Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การติดเชื้ออื่น ๆ ขณะตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
การติดเชื้ออื่น ๆ ขณะตั้งครรภ์
การติดเชื้อไวรัสรับอักเสบชนิดเอ
(hepatitis A virus: HAV)
การประเมินและ
การวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย ตรวจพบลักษณะอาการ มีไข้ อ่อนเพลีย
เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด และอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจหา antibody-HAV และ IgM-anti HAV และตรวจการทำงานของตับ
การซักประวัติ เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร
การขับถ่าย การสัมผัสเชื้อโรค
ผลกระทบต่อสตรี
ตั้งครรภ์และทารก
หากมีการติดเชื้อ HAV ขณะตั้งครรภ์นั้น ร่างกายมารดาจะสร้าง
antibody ต่อเชื้อ HAV ซึ่งสามารถผ่านไปยังทารกในครรภ์ได้
หากสตรีตั้งครรภ์มีการติดเชื้อในระยะใกล้คลอด อาจมีการแพร่
กระจายเชื้อไปยังทารกในระยะคลอด หรือระยะหลังคลอดได้
การตั้งครรภ์ไม่มีผลทำให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้น
การพยาบาล
รับประทานอาหารที่สุก สะอาด และย่อยง่าย
และดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนอย่างเพียงพอ
มาตรวจตามนัดเพื่อประเมินสภาวะของสตรีตั้งครรภ์และทารกในครรภ์
อธิบายให้สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวเข้าใจเกี่ยวกับโรค
การรักษา การดูแลตนเองที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อตับ ได้แก่ acetaminophen
และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
อาการและ
อาการแสดง
ปวดศีรษะ มักไม่มีอาการของดีซ่าน
ตรวจพบน้ำดีในปัสสาว ะจะมีอาการตับเหลือง ตาเหลือง ตรวจพบ
alkaline phosphatase เพิ่มขึ้น อาการจะมีอยู่ 10-15 วัน
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
สุกใส
(Varicella-zoster virus: VZV)
การประเมิน
และการวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย มีไข้มีผื่นตุ่มน้ำใสตามไรผม ตุ่มน้ำใสๆ บนฐานสีแดง เหมือนหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ ลามไปบริเวณหน้าลำตัว และแผ่นหลัง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหาแอนติบอดีชนิด IgM
ต่อไวรัสสุกใส ไวรัสงูสวัด (VZV) ด้วยเทคนิค ELISA
การซักประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อสุกใส หรือผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อ อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อ
แนวทางการป้องกัน
และการรักษา
การรักษาแบบประคับประคอง เพื่อบรรเทาอาการ เช่น การพักผ่อนอย่างเพียงพอ และดื่มน้ำ มาก ๆ หากมีไข้ ใช้ยาลดไข้ในกลุ่มพาราเซตามอล
การรักษาแบบเจาะจง โดยการใช้ยาต้านเชื้อไวรัสสุกใส Acyclovir
ซึ่งควรจะให้ในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมง หลังมีผื่นขึ้น
การป้องกันโดยไม่สัมผัสโรค หลีกเลี่ยงคนที่ป่วยเป็นสุกใส
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์
การติดเชื้อสุกอีใสในผู้ใหญ่มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็ก โดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งมีภาวะภูมิคุ้มกันที่ลดลงจากการตั้งครรภ์
มีปัญหาภาวะปอดอักเสบ หรือปอดบวม ทำให้ระบบหายใจล้มเหลว บางรายอาจจะมีอาการทางสมอง ทำให้ซึมลง และมีอาการชัก
ผลต่อทารก
การติดเชื้อในครรภ์ ความผิดปกติของตา (ต้อกระจก) สมอง (ปัญญาอ่อนศีรษะขนาดเล็ก เนื้อสมองเหี่ยวลีบ) แขนขาลีบเล็ก
การติดเชื้อปริกำเนิด อาจติดเชื้อผ่านทางมดลูก และช่องทางคลอด
การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
เปิดโอกาสให้สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวได้ระบายความรู้สึก
เพื่อลดความวิตกกังวล
แนะนำให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง วิตามินซีสูง
