Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พยาธิสรีรภาพของความเจ็บปวด การอักเสบ และภาวะไข้ - Coggle Diagram
พยาธิสรีรภาพของความเจ็บปวด
การอักเสบ และภาวะไข้
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเจ็บปวด
ทางพยาธิสรีรวิทยากล่าวว่าความเจ็บปวดเป็นกลไกในการป้องกันตนเองเกิดจากการ ทำหน้าที่ของระบบประสาทตอบสนองสิ่งเร้าที่ทำลายเซลล์ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเซลล์ประสาทเกิดสัญญาณส่งผ่านไปยังระบบประสาทส่วนกลางทำให้เกิดการรับรู้รู้สึกและเกิดการตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นอันตราย
จำแนกตามระยะเวลาความเจ็บปวด
อารปวดเรื้อรัง
อารการเฉียบพลัน
การจำแนกตามตำแหน่งของความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดจากภาวะภายใน
ความเจ็บปวดจากการทำงานที่ผิดปกติของเส้นประสาท
ความเจ็บปวดชั้นลึก
ความเจ็บปวดที่ไม่มีพยาธิสภาพทางร่างกาย
ความเจ็บปวดชั้นผิว
จำแนกตามความเร็วของความเจ็บปวด
การปวดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเจ็บปวดปกติจะจูงใจให้บุคคลถอยตัวออกจากสถานการณ์ที่ทำให้เสียหาย ให้ปกป้องรักษาอวัยวะที่บาดเจ็บเมื่อออกกำลังกายและให้หลีกเลี่ยงประสบการณ์คล้ายๆกันในอนาคตความเจ็บปวดโดยมากจะหายไปเองเมื่อหมดสิ่งเร้าอันตรายและเมื่อแผล/การบาดเจ็บหายดี
จำแนกตามลักษณะของความเจ็บปวด
อาการปวดเฉียบ
อาการปวดศรีษะ
อาการปวดราว
อาการปวดหลังส่วนล่าง
สรุป
ความเจ็บปวดเป็นการตอบสนองของร่างกายเมื่อมีความผิดปกติที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นทำให้รู้สึกไม่สุขสบายหรือเป็นทุกทรมานที่ผู้เจ็บปวดเท่านั้นจะรับรู้แล้วบอกถึงความรู้สึก
สาเหตุของการเจ็บปวด
ระบบประสาทถูกทำลาย เช่น เนื้องอกในสมอง
การขาดเลือหรือออกซิเจน เช่น ภาวะการขาดเลือด
อาการปวดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น ตะคริวในขณะออกกำลังกาย
การอักเสบหรือการติดเชื้อ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ การเกิดฝีหนอง โรคข้ออักเสบ
การขยายตัวของอวัยวะ เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ปัสสาวะอักเสบ
การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ พบบ่อยที่สุด ได้แก่ อุบัติเหตุ การกระทบกระแทก
ความกดดันทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความโกรธ
การอักเสบ
กลไลการอักเสบเฉียบพลัน
การเปลี่ยนแปลงทางโคร้งสร้างของหลอดเลือทำให้เซลล์และสารประกอบโปรตีนรั่วไหลออกนอกหลอดเลือดได้
การขยายของหลอดเลือดทำให้มีเลือกมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น
การเคลื่อนตัวของเม็ดเลือดขาวออกจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อที่เกิดอันตราย
ชนิดของการอักเสบ
การอักเสบเฉียบพลัน(Acute inflammation)
การอักเสบเรื้อรัง(Chronic inflammation)
การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของหลอดเลือดเกิดจากฤทธิ์ของ Mediator ต่างๆ ทำให้เพิ่มการซึมผ่านผนังหลอดเลือด(Increased vascular permeability
ทำให้เม็ดเลือดขาวสามมารถไหลเวียนเข้ามาใกล้บริเวณผนัหลอดเลือด(Margination)จนสามารถยึดเกาะ(Adhesion)ติดEndothelial cell
เมื่อมีการรั่วไหลของของเหลวออกภายนอกหลอดเลือดเลือดจะข้นหนืดมากขึ้น(Stasis)
สาเหตุที่ทำให้ของเหลวรั่วไหลออกจากหลอดเลือดมาสู่ภายนอกได้
ผลจากการกระตุ้นของการอักเสบ เช่น histamine , bradykinin,leukotriene ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเซลล์บุผนังหลอดเลือดดำ
เกิดการทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดโดยตรง(directinury) เซลล์บุผนังหลอดเลือด(endothelial cell) ตายหรือหลุดร่อนจากผลการทำลาย
เกิดการรั่วไหลขณะเม็ดเลือดขาวไหลทะลุผ่านผนังหลอดเลือด(leukocyte-dependent leakage)ปล่อยสารพิษรวมถึง เอ็นไซม์ lysozme ที่หลั่งออกมาเข้ามาทำลายเซลล์
การสร้างเซลล์บุผนังหลอดเลือดใหม่(regenerating endothelium) ในขณะเกิดการซ่อมแซมเส้นเลือดฝอยที่สร้างใหม่(angiogenesis)เซลล์ยังไม่แข็งแรง และเจริญเต็มที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเซลล์ได้ง่าย
เกิดการเพิ่มกระบวนการไหลซึมผ่านช่องว่างในดซลล์บุผนังหลอดเลือดที่เรียกว่า increased transcytosisโดยอาศัยการเชื่อมต่อของช่องว่างกลมในไซโตพลาสซึม
การอักเสบ คือกระบวนการตอบสนองที่ซับซ้อนของร่างกายที่มีต่อสิ่งที่ก่ออันตรายต่อเนื้อเยื่อและเป็นปฏิกิริยาการตอบสนอง
กลไลการซ่อมแซมและการหาย
การสร้างหลอดเลือดใหม่(angiogenesis
มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน(reheneration)
เซลล์ parenchyma และเซลล์ Connective tissue สร้างเพิ่มขึ้นมาและเคลื่อนที่เข้าหากัน
ตกแต่งเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่
สร้างโปรตีนชนิดบริเวณนอกเซลล์(remodeling)
อาการและการตรวจพบเมื่อเกิดการอักเสบ
อาการข้างเคียงที่เกิดร่วม เช่น เบื่ออาหารอ่อนเพลียคลื่นไส้อาเจียน
ก่อให้เกิดความสมดุลย์ของธาตุไนโตนเจนในร่างกาย
การเปลี่ยนแลงองค์ประกอบของเลือด
เกิดการสะสมสารแอมเมอลอยด์(Amyloidosis)
การการเพิ่มจำนวณของเซลล์กินสิ่งแปลกปลอม
ไข้(Pyexia,Fever
การอักเสบเรื้อรัง
ลักษณะสำคัญทางพยาธิวิทยาของการอักเสบเรื้อรัง
ชนิดของการซ่อมแซ่ม
เป็นการซ่อมแซมบาดแผลที่เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายเล็กน้อย
ซ่อมแซมแผลที่ถูกทำลายเนื้อเยื่อเป็นจำนวนมากเป็นบริเวณกว้างและลึก เช่น แผลในกระเพาะอาหาร
สาเหตุสำคัญของการอักเสบเรื้อรัง
การติดเชื้อที่รักษาไม่หาย(persistent infection)
ได้รับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
โรคภูมิต้านทานตัวเอง
ภาวะไข้
กลไลการเกิดไข้
ระยะไข้ลด(defervescence period)
มีอาการดีขึ้นเหงื่อออกรู้สึกตัวดี
ระยะสั่น(chill period)
ร่างกายปรับตัวตามการถูกกระตุ้นที่ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิทำให้กล้ามเนื้อสั่น
ระยะหน้าแดง(flush period)
ร่างกายหยุดสั่นและหลอดเลือดขยายตัวทำให้ใบหน้าแดง ตัวอุ่น
ระยะเริ่มต้นของไข้(prodromal period)
เริ่มรู้สึกไม่สบายปวดศรีษะอ่อนเพลียครั่นเนื้อครั่นตัวรู้สึกหนาว
ไข้หรืออาการตัวร้อน(Fever,Pyrexia)เป็นอาการแสดงหมายถึงการเพิ่มของอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าค่าปกติคือ 36.5-37.5 องศา
กระตุ้นให้จิบน้ำบ่อยๆ
ให้การดูแลด้วยความสนใจอย่างใกล้ชิด
สาเหตุของไข้
การได้รับเชื้อโรค
การบาดเจ็บของเซลล์
ความผิดปกติของระบบประสาท
ยาและสารจากภายนอกร่างกาย
ภาวะคุ้มกันต้านตนเองและภาวะภูมิคุ้มกันไวเกิน
ภาวะขาดน้า
โรคของต่อมไทรรอยด์
ภาวะทางอารมณ์
เนื้องอกหรือมะเร็ง
การจัดการไข้
ควรให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
ช่วยเหลือลดไข้
วัดอุณหภูมิของร่างกายและประเมินภาวะสุขภาพทั่วไป
กลไลการเกิดไข้(Mechaism of fever
สมอง(Hypothalamus
ปล่อยสาร(Prostaglandins(E)
หลอดเลือดขยาตัว(Vasomotor center
เส้นประสาทอัตโนมัติ(Sympthetic nerves
หลอดเลือดผิวหนังหดตัว(Skin vasoconstriction)
เกิดความร้อนในร่างกายทำใหเไม่สบาย(Heat dissipation
1 more item...