนน)
การประเมินผล
ผู้ป่วยปวดลดลง Pain score =5 คะแนน มีสีหน้าดีขึ้น
ข้อที่ 11 มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจาะไขกระดูก
ข้อมูลสนับสนุน: ผู้ป่วยบอกว่าการทำครั้งนี้ต้องเจ็บมากแน่ถึงเคยได้ทำมาแล้ว 1ครั้ง ก็ยังไม่ชิน มีสีหน้าวิตกกังวล
ก่อนทำ
ประเมินV/S และร่างกายผู้ป่วยก่อนทำหัตการ
อธิบายวิธีการตรวจให้ผู้ป่วยทราบและตอบคำถามของผู้ป่วย
ให้ผู้ป่วยหรือยาติเซ็นใบยินยอมรับการตรวจรักษา
บอกผู้ป่วยว่าจะเจาะไขกระดูกส่วนไหน เช่นเจาะที่กระดูกสะโพกด้านหลัง
บอกผู้ป่วยว่าจะได้รับยาชาเฉพาะที่
หลังทำ
ให้ปิดแผลด้วยผ้าก๊อสปิดทับกดบริเวณที่เจาะจนแน่ใจว่า เลือดหยุดหรืออย่างน้อย5-10 นาที
วัดสัญญาณชีพและสังเกตอาการผู้ป่วยทุก15 นาที 4 ครั้ง ทุก30 นาที ใน 1-2 ชั่วโมงแรกและทุก 1 ชั่วโมงจนกว่าอาการจะคงที่
ล้างมือก่อน-หลังทำแผลทุกครั้ง
ให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติในการดูแลแผลโดยไม่ให้ถูกน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สังเกตลักษณะแผลว่ามีอาการบวมแดงร้อนหรือมีสิ่งคัดหลั่งหรือไม
การประเมินผล
ผู้ป่วยบอกว่าไม่กังวลเหมือนตอนแรกเมื่อได้รับข้อมูล และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกหลังทำหัตถการ
ยาเคมีบำบัด
ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ที่ผิดปกติและเซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลง
เซลล์อ่อนของเม็ดเลือดตาย
เกล็ดเลือดลดลงในช่วง 5วัน หลังได้รับยา
เม็ดเลือดขาวลดลง ในช่วง 7วันหลังได้รับยา
เม็ดเลือดแดงลดลงในช่วง 2-3 สัปดาห์
ทำลายเซลล์เยื่อบุช่องปาก
เกิดแผลในช่องปาก
ข้อที่ 8 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ extravasation เนื่องจากได้รับยาเคมีบำบัด
ข้อมูลสับสนุน:ผู้ป่วยบอกว่าได้รับยาเคมีบำบัด เริ่มยาเคมีบำบัด induction phase สูตร 3+7 regimen
การเลือกบริเวณแทงเข็ม หลีกเลี่ยงการแทงเข็มในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก และควรเป็นเส้นเลือดดำใหญ่
การตรวจสอบการไหลของยา โดยการ flush เส้นทั้งก่อนและหลังการให้ยา
ให้ความรู้ผู้ป่วย ให้สังเกตความผิดปกติจากการบริหารยา
เมื่อเกิด Extravasation ให้หยุดยาทันทีและแจ้งแพทย์ ไม่ต้องดึงเข็มออก
ใช้กระบอกฉีดยาดูดยาออกให้ได้มากที่สุด
ให้ผู้ป่วยยกบริเวณที่เกิดการรั่วซึมขึ้นสูง นาน 24-48 ชม หรือจนกว่าอาการบวมจะหายไป
การประเมินผล
ผู้ป่วยปฏิบัติตัวขณะได้รับยาเคมีบำบัดได้ถูกต้อง และรู้วิธีการดูแลตนเองเมื่อมีอาการผิดปกติ
เมื่อยาเคมีบำบัดถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด
ไปกระตุ้นเซลล์ในลำไส้เล็กให้สร้างสารสื่อประสาท
5-HT (5-hydroxytrptamine)
สารนี้จะไปจับกับตัวรับสารสื่อประสาทที่ผนังของลำไส้
แล้วส่งกระแสประสาทไปยังสมอง
กระตุ้นให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
ข้อที่ 4 มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนเนื่องจากมีการดูดซึมยาเคมีบำบัดที่ลำไส้
ข้อมูลสนับสนุน: ผู้ป่วยบอกว่ามีอาการคลื่นไส้อาเจียน ได้รับยาเคมีบำบัด
ดูแลงดน้ำงดอาหาร
ดูแลให้ได้รับยา Plasil 1 amp. IV q 8 hrs.
ดูจัดสิ่งแวดส้อมให้ไม่มีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ จัดบริเวณรอบข้างเตียงให้สะอาด
การประเมินผล
1 more item...
ข้อที่ 10 เสี่ยงต่อการเกิดการได้รับสารอาหารและน้ำไม่เพียงพอเนื่องจากการคลื่นไส้อาเจียน และมีแผลที่ปาก
ข้อมูลสนับสนุน: ผู้ป่วยบอกว่าเจ็บปาก,มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เริ่มยาเคมีบำบัด induction phase สูตร 3+7 regimen
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารนำ 0.9 NSS 1000 ml v 80 ml/hr.
จัดอาการให้ผู้ป่วยโดยเน้นอาหารจำพวกโปรตีน อาหารที่ให้พลังงานสูง ผักผลไม่ที่ล้างสะอาด หากผู้ป่วยรับประทานได้น้องควรแน่งมื้ออาหารให้มากขึ้น
ประเมินน้ำหนักตัวผู้ป่วยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
การประเมินผล
1 more item...
Dx. Acute Myerold Leukemia
(มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดฉับพลัน)
Neutrophils ต่ำลง
Lymphocyte สูงขึ้น
Monocyte สูงขึ้น