ระยะคลอด
ให้การดูแลในระยะคลอดเหมือนผู้คลอดทั่วไป
โดยเน้นหลัก Universal precaution
ขณะคลอดควรดูดเมือกออกจากปากและจมูกทารกโดยเร็ว
ทำความสะอาดร่างกายทันที หลังคลอด
ระยะหลังคลอด
กรณีพ้นระยะการติดต่อ หรือมารดามีการตกสะเก็ดแล้ว
สามารถแนะนำเกี่ยวกับการให้ นมมารดาได
แนะนำการรับประทานอาหารโปรตีนและวิตามินซีสูง
พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
กรณีที่มารดามีอาการ ให้แยกทารกแรกเกิดจากมารดา
ในระยะ 5 วันแรกหลังคลอด
ดูแลให้ทารกรับวัคซีน VariZIG แก่ทารกแรกเกิดทันทีหากมารดาการติดเชื้อในช่วง 5 วันก่อนคลอดถึง 2 วันหลังคลอด
อาการและ
อาการแสดง
มักจะมีไข้ต่ำ ๆ นำมาก่อนประมาณ 1-2 วันแล้วค่อยมีผื่นขึ้น
ลักษณะของผื่น และตุ่ม มักจะขึ้นตามไรผม หรือหลังก่อน
จะเห็นเป็นตุ่มน้ำใสๆ บนฐานสีแดง เหมือนหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ (dewdrops on a rose petal) แล้วค่อยลามไปบริเวณหน้าลำตัว
พยาธิสรีรภาพ
เมื่อรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อเมือกบุทางเดินหายใจ
ซึ่งเชื้อโรคมีระยะฟักตัวนาน 10-20 วัน
กรณีที่โรคสุกใสเกิดขึ้นตั้งแต่แรกคลอด จะเรียกว่า congenital varicella syndrome ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์
โรคติดเชื้อไซโทเมกะโรไวรัส
(Cytomegalovirus: CMV)
การประเมินและ
การการวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย มีไข้ คออักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโต ข้ออักเสบ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การเจาะเลือดส่งตรวจพบ
Atypical Lymphocytes และเอ็นไซน์ตับสูงขึ้น
พบเชื้อ CMV ในปัสสาวะ และในเม็ดเลือดขาว
การซักประวัติเกี่ยวกับประวัติการติดเชื้อในอดีต
ลักษณะของอาการและอาการแสดงที่เกิดขึ้น
การตรวจพิเศษ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
แนวทางการป้องกัน
และการรักษา
การป้องกัน
วัคซีนที่ให้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ CMV
สตรีที่เคยมีประวัติการติดเชื้อ CMV ควรวางแผนเว้นระยะการมีบุตรไปก่อนอย่างน้อย 2 ปี
การรักษา
1.การให้ immunoglobulin ของ anti-cytomegaloviral human
เป็นการให้ยาที่มีแอนติบอดีต่อ CMV
การให้ยาต้านไวรัส เช่น Valtrex, Ganciclovil, Valavir เป็นต้น
การประเมินอาการและอาการแสดงของทารกแรกเกิดที่มีการติดเชื้อ
ผลกระทบ
ผลสตรีตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อการแท้ง คลอดก่อนกำหนด
รกลอกตัวก่อนกำหนด มีการติดเชื้อของถุงน้ำคร่ำ
ผลต่อทารก ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อภาวะ IUGR แท้ง fetal distress คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย ทารกเสียชีวิตในครรภ์ และตายคลอด
อาการและ
อาการแสดง
มีอาการแสดงของ mononucleosis syndrome คือ ไข้สูงนาน
ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการ ปอดบวม ตับอักเสบ และอาการทางสมอง
อาการที่รุนแรงทางสมองและระบบประสาท
การพยาบาล
ระยะคลอด
ให้การดูแลในระยะคลอดเหมือนผู้คลอดทั่วไป
โดยเน้นหลัก Universal precaution
ขณะคลอดควรดูดเมือกออกจากปากและจมูกทารกโดยเร็ว
ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังคลอด
ระยะหลังคลอด
เน้นย้ำเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและ
ความสำคัญของการมาตรวจตามนัดหลังคลอด
แนะนำให้สังเกตอาการผิดปกติ
ของทารกที่ต้องรีบพามาพบแพทย์
งดให้นมมารดา หากมารดาหลังคลอดมีการติดเชื้อ
ระยะตั้งครรภ์
3.แนะนำและเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของ
การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เช่น การงดมีเพศสัมพันธ์
ซักประวัติ เพื่อคัดกรองสตรีตั้งครรภ์ทุกราย
เกี่ยวกับการเจ็บป่วยติดเชื้อ CMV ในอดีต
การติดเชื้อไวรัสซิก้า (Zika)
การประเมินและ
การวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย มีไข้ อ่อนแรง เยื่อบุตาอักเสบ
ต่อมน้ำเหลืองโต ตัวเหลือง
การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ โดยใช้สิ่งส่งตรวจ
เช่น เลือด ปัสสาวะ น้ำลาย
การซักประวัติโดยการซักประวัติอาการของผู้ป่วย
การตรวจพิเศษ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
การรักษา
ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้ซิกาโดยเฉพาะ
การรักษาทำได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ
ดื่มน้ำมาก ๆ และรักษาตามอาการ
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์ มักแสดงอาการมากในไตรมาสที่ 3
มีผื่นขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ อาการไข้ หนาวสั่นรู้สึกไม่สุขสบาย ปวดข้อ
ผลต่อทารก ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท ตาและการมองเห็น ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า ทารกตายในครรภ์ และตายหลังคลอด
การพยาบาล
หากติดเชื้อประเมินสุขภาพทารกในครรภ์
โดยการฟังเสียงหัวใจทารกการวัดระดับยอดมดลูก
ตรวจร่างกายทารกแรกเกิด ประเมินสภาพร่างกาย
ทั่วไปโดยเฉพาะการวัดขนาดของศีรษะ
ให้คำแนะนำในการป้องกันสาเหตุและ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
เน้นย้ำการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูง
อาการและ
อาการแสดง
เมื่อได้รับเชื้อระยะฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 3-12 วัน
มักมีอาการไข้ ผื่นแดง ปวดเมื่อยตามตัว
ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง
โรคโควิด-19 กับการตั้งครรภ์
(COVID-19 during Pregnancy)
การประเมิน
และการวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย มีไข้สูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ไอแห้ง หายใจติดขัด อาจมีคัดจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอไอเป็นเลือด หรือท้องเสีย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การยืนยันการติดเชื้อไวรัส โดยตรวจหา viralnucleic acid ด้วยวิธี real-time polymerase chain reaction (RT-PCR) จากสารคัดหลั่ง
การซักประวัติประวัติเกี่ยวกับการสัมผัสผู้ที่การติดเชื้อ
การตรวจพิเศษ ได้แก่ การตรวจเอกซเรย์ปอด
หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกพบมีปอดอักเสบ
การพยาบาล
หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา ปาก และจมูก
ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาดนานอย่างน้อย 20 วินาที
ทุกครั้งที่มีการไอจาม สัมผัสสิ่งแปลกปลอม
2 รักษาระยะห่าง social distancing ในการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น
ด้วยการอยู่ห่างกัน 1-2 เมตร
ในขณะไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ถ้ามีอาการไอ จาม
ให้ใช้ต้นแขนด้านบนปิดปากทุกครั้ง
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการไอ เป็นไข้ หรือผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
การดูแลสตรีตั้งครรภ์ มารดาหลังคลอด ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
แยกตนเองออกจากครอบครัว และสังเกตอาการจนครบ 14 วัน
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มีการติดเชื้อของเยื่อหุ้มเด็ก ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด รกเสื่อม และรกลอกตัวก่อนกำหนด
ผลต่อทารกในครรภ์ ทารกในครรภ์พัฒนาการล่าช้า
คลอดน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด
อาการและ
กาการแสดง
มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป
ไอ น้ามูก เจ็บคอ หายใจติดขัด หรือหายใจลำบาก
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี
(Hepatitis B virus)
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์สตรีตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของ Hepatitis B virus แต่ไม่มีอาการแสดงของตับอักเสบจะไม่เสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น
