Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สูติหัตถการช่วยคลอด - Coggle Diagram
สูติหัตถการช่วยคลอด
การช่วยคลอดด้วยเครื่องสุญญากาศ
(Vacuum Extraction ย่อ V/E ) :<3:
ข้อบ่งชี้ในการช่วยคลอดด้วย V/E
ด้านมารดา
มดลูกหดรัดตัวผิดปกติ
ระยะคลอดยาวนาน
โรค/ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย เช่น shock , PIH,Myasthenia gravis
ด้านทารก
การหมุนของศีรษะทารกผิดปกติ เช่น Occiput posterior , Occiput transverse
ทารกอยู่ในภาวะเครียดที่ไม่รุนแรง
ข้อห้ามของการช่วยคลอด V/E
ท่าของทารกในครรภ์ผิดปกติ เช่น ท่าขวาง ท่าหน้า ท่าก้น
Fetal distress ที่ต้องให้คลอดเร่งด่วน
สายสะดือพลัดต่ำ
ศีรษะทารกอยู่สูงเหนือทางเข้าช่องเชิงกรานยกเว้นในรายที่ second twins
สิ่งที่ต้องมีในการช่วยคลอด V/E
ปากมดลูกเปิด 8 cm. ขึ้นไปและบางเต็มที่
ศีรษะเป็นส่วนนำและอยู่ในลักษณะก้ม
station 0 หรือต่ำกว่า , MR
ทารกครบกำหนดและมีชีวิตอยู่
กระเพาะปัสสาวะว่าง
ข้อควรระวัง
เวลาที่ถ้วยสุญญากาศจับศีรษะทารกไม่ควรเกิน 45 นาที
แนวการดึงตั้งฉากกับถ้วยสุญญากาศตลอดเวลา
การดึงเอียงหรือโยกไปมาทำให้มีอันตรายต่อศีรษะทารก
ทิศทางการดึงต้องค่อยๆ เปลี่ยนไปตามระดับของศีรษะทารกที่ต่ำลงมา
ถ้าดึง 3- 4 ครั้งแล้วศีรษะทารกไม่เขยื้อน ต้องช่วยคลอดด้วย C/S
ภาวะแทรกซ้อนของการช่วยคลอดโดย V/E
ด้านมารดา
การบาดเจ็บ มีการฉีกขาดของช่องทางคลอด ปากมดลูก กระเพาะปัสสาวะ
Shock เพราะการทำขณะมดลูกหดรัดตัวไม่ดีทำให้มีปัญหาตกเลือดหลังคลอด
อันตรายจากการแพ้ยาระงับความรู้สึก
ด้านทารก
รอยถลอกบริเวณหนังศีรษะ
scalp necrosis จากวางถ้วยไม่ถูกตำแหน่ง เช่น วางที่ anterior fontanels
Neonatal Jaundice
Subconjunctival
Retina hemorrhage
การพยาบาลขณะทำ V/E
1.ประเมิน FHS ทุก 5 นาที ถ้าผิดปกติให้รายงานแพทย์
2.ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ให้กำลังใจ และแนะนำ
การเบ่งคลอดที่ถูกวิธี
3.ช่วยลดความดันเครื่องสุญญากาศช้าๆ แพทย์ใส่ถ้วยสุญญากาศในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว โดยลดความดันประมาณ 0.2 kg/cm2 ทุก 2 นาที จนถึงระดับ 0.6 และ 0.8 kg/cm2 แพทย์จะดึงพร้อมกับการหดรัดตัวของมดลูก เมื่อคลอดศีรษะทารกแล้วพยาบาลช่วยปรับความดันให้เป็น 0 kg/cm2 พยาบาลดูแลและประเมินสภาพร่างกายทารกแรกเกิด
การพยาบาลหลังทำ V/E
ให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก/สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา ประเมิน V/S ทุก 15 นาที 4 ครั้ง ทุก 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชม. จนกว่าปกติ ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกถ้าหดรัดตัวไม่ดีคลึงมดลูกและใช้กระเป๋าน้ำแข็งวาง ดูแลกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง ประเมินเลือดที่ออกจากช่องคลอดและแผลฝีเย็บ ดูแลความสุขสบายทั่วไป ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดาและบุตร
การช่วยคลอดด้วยคีม ( Forceps Extraction ย่อ F/E ) :<3:
