Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Guillain- Barré syndrome (GBS)
โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ทำให้กล้าม…
Guillain- Barré syndrome (GBS)
โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ทำให้กล้ามเนื้อ อัมพาตอ่อนแรงอย่างเฉียบพลันทั้งสองข้าง
พยาธิสรีรวิทยา
เกิดกลุ่มอาการ กิแลน เบอร์เร่ เชื่อว่าเกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองทางภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นภายหลังมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัส จะกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะเจาะจงทั้งการสร้างแอนติบอดี้ และทีลิมโฟไซล์มาทำลายเชื้อโรคที่เป็นสิ่งแปลกปลอม นอกจากทำลายเชื้อโรคแล้วยังมีผลทำลายปลอกหรือเยื่อหุ้มมัยอีลิน (myelin sheath) ที่อยู่รอบๆ เส้นประสาท เมื่อเยื่อหุ้มมัยอีลินถูกทำลายจะกระตุ้นให้มีการสะสมของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ รวมทั้งทีลิมโฟไซล์ (T-lymphocyte) และ แมกโครฟาจในบริเวณนั้น ทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบเฉียบพลันของเส้นประสารท เมื่อเยื่อหุ้มมัยอีลินบางส่วนถูกทำลาย จะทำให้ความสามารถในการส่งผ่านสัญญาณประสาทบกพร่องหรือไม่สามารถส่งผ่านสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวได้ ส่งผลทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
-
อาการและอาการแสดง
-
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
มักจะเกิดอาการอ่อนแรง ตามหลังอาการชา มักเริ่มด้วยขา อ่อนแรง เดินลำบาก อาการอ่อนแรงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว จะเริ่มจากขา ลุกลามขึ้นมาที่แขนและลำตัว เมื่อมีการลุกลามไปยังกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ มักจะทำให้เกิดปัญหาการหายใจล้มเหลว
ลุกลามของประสาทสมอง
โดยเฉพาะประสาทสมองคู่ที่ 7 คู่ที่ 9 พบว่ามีความผิดปกติร้อยละ 75 ของผู้ป่วย ส่วนประสาทสมองคู่ที่ 10 พบ ร้อยละ 50 ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการกลืน พูด หายใจ มีอัมพาตของหน้า
ลุกลามของประสาทอัตโนมัติ
ระบบประสาทซิมพาเททิค
ทำให้ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เหงื่อออกมาก ทำหน้าที่น้อยไป ทำให้ความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า
ระบบประสาทพาราซิมพาเททิค
หน้าที่มากไป ทำให้หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ หน้าแดง ตัวอุ่น ทำหน้าที่น้อยไป ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ ระบบกล้ามเนื้อหูรูดทำงานผิดปกติ
การวินิจฉัยโรค
-
การตรวจร่างกาย
พบอาการอ่อนแรงอย่างมาก รีเฟล็กซ์จะลดลง อัมพาตแขนขาทั้งสองข้าง พูดไม่ชัด กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ และหายใจขัด
-
การรักษา
การช่วยหายใจในผู้ป่วยที่มีภาวะการหายใจล้มเหลว ผู้ป่วยควรได้รับการใส่ท่อหลอดลมและเครื่องช่วยหายใจ เมื่อมีค่าความดันของออกซิเจนในเลือดแดง (PaO2 ) น้อยกว่า 60 มม. ปรอท
-
การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่า (plasmapheresis) ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การช่วยเหลือในระหว่าง 1-2 สัปดาห์แรกที่เป็นโรคจะช่วยให้อาการดีขึ้น โดยดึงแอนติบอดี อิมมูโนกลอบูลิน ไฟบริโนเจน และสารโปรตีนอื่นๆออก และให้ fresh frozen plasma หรือ albumin ทดแทนจะช่วยทำให้อาการดีขึ้น
-