ผลต่อทารก ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย ทารกตายในครรภ์
หรือเสียชีวิตแรกเกิด และทารกที่คลอดมา มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้
การประเมิน
และการวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย พบอาการและอาการแสดง คลื่นไส้
อาเจียน เบื่ออาหาร ตับโต ตัวเหลือง ตาเหลือง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจการทำงานของตับ
และตรวจหา antigen และ antibody ของไวรัส
การซักประวัติ การเป็นพาหะของโรคตับอักเสบจากไวรัสบี
หรือเคยมีอาการแสดงของโรคตับอักเสบจากไวรัสบ
อาการและ
อาการแสดง
มีอาการจะเริ่มด้วยมีไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร อาเจียน
ปวดท้อง อาจปวดทั่วไปหรือปวดบริเวณชายโครงขวา
ลำพบตับโต กดเจ็บ ปัสสาวะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีชาแก่
ในปลายสัปดาห์แรกจะเริ่มมีตาเหลืองตัวเหลือง
อาการและอาการแสดงไม่แตกต่างกับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะฟักตัว 50-150 วัน (เฉลี่ย 120 วัน)
แนวทางการ
ป้องกันและรักษา
2.ให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ งดการออกแรงทำงานหนัก หรือออกกำลังกาย
แนะนำให้พาสมาชิกในครอบครัวและสามีมาตรวจเลือด เพื่อหา HBsAg และ HBsAb หากผลตรวจ เป็นลบ แนะนำให้พาสมาชิกในครอบครัวฉีดวัคซีน
คัดกรองสตรีตั้งครรภ์ทุกราย โดยตรวจหา HBsAg เมื่อมาฝากครรภ์ครั้งแรก และตรวจซ้ำอีกครั้งในไตรมาสที่ 3
พยาธิสรีรภาพ
ระยะที่สอง ประมาณ 2-3 เดือนหลังจากได้รับเชื้อ Hepatitis B virus จะเข้าสู่ระยะที่สองผู้ติดเชื้อจะมีอาการอ่อนเพลียคล้ายเป็นหวัด คลื่นไส้อาเจียน
ระยะที่สาม เป็นระยะที่ anti-HBe ทำลาย HBeAg จนเหลือน้อยกว่า 105 copies/mL (20,000 IU/mL) อาการตับอักเสบจะค่อย ๆ ดีขึ้น ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้ม
ระยะแรก เมื่อได้รับเชื้อ Hepatitis B virus เข้าสู่ร่างกาย
เชื้อจะแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อจะยังไม่มีอาการแสดง
ระยะที่สี่ เป็นระยะที่เชื้อกลับมามีการแบ่งตัวขึ้นมาใหม่
(re-activation phase) ทำให้เกิดการอักเสบของตับขึ้นมาอีก
การพยาบาล
ระยะคลอด
เมื่อศีรษะทารกคลอด ดูดมูก เลือดและสิ่งคัดหลั่งต่าง ๆ
ออกจากปากและจมูกของทารกให้มากที่สุด
ทำความสะอาดทารกทันทีที่คลอด เพื่อลด
การสัมผัสกับเชื้อที่อยู่ในเลือดและสารคัดหลั่ง
หลีกเลี่ยงการเจาะถุงน้ำคร่ำ และการตรวจทางช่องคลอด
เพื่อป้องกันถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเข้าสู่ระยะที่ 2 ของการคลอด
ระยะหลังคลอด
เน้นการรักษาความสะอาดของร่างกาย
การป้องกันการปนเปื้อนของเลือดหรือน้ำคาวปลา
แนะนำให้นำทารกมารับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และนำบุตรมาตรวจตามนัดเพื่อติดตามอาการและป้องกันการติดเชื้อ
ไม่จำเป็นต้องงดให้นมมารดาแก่ทารก เนื่องจากอัตรา
การถ่ายทอดเชื้อจากมารดาสู่ทารกผ่านน้ำนมพบได้น้อยมาก
ระยะตั้งครรภ์
ให้คำแนะนำแก่สตรีตั้งครรภ์เกี่ยวกับสาเหตุ การติดต่อ
การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ การดำเนินของโรค
อธิบายแก่สตรีตั้งครรภ์เข้าใจและตระหนักถึง
ความสำคัญของการมาตรวจตามนัด
ตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์ทุกคนว่าเป็นพาหะของโรคหรือไม
หัดเยอรมัน
(Rubella/German measles)
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภการติดเชื้อหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์
ไม่ทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นแต่อาจรู้สึกไม่สุขสบายเล็กน้อยเท่านั้น
ผลต่อทารก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นชั่วคราว เช่น ตับม้ามโต ตัวเหลือง โลหิตจาง เกล็ดเลือดต่ำ ปอดบวม กระดูกบาง เป็นต้น
