Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
{9.2}การติดเชื้อที่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ - Coggle Diagram
{9.2}การติดเชื้อที่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
1.การตกขาวผิดปกติ
[1.1]การตกขาวจากการติดเชื้อรา
(Vulvovaginal candidiasis)
(1)ปัจจัยและปัจจัยเสี่ยง
1.การรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อการรักษาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง
2.การได้รับฮอร์โมนสเตียรอยด์ และได้รับยากดภูมิต้านทาน
3.การรับประทานยาคุมกำเนิดชนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนมาก (high dose)
4.การสวมใส่ชุดชั้นในที่แน่นเกินไป
5.การใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดช่องคลอด และปากช่องคลอดบ่อยๆ
(2)อาการและอาการแสดง
อาการคันในช่องคลอดและปากช่องคลอด
ตกขาวมีลักษณะสีขาวขุ่น (curd-liked discharge)
อาจมีอาการเจ็บขณะร่วมเพศ
มีอาการปัสสาวะลำบาก และแสบขัด
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
ไม่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์
(4)ผลกระทบต่อทารก
เกิดเชื้อราในช่องปาก (oral thrush)
(5)การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
1.แนะนำการใช้ยาทา และยาเหน็บช่องคลอดตามแผนการรักษา
2.การดูแลความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
ให้สะอาดและแห้งเสมอ
3.สวมชุดชั้นในที่สะอาดและแห้ง ไม่อับชื้น
4.หากอาการติดเชื้อเป็นซ้ำ ๆ ควรพาสามีให้มารักษาพร้อมกัน
ระยะคลอด
คลอดทางช่องคลอดได้ตามปกติ
ระยะหลังคลอด
1.ลดการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเทอโรน
2.การดูแลความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้สะอาดและแห้งเสมอ
4.สามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดา
5.กรณีทารกแรกเกิดอาจมีการติดเชื้อในช่องปาก ให้ปรึกษากุมารแพทย์
3.สวมชุดชั้นในที่สะอาดและแห้ง ไม่อับชื้น
[1.2]การตกขาวจากการติดเชื้อพยาธิ
(Vaginal trichomoniasis)
(1)สาเหตุ
การติดเชื้อพยาธิหรือเชื้อโปรโตซัว trichomonas vaginalis
(2)อาการและอาการแสดง
ตกขาวมีสีขาวปนเทา หรือสีเหลืองเขียว
ตกขาวเป็นฟอง (foamy discharge)
มีกลิ่นเหม็น
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
(4)ผลกระทบต่อทารกในครรภ์
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อย
(5)การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
1.แนะนำการเหน็บยา หรือการรับประทานยาตามแผนการรักษา
2.แนะนำให้สามีมารับการรักษาพร้อมกัน
3.แนะนำการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
โดยการสวมถุงยางอนามัย
4.แนะนำการรักษาความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์และเช็ดให้แห้ง
ระยะคลอด
สามารถคลอดทางช่อคลอดได้
ระยะหลังคลอด
1.สามารถเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาได้ แต่ต้องล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสบุตร
2.ดูแลความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกเสมอ
3.งดการมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
1.3 การตกขาวจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
(Bacterial vaginosis)
(1)สาเหตุ
เกิดจากแบคทีเรียประจำถิ่น lactobacillus
(2)อาการและอาการแสดง
มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนคาวปลา (fishy smell)
ตกขาวสีขาว สีเทา หรือสีเหลือง ข้นเหนียว
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
การติดเชื้อในมดลูก (chorioamnionitis)
ปีกมดลูกอักเสบ (salpingitis)
การอักเสบในอุ้งเชิงกราน (pelvic inflammatory disease: PID)
(4)ผลกระทบต่อทารก
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย
(5)การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