ชนิดของคีม ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
1.Simpson Forceps
2.Kielland Forceps
3.Piper Forceps
ข้อบ่งชี้ในการใช้คีมช่วยคลอด
ด้านมารดา
ระยะที่ 2 ของการคลอดยาวนาน
อ่อนเพลียไม่มีแรงเบ่ง
ไม่ให้ความร่วมมือในการเบ่ง
มดลูกหดรัดตัวไม่ดี
มีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคหัวใจ โลหิตจาง PIH ระดับรุนแรง
ด้านทารก
Fetal distress
การหมุนของศีรษะทารกในครรภ์ผิดปกติ เช่น Occiput posterior
คลอดท่าก้นที่มีการคลอดศีรษะติดขัดช่วยคลอดตามปกติไม่สำเร็จหรือทำยาก
ชนิดของการทำคลอดด้วยคีม
1.High forceps ทำกรณีที่ศีรษะทารกยังไม่เข้าสู่อุ้งเชิงกราน ไม่นิยมใช้เพราะอันตราย
2.Mid forceps ทำกรณีที่ศีรษะ engagement แล้ว station 0 ถึง + 2
3.Low forceps ทำกรณีที่ station ต่ำกว่า + 2 การหมุนของศีรษะ > 45 องศา
4.Outlet forceps เมื่อเห็นศีรษะที่ perineum และ sagittal suture อยู่ในแนว A-P หรือเอียงซ้าย/ ขวาไม่เกิน 45 องศา
สิ่งที่ต้องมีให้ครบก่อนทำ F/E
cervix fully dilatation
MR
ศีรษะทารกอยู่ในอุ้งเชิงกราน
สวนปัสสาวะทิ้ง
ไม่มี CPD
ภาวะแทรกซ้อนของการช่วยคลอดด้วยคีม
ด้านมารดา
การฉีกขาดของช่องทางคลอด
อันตรายต่อกล้ามเนื้อ pelvic floor ทำให้มดลูกหย่อน
มีการแยกของกระดูกหัวเหน่าทำให้ปวดหัวเหน่า/ปวดหลัง เป็นมากอาจเดินไม่ได้
อันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ
อันตรายต่อทวารหนัก
ตกเลือดหลังคลอด จากการฉีกขาดของช่องทางคลอดหรือจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี
การติดเชื้อ
ด้านทารก
cephalhematoma
intracranial hemorrhage
subconjunctival hemorrhage
facial palsy
Erb’s paralysis
asphyxia
การพยาบาลก่อนทำคลอดด้วยคีม
การพยาบาลขณะทำคลอดด้วยคีม
1.ดูแลด้านจิตใจให้กำลังใจและแนะนำการปฏิบัติตัวขณะที่แพทย์ช่วยคลอด
2.ประเมิน FHS ทุก 5 นาที ถ้าผิดปกติ รีบรายงานแพทย์
3.ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกและรายงานให้แพทย์ทราบเพื่อที่แพทย์จะได้เริ่มดึง
4.เตรียมช่วยเหลือถ้าช่วย F/E ไม่สำเร็จต้องรีบเตรียมผ่าตัดคลอดทันที
5.ดูแลทารกแรกเกิด โดยเพิ่มการประเมินภาวะแทรกซ้อนจากการช่วย F/E
การพยาบาลหลังทำคลอดด้วยคีม
1.ให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก / สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา
2.ประเมิน P ,R , BP 15 นาที 4 ครั้ง ทุก 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชม. จนกว่าปกติ
3.ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ถ้าไม่ดีให้คลึงมดลูกและใช้กระเป๋าน้ำแข็งวางที่มดลูก
4.ดูแลกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง
5.ประเมินเลือดที่ออกจากช่องคลอด และแผลฝีเย็บ
6.ดูแลความสุขสบายทั่วไปส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่าง
มารดาและบุตร
การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง (Cesarean section ย่อ C/S)
ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง
ด้านมารดา