การประเมิน
และการวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย อาจพบผื่นสีแดงคล้ายหัด ตาแดง ไอ จาม เจ็บคอ ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ต่อมน้ำเหลืองโต บางรายอาจไม่พบอาการผิดปกติ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยตรวจ
Hemagglutination inhibition test (HAI)
การซักประวัติการสัมผัสผู้ติดเชื้อหัดเยอรมัน
หรือผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อ อาการ
อาการและ
อาการแสดง
อาจมีอาการปวดข้อ โดยไข้จะเป็นอยู่ 1-2 วันก็จะหายไป หลังจากนั้นจะมีผื่นขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดง (maculopapular)
่ มีไข้ต่ำ ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว เบื่ออาหาร ตาแดง
ไอ เจ็บคอ และต่อน้ำเหลืองบริเวณหลังหูโต
การป้องกัน
และการรักษา
ให้ภูมิคุ้มกันเนื่องจากเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
คุ้มกับค่าใช้จ่าย และควรเน้นการฉีดวัคซีนในเด็กหญิง
ทารกแรกเกิดที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อหัดเยอรมัน ภายหลังคลอดต้องเก็บเลือดจากสายสะดือส่งตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
การพยาบาล
หลีกเลี่ยงการเข้าชุมชนในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อหัดเยอรมัน
หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นพาหะของเชื้อหัดเยอรมัน
อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจ การดำเนินของโรค ผลของโรคต่อการตั้งครรภ์และต่อทารกในครรภ์ และการรักษาพยาบาล
ให้วัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อเยอรมันแก่
สตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน
การติดเชื้อโปรโตซัว
(Toxoplasmosis)
การประเมินและ
การวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย มักไม่แสดงอาการ
หรือมีอ่อนเพลียเล็กน้อย อาจพบภาวะปอดบวม
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจเลือดหา DNA ของเชื้อ
ทดสอบน้ำเหลืองดู titer IgG และ IgM
การซักประวัติประวัติเกี่ยวกับการสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรค เช่น แมว
แนวทางการป้องกัน
และการรักษา
หากจำเป็นต้องทำความสะอาดอุจจาระแมว
สวมถุงมือยาง และล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
ถ้าพบ IgM ในมารดา อนุมานว่ามีการติดเชื้อ
และรักษาด้วย spiramycin
ให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลแมวแทนในช่วงที่ตั้งครรภ์
ไม่ปล่อยให้แมวออกนอกบ้าน
ผลกระทบ
ผลต่อสตรีตั้งครรภ์ การแท้ง คลอดก่อนกำเนิด ถุงน้ำคร่ำและเยื่อหุ้มทารกอักเสบ ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด รกลอกตัวก่อนกำหนด
ผลต่อทารกในครรภ์ ไข้ ชัก ทารกหัวบาตร microcephaly,chorioretinitis, หินปูนจับในสมอง ตับและม้ามโต ตาและตัวเหลือง ทารกมักเสียชีวิตหลังคลอด
การพยาบาล
ระยะคลอด
ให้การดูแลในระยะคลอดเหมือนผู้คลอดทั่วไป โดยเน้นหลัก
Universal precaution เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
ภายหลังทารกคลอดเช็ดตาด้วย 0.9%NSS เช็ดตาทันที
จากนั้นป้ายตาด้วย 1% tetracycline ointment
ระยะหลังคลอด
เฝ้าระวังการตกเลือดและการติดเชื้อหลังคลอด
แนะนำการปฏิบัติตนหลังคลอด เน้นเรื่องการรักษาความสะอาด
ระยะตั้งครรภ์
ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเปิดโอกาสให้ซักถาม
และให้กำลังใจในการรักษา
เน้นการรักษาอย่างต่อเนื่อง การรับประทานยา
และการสังเกตอาการข้างเคียงของยา
อาการและ
อาการแสดง
อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ แต่อาจมีกลุ่มอาการของ
Mononucleosis
รายที่รุนแรงจะมีพยาธิที่สมอง Chorioretinitis
ปอดบวม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