1.แนะนำการรับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ
2.การมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
3.แนะนำรักษาความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกไม่ให้อับชื้นใช้น้ำธรรมดาให้การทำความสะอาด
4.แนะนำการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ระยะคลอด
สามารถคลอดทางช่องคลอดได้
ระยะหลังคลอด
1.สามารถเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาได้ ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสบุตร
2.แนะนำการทำความสะอาดของอวัยวะสืบพันธุ์ให้สะอาดและแห้งเสมอ
3.หากมีอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ทันที
2.ซิฟิลิส (Syphilis)
(1)สาเหตุ
การติดเชื้อ Treponema pallidum (T. Pallidum) ระยะฟักตัวประมาณ 10-90 วัน
(2)อาการและอาการแสดง
1.ซิฟิลิสระยะแรก (primary stage) หลังการรับเชื้อ จะเกิดแผล กลม นิ่ม ขอบนูนแข็ง ไม่เจ็บ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก
2.ซิฟิลิสระยะที่สอง (secondary stage) หลังจากแผลหายจะพบผื่นกระจายทั่วร่างกาย ฝ่ามือฝ่าเท้า
3.ระยะแฝง (latent syphilis) จะไม่มีอาการใด ๆ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้
4.ซิฟิลิสระยะที่ 3 (tertiary syphilis) เชื้อจะเข้าไปทำลายระบบหัวใจและหลอดเลือด
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
คลอดก่อนกำหนด
การแท้งบุตร
ผิวหนังและเนื้อเยื่ออักเสบ
(4)ผลต่อทารก
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ทารกตายคลอด
ทารกพิการแต่กำเนิด
(5)แนวทางการรักษา
1.การให้ยา Penicillin G ตามแผนการรักษา
2.แนะนำให้สามีมารับการตรวจและรักษาพร้อมกัน
3.การรักษาในระยะหนึ่ง-สอง และระยะแฝง รักษาด้วย Benzathine Penicillin G Sodium 2.4 ล้านยูนิต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพกครั้งเดียว
4.การรักษาในระยะสาม รักษาด้วย Benzathine Penicillin G Sodium 2.4 ล้านยูนิต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะพก 3 สัปดาห์ติดต่อกัน
3.หนองใน (Gonorrhea)
(1)สาเหตุ
จากการติดเชื้อ Neiseria gonorrheae หรือ gonococcus (GC)
(2)อาการและอาการแสดง
ตกขาวเป็นหนองข้นปริมาณมาก
กดเจ็บบริเวณต่อมบาร์โธลิน (bartholin’s gland)
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
ถุงน้ำคร่ำอักเสบและติดเชื้อ
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
การแท้งบุตร
ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
(4)ผลกระทบต่อทารก
ตาอักเสบ (gonococcal ophalmia neonatorum)
(5)แนวทางการรักษา
1.แนะนำการตรวจคัดกรองขณะตั้งครรภ์ (VDRL)
2.ทารกแรกเกิดได้รับยาป้ายตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ตา
3.หลังคลอดหากพบทารกติดเชื้อหนองใน ควรได้รับยาปฏิชีวนะ ceftriaxone ตามแผนการรักษา
4.การติดเชื้อเริม (Herpes simplex)
(1)สาเหตุ
จากการติดเชื้อไวรัสคือ Herpes simplex virus (HSV) โดยผ่านทางเยื่อบุ หรือแผลที่ผิวหนัง
(2)อาการและอาการแสดง
ปวดแสบปวดร้อน และคันบริเวณที่สัมผัสโรค
มีตุ่มน้ำใสๆ แล้วแตก กลายเป็นแผลอยู่ 2 สัปดาห์ ก่อนจะตกสะเก็ด
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
เสี่ยงต่อการแท้ง
(4)ผลกระทบต่อทารก
ทารกมีการเจริญเติบโตช้าในครรภ์
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ทารกมีการติดเชื้อในขณะตั้งครรภ์
(5)แนวทางการรักษา
1.การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ
ให้ Acyclovir 200 mg รับประทานวันละ 5 ครั้ง นาน 5-7 วัน
3.กรณีที่เคยติดเชื้อเริมมาก่อน แต่ขณะคลอดตรวจไม่พบรอยโรคหรือไม่มีอาการของการติดเชื้อ ให้คลอดทางช่องคลอด
4.กรณีที่พบรอยโรคขณะคลอดหรือติดเชื้อซ้ำ ให้คลอดโดยการผ่าตัดคลอด
5.หูดหงอนไก่ (Condyloma acuminate)
(1)สาเหตุ
