Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในประกอบวิชาชีพการพยาบาลและ…
ข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ.2564
หมวดที่1 บททั่วไป (๔)
ข้อ4
การรักษาโรคเบื้องต้น คือ กระบวนการประเมินภาวะสุขภาพ ทั้งการซักประวัติ กากรตรวจร่างกาย การวินิจฉัย การรักษาโรคและการบาดเจ็บ การป้องกันโรค และการปฐมพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นภาวะเจ็บป่วย
การเจ็บป่วยวิกฤต
มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตหรือพิการ
การให้ภูมิคุ้มกัน กระบวนการที่ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
การปฐมพยาบาล คือ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ปาดเจ็บ
การเจ็บป่วยฉุกเฉิน
การเจ็บป่วยกระทันหัน จำเป็นต้องได้รับการประเมิน การจัดการและการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที หรือการปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ตั้งแต่จุดเกิดเหตุถึงได้รับการรักษาจากแพทย์
หมวดที่4 การประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์
18.ส่งต่อหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง หรือการตรวจพบภาะครรภ์เป็นพิษ
16.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้การผดุงครรภ์แก่หญิงและครอบครัว
16.2 ประเมินภาวะการตั้งครรภ์ด้วยเวชภัณฑ์ทดสอบการตั้งครรภ์
16.3 การรับฝากครรภ์
16.3.3 ประวัติทางสูติกรรม จำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์
16.3.4ตรวจร่างกายทั่วไปและภาวะโภชนาการ
16.3.2 ประเมินการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบัน ที่อาจมีผลกระทบต่อการมีลูก การแพ้ยา การแพ้อาหาร
16.3.5ตรวจครรภ์และทารกในครรภ์ ตรวจเต้านมและหัวนม เพื่อเตรียมให้นม
16.3.6 ให้ยาเสริมธาตุเหล็กและโฟแลตแก่หญิงมีครรภ์
16.3.1 ประเมินร่างกายและจิตใจของหญฺงมีครรภ์ และสอนการปฏิบัติ เพื่อเตรียมคลอด
16.3.7 การให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก และวัคซีนอื่นๆ
16.1 การตรวจภาวะสุขภาพของหญฺิงและคู่สมรสเพื่อวางแผนมีลูก
ส่วนที่3
28.ประเมินสัญญาณชีพ ความผิดปกติ หรือความพิการที่มองเห็นได้ชัดเจน ให้ดูดนมภายในชั่วโมงแรกหลังคลอด
29.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ต้องบันทึกรายงานประวัติของหญิงตั้งครรภ์ การคลอด และหลังคลอด และให้บริการตามความเป็นจริง
27.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง จะต้องใช้ยาทำลายและป้องกันการติดเชื้อสำหรับยอดตาให้ทารกแรกเกิดทันที
30.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นสอง ให้การกระทำพยาบาลระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด หลังคลอด ไม่ยุ่งยากกซับซ้อน ทำร่วมกับพยาบาลที่มีใบประกอบวิชาชีพผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
26.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้การพยาบาลกับมารดาหลังคลอดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
แนะนำและส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับการตรวจและรักษากับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ส่วนที่1
ส่วนที่2
21.การพยาบาลระยะคลอด
การช่วยเหลือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำคลอด ในรายที่คลอดผิดปกติ
พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้การผดุงครรภ์หญิงมีครรภ์ระยะก่อนคลอด
ห้ามพยาบาลทำ เจาะน้ำคร่ำ ทำคลอดผิดปกกติ ล้วงรก การกลับท่าทารพนครรภ์ การใช้มือกดท้องในขณะช่วยทำคลอด การเย็บซ่อมฝีเย็บฉีกขาดระดับ3 การทำแท้ง
พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง จะทำการคลอดฉุกเฉินในรายที่คลอดผิดปกติที่ไม่สามรรถตรวจพบก่อนทำการคลอด แต่ห้ามใช้ครีมในการทำคลอด
19 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง จะหระทำการผดุงครรภ์ได้แต่เฉพาะรายที่ตั้งครรภ์ปกติ
25.ในรายที่ตกเลือดหลังคลอด ปล่อยทิ้งไว้จะอันตราย ให้รักษาอากาตกเลือดเบื้องต้นและส่งต่อทันที
ส่วนที่4
31.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง สามารถให้คำปรึกษากับคู่สมรสในการวางแผนครอบอครัว แบบวิธีธรรมชาติ/การคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ
พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง สามารถทำ Pap smear ประเมินภาวะสุขภาพ ความผิดปกติ
33.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นสอง การให้บริการวางแผนครอบครัวแบบใช้ย เช่น ยาคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย วงแหวนคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด
ส่วนที่5
พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง จะให้ภูมิคุ้มกันโรค ต้องปฏิบัติตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข
35.พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นสอง ให้คำแนะนำเรื่องการรับภูมิคุ้มกันโรคและติดตามให้มารับ
หมวดที่3 การรักษาโรคเบื้องต้น (๑๐-๑๕)
13 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องห้ยาให้ได้ตามคู่มือการใช้ยาที่สภาการพยาบาลกำหนด
