Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินปัสสาวะ - Coggle Diagram
การเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินปัสสาวะ
การเปลี่ยนแปลงด้านสรีระวิทยาของหญิงตั้งครรภ์
ไต และท่อไต
ไตมีการเปลี่ยนแปลงทั้งขนาดและรูปร่างด้วยการขยายของไตและท่อไต
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้ท่อไตขยายขนาด
เป็นรูปกลมรีและยืดขยายได้
มดลูกโตขึ้นไปกดเบียดกับกระดูกขอบเชิงกรานทำให้ท่อไตถูกกดเบียด การไหลของปัสสาวะถูกปิดกั้นโดยเฉพาะไตข้างขวา ทำให้เกิดการขยายของท่อไตและไต ทำให้ปัสสาวะค้างอยู่นาน
การเปลี่ยนแปลงของหน้าที่
ปริมาณพลาสม่า และปริมาณเลือดที่ส่งออกจากหัวใจเพิ่มมากขึ้น ทำให้มี การเปลี่ยนแปลงของ angiotensin-renin-aldosterone system โดยมีการสร้าง aldosterone เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้มีการดูดซึมกลับของ sodium และน้ำเพิ่มขึ้น plasma rennin เพิ่มขึ้นทำให้ความดันโลหิตลดลง
ข้อดีของไตที่มีเลือดมาไหลเวียนมากขึ้นและอัตราการกรองเพิ่มมากขึ้น
ทำให้การขับของเสียจากสตรีตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ได้ดีขึ้นแต่ทำให้น้ำตาลและโปรตีนถูกขับออกมาด้วย
การขับน้ำตาลมากขึ้น เนื่องจากอัตราการกรองที่ไตเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการดูดกลับของกลูโคสที่หน่วยไตลดลง จึงทำให้พบน้ำตาลในปัสสาวะเล็กน้อย นอกจากนี้ lactose ในน้ำนมของสตรี
มีครรภ์จะถูกขับออกทางปัสสาวะด้วย
การขับโปรตีน amino acid และ urea สูงกว่าปกติเล็กน้อย จึงอาจตรวจพบ albuminuria ได้เป็นครั้งคราวในปริมาณน้อย (trace ถึง +1) โดยไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติ
การขับวิตามินที่ละลายในน้ าและแคลเซียมสูงกว่าปกติ ดังนั้นสตรีมีครรภ์ จึงต้องได้รับแคลเซียมเพิ่มเป็น 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน และต้องได้รับโฟเลต วิตามิน B1, B2, B6 วิตามิน C และ niacin อย่างเพียงพอ
กระเพาะปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะทีความตึงตัวน้อยลง
เนื่องจากผลของ progesterone ต่อกล้ามเนื้อเรียบ
ความจุของกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น 2 เท่า
หรือประมาณ 1 ลิตร
ครบกำหนดคลอดกระเพาะปัสสาวะจะถูกกดเบียดจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ตำแหน่งของกระเพาะปัสสาวะค่อนมาด้านหน้าและสูงกว่าเดิม
ฮอร์โมน estrogen ทำให้
กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะใหญ่ขึ้นและมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น
เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะจะหนาตัวขึ้นการที่มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากขึ้นทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่าย
มดลูกที่โตขึ้นทำให้มีแรงดันลงบนกระเพาะปัสสาวะสตรีมีครรภ์จะมีอาการปัสสาวะบ่อยในไตรมาสแรกไตรมาสที่สองอาการจะดีขึ้นเพราะมดลูกพ้นช่องเชิงกรานขึ้นไป แต่จะกลับมีอาการอีกครั้งในปลายไตรมาสที่สาม
ท่านอนโดยเฉพาะท่านอนตะแคงซ้ายจะทำให้เลือด ไปเลี้ยงไตได้มากขึ้นและมีอัตราการกรองของโกลเมอรูลัสเพิ่มขึ้น
การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะไม่สุขสบาย
ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านสรีระวิทยา
อาการปัสสาวะบ่อย
สาเหตุ เป็นเพราะมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปเบียดกระเพาะปัสสาวะให้มีความจุปัสสาวะได้น้อยลง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มมากขึ้น
บทบาทพยาบาล
อธิบายถึงอาการให้มารดารับทราบ อาการนี้จะรบกวนผู้ตั้งครรภ์ไป
จนถึง 3 เดือน หลังจากนั้นจะมดลูกโตพ้นอุ้งเชิงกราน ภาวะการกดทับกระเพาะปัสสาวะลดลง อาการปัสสาวะบ่อยก็ลดลงด้วย จนถึงประมาณเดือนที่ 7-8ของการตั้งครรภ์ จะเริ่มรู้สึกปัสสาวะบ่อยขึ้นอีก เพราะขนาดของทารกที่โตขึ้น และส่วนหัวของทารกเริ่มเข้าสู่อุ้งเชิงกราน มีการเบียดกระเพาะปัสสาวะใหม่อีกครั้ง
ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ หรือกลั้นไว้นาน
แนะนำให้ดูแลรักษาความสะอาดและซับให้แห้งทุกครั้งหลังขับถ่ายๆ
ให้สังเกตอาการต่อไปนี้ เช่น มีปัสสาวะแสบขัด มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลังถ้าพบอาการเหล่านี้ ต้องปรึกษาแพทย์
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่เวลาจามหรือไอ
สาเหตุ เลือดไหลเวียนไปยังไตมากขึ้น ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อบริเวณ pelvic floor หย่อน (พื้นที่โดยรอบด้านหน้าและหลังของทวารหนัก)ทำให้กระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่ควบคุมได้ไม่ดีนัก
บทบาทพยาบาล ดื่มน้ำหรือของเหลวมาก ๆ และปัสสาวะบ่อยๆ พยายามขมิบปากช่องคลอดก่อนไอ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชับ ให้ฝึกขมิบแล้วปล่อยประมาณ 50 ครั้งต่อวัน (ครั้งละ 10 หน)