จากการติดเชื้อ human papilloma virus (HPV) ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
(2)อาการและอาการแสดง
มีติ่งเนื้อสีชมพูคล้ายหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ
(3)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
การตกเลือดหลังคลอด
มีโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูก
(4)ผลต่อทารก
อาจเกิดการติดเชื้อหูดหงอนไก่
เสียงเปลี่ยน (voice change)
เสียงร้องไห้แหบผิดปกติ (abnormal cry)
(5)การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
1.ตรวจคัดกรองและประเมินภาวะสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์
2.แนะนำให้นำสามีมารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคร่วมกัน
3.รับประทานยาตามแผนการรักษา
4.หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
5.หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลและหนอง และล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
ระยะคลอด
1.หลีกเลี่ยงการทำหัตถการทางช่องคลอด
2.ดูแลให้ทารกได้รับการป้ายตา หรือ หยอดตาทารกแรกเกิด
3.ดูแลให้มารดาได้รับยาตามแผนการรักษา
ระยะหลังคลอด
2.ประเมินอาการติดเชื้อของทารกแรกเกิด
1.แนะนำมารดาหลังคลอดเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดร่างกาย
3.แนะนำการเลี้ยงบุตร แต่ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนจับทารกทุกครั้ง
4.ดูแลให้มารดาและทารกได้รับยาป้องกันการติดเชื้อตามแผนการรักษา
6.การติดเชื้อเอชไอวีในสตรีตั้งครรภ์
(Human Immunodeficiency Virus [HIV] during pregnancy)
(2)ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
ปริมาณ CD4 ต่ำ อาจเกิดโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย
(3)ผลกระทบต่อทารก
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย
ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
ทารกมีขนาดเล็กกว่าอายุครรภ์
ทารกตายคลอด
(1)อาการและอาการแสดง
1.ระยะเริ่มแรกประมาณ 1-6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ เริ่มมีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต
2.ระยะติดเชื้อจะไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้
3.ระยะติดเชื้อมีอาการ มีอาการได้แก่ มีอุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 37.80 องศาเซลเซียส ท้องเดินเรื้อรัง หรืออุจจาระร่วงเรื้อรัง น้ำหนักลด
4.ระยะป่วยเป็นเอดส์ มีอาการเช่น ไข้ ผอม ต่อมน้ำเหลืองโต ซีด ช่องปากเป็นฝ้าขาวจากเชื้อรา เป็นแผลเริมเรื้อรัง ผิวหนังเป็นแผลพุพอง
(4)การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
1.การตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์และสามีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
2.แนะนำให้มาฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้ง
3.ให้ความรู้แก่สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
4.ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
5.รับประทานยาให้ครบตามแผนการรักษา
6.แนะนำให้รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์
ระยะคลอด
2.ทำคลอดด้วยความระมัดระวัง ให้การเกิดการบาดเจ็บต่อมารดาและทารกน้อยที่สุด
3.ดูแลให้มารดาและทารกได้รับยาต้านไวรัสตามแผนการรักษา
4.เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือช่วยเหลือทารกแรกเกิดให้พร้อม เพื่อช่วยเหลือทารกที่มีภาวะแทรกซ้อน
1.ประเมินสัญญาณชีพ และเสียงหัวใจทารกอย่างใกล้ชิด ติดตามความก้าวหน้าของการคลอด สังเกตความผิดปกติต่าง ๆ
ระยะหลังคลอด
1.หลีกเลี่ยงเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
2.แนะนำให้ใส่เสื้อชั้นในที่คับ เพื่อยับยั้งการสร้างและหลั่งน้ำนม
3.แนะนำวิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่บุคคลอื่น
4.แนะนำวิธีคุมกำเนิดโดยการใช้ถุงยางอนามัย