การคลอดติดขัด เช่น CPD , มีก้อนเนื้องอกในอุ้งเชิงกราน การหดรัดตัวของมดลูกรุนแรงไม่สม่ำเสมอหรือหดรัดตัวน้อยที่แก้ไขไม่ได้ผล และปากมดลูกยังเปิดไม่หมด
ความผิดปกติของเชิงกราน หรือช่องทางคลอดแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ
เคยผ่าตัดที่ผนังมดลูกมาก่อน เช่น Previous cesarean section , Myomectomy
มีประวัติอันตรายจากการคลอด เช่น คลอดยาก ทารกตายคลอด , G1 อายุ 35 ปี
ภาวะรกเกาะต่ำ โดยเฉพาะ Placenta previa totalis หรือรกเกาะต่ำร่วมกับตกเลือด
มีเลือดออกในระยะหลังของการตั้งครรภ์ เช่น รกลอกตัวก่อนกำหนด
ตั้งครรภ์ ภายหลังตกแต่งปากมดลูกหรือช่องคลอด
มะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม
การติดเชื้อรุนแรงที่ปากมดลูก ช่องคลอด หรืออวัยวะสืบพันธุ์
การช่วยคลอดด้วยคีมล้มเหลว
โรคแทรกซ้อนทางสูติกรรม เช่น Severe pre-eclampsia
โรคแทรกซ้อนทางอายุรกรรม เช่น โรคหัวใจ โรคไตเรื้อรัง
ทางด้านทารก
Fetal distress หรือเสี่ยง เช่น น้ำคร่ำมีขี้เทาปน การติดเชื้อของเยื่อหุ้มทารก
อยู่ในท่าผิดปกติที่ไม่สามารถคลอดเองได้ เช่น Transverse lie, Face presentation
สายสะดือพลัดต่ำ (Prolapsed cord)
ครรภ์แฝดที่ทารกไม่อยู่ในท่าศีรษะ
ท่าก้นในครรภ์แรก (Primibreech presentation)
การพยาบาลในระยะก่อนผ่าตัด
1.อธิบายให้ทราบเหตุผล วิธีการผ่าตัด ภาวะแทรกซ้อน การรักษาและการพยาบาล การปฏิบัติตัว เช่น deep breathing exercise , effective cough , early ambulation
2.เจาะเลือดส่ง Lab. เช่น CBC , Bl. gr. & cross-match เตรียมเลือดอย่างน้อย 1 û และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
3.เตรียมผิวหนังบริเวณหน้าท้องและอวัยวะสืบพันธุ์ ให้ NPO อย่างน้อย 6-8 ชม.
4.ประเมิน V/S และ FHS เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด
5.ดูแลความสะอาด ให้ อาบน้ำ , สระผม, เปลี่ยนเสื้อผ้า ให้ถอดฟันปลอม (ถ้ามี)
6.Retained Foley’s catheter
7.ตรวจความเรียบร้อยของมารดาและ Chart เตรียมอุปกรณ์ ยา ที่ต้องนำไป OR
การพยาบาลในขณะผ่าตัด
1.เตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดและช่วยทารกให้พร้อม ประสานกุมารแพทย์เพื่อทำหน้าที่ดูแลทารกแรกเกิด
2.การดูแลขณะทำผ่าตัดโดยจัดท่านอน ทำความสะอาดผิวหนัง ช่วยแพทย์ในการทำผ่าตัด ประเมินสภาพและให้การพยาบาลตามอาการ ดูแลทารกแรกเกิด จดบันทึกเวลาเกิด
การพยาบาลหลังผ่าตัด
1.ประเมินสภาพร่างกายตามลำดับสำคัญ
2.ประเมินจิตสังคมเช่น วิตกกังวลเกี่ยวกับอาการปวดแผล สัมพันธภาพกับครอบครัว
3.จัดท่านอน ให้นอนหงายไม่หนุนหมอน ตะแคงหน้า ให้ความอบอุ่น โดยการห่มผ้า
4.ให้ 5%D in N/2 1000 ml.+Syntocinon 10 û IV drip 100 ml./hr.ตามแผนการรักษา
5.ดูแลความสุขสบายทั่วไปและการบรรเทาความเจ็บปวด เช่น การใช้มือประคองแผลเวลาเคลื่อนไหวร่างกายและเวลาไอ รวมถึงการบรรเทาความเจ็บปวดโดยการใช้ยา
6.ส่งเสริมและกระตุ้นให้มี Early ambulation , effective cough
7.จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมให้พักผ่อนเต็มที่.ช่วยเหลือให้