14 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ในการให้ภูมิคุ้มกันโรค ต้องปฏิบัติตามแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ข้อ12 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ต้องกระทำการรักษาโรคเบื้องต้น และการให้ภูมิคุ้มกันโรค
12.1 ตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษาตามโรค
12.2 ให้ส่งผู้ป่วยไปรับการบำบัดรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น เมื่อตรวจพบแล้วว่าอาการไม่ดีขึ้น หรือมีเหตุอื่นๆเกี่ยวกับการบำบัดรักษา
ข้อ 10 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้กระทำการประกอบวิชาชีพกากรพยาบาลตามข้อกำหนดของสภาในการรักษา เบื้องต้นและการให้ภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น ไข้ตัวร้อน ท้องผูก
ข้อ11 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่สภาพยาบาลกำหนด
11.2 ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร และได้รับหนังสืออนุมัติ/วุฒิบัตร ที่สภาพยาบาลกำนหด
ผู้ป่วยโรคติดเชื้อและการควบคุมการติดเชื้อ
เวชปฏิบัติชุมชน
จิตเวชและสุขภาพจิต
ผดุงครรภ์
เด็ก
มารดาและทารก
ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
สาขาอื่นๆที่สภาการพยาบาลกำหนด
11.3 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ตามข้อ 11.1และ 11.2 นอกจากปฏิบัติจามข้อ 9 และ10 ได้แล้ว สามารถทำการพยาบาล การรักษาโรคเบื้องต้นและหัตถการ ในสาขาที่ฝึกอบรม
11.1 สาขาที่ศึกษาเฉพาะทาง เช่น เวชปฏิบัติทั่วไป พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา เป็นต้น
15 ต้องมีบันทึกการปฏิบัติการพยาบาลทุกครัั้ง เก็บบันทึกและรายงาน ไว้เป็นหลักฐานเป็นเวลา5ปี
หมวดที่2
การประกอบวิชาชีพพยาบาล
ส่วนที่1 การพยาบาล (๕-๘)
ข้อ6 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง ให้ยาเฉพาะวิชาชีพเวชกรรมระบุไว้ หรือเมื่อเป็ยการรักษาโรคเบื้องต้น/ปฐมพยาบาล
6.2 ห้ามใช้ยา/สารละลาย หรือสารเกี่ยวกับรังสีวินิจฉัย และยาอื่นๆ (สภาการพยาบาล เช่น กลุ่มสารละลายทึบรังสี (Contrast media) ทุกชนิด
เคมีบำบัดต้องเข้าอบรมก่อน
ต้องเป็นกลุ่มยาเคมีที่ผสมแล้วจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
ต้องให้กลุ่มยาเคมีบำบัดได้เฉพาะทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย
ต้องผ่านการอบรมการให้ยาเคมีบำบัดตามสภาการพยาบาลกำหนด และได้ใบรับรองจากสภาการพยาบาล
6.1 ห้ามใช้ยา/สารละลายในช่องเยื่อบุไขสันหลัง หรือ สายสวนทางหลอดเลือดดำส่วนกลาง และอื่นๆตามสภาการพยาบาลกำหนด
ข้อ7 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นสอง ให้กระทำการพยาบาลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนตามแผนการพยาบาล และจะต้องทำงานร่วมกับRN
ข้อ5 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง กระทำการโดยใช้กระบวนการพยาบาล
5.3 จัดสภาพแวดล้อมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ
5.4 ปฏิบัติตามแผนการพยาบาล/แผนการรักษาแพทย์ การใช้เครื่องมือพิเศษ ติดตามผล และการประสานทีมสุขภาพ ตามมาตรฐานการพยาบาล ที่สภากำหนด
5.2 การสอน แนะนำ ให้คำปรึกษา และการแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัย ซึ่งวางแผนดูแลต่อเนื่อง และสร้างเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้
5.5 ให้การพยาบาลที่บ้าน ส่งเสริม ค.สามารถ บุคคล ครอบครัว ชุมชน
5.1 ส่งเสริม รักษา ป้องกัน ฟื้นฟู ทั้งผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยฉุกเฉินหรือวิกฤต
ข้อ8 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นสอง ให้ยาได้เฉพาะทางปากและภายนอก ตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมระบุไว้ และห้ามใช้ยาในชนิด ข้อ6.1 และ 6.2
ส่วนที่2 การทำหัตถการ (๙)
ข้อ9 พยาบาลและผดุงครรภ์ ชั้นหนึ่ง กระทำการพยาบาลโดยการทำหัตถการตามขอบเขตที่กำหนด ดังนี้
9.3 การถอดเล็บ จี้หูด/ตาปลา โดยใช้ยาชาเฉพาะที่
9.4 การให้ออกซิเจน
9.2การตัดเอาสิ่งแปลกปลอม ฝี ตาปลา ก้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นจุดที่ไม่อันตรายต่ออวัยวะ โดยใช้ยาชาก่อน
9.5 การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในผู้ป่วยวิกฤต เสี่ยงช็อค หรือตามแผนการรักษษของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
9.1 การทำแผล การเย็บแผลลึกไม่เกินชั้นเนื้อเยื่อไขัมันใต้ผิวหนัง และไม่ใช่ตำแหน่งอันตรายต่ออวัยวะสำคัญ และต้องใช้ยาชา ถ้าแผลไฟไหม้ต้องไม่เกินระดับ2
9.6 การให้ยา ทางปาก ผิวหนัง หลอดเลือดดำ หรือช่องอื่นๆ
9.7 การให้เลือด
9.8 การเคาะปอด การดูดเสมหะ
9.9 การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)
9.10 การเช็ดตา ล้างตา
9.11 การสอดสายยางไปในกระเพาะอาหาร
9.12 การสวนปัสสาวะ หรือการเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ
9.13 การสวนทางทวารหนัก
9.14 การดาม การใส่เฝือกชั่วคราว
9.15การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
9.16 การเจาะเก็บตัวอย่างเลือดจากเลือดดำส่วนปลาย หรือสารคัดหลั่ง
9.17 หัตถการอื่นๆ ตามสภากำหนด