โรค COVID -19
สาเหตุ / ปัจจัย
เชื้อไวรัส Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus (SAR-CoV-2)
สัตว์ที่ทำให้เกิดโรค : จากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมในระยะแรกชี้ให้เห็นว่าเชื้อโรคมีต้นกำเนิดมาจากค้างคาว, ตัวลิ่น (Pangolin)
สถานการณ์ของโรค
สถิติโรคไวรัสโควิด 19 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
การรักษา
รักษาตามอาการของผู้ป่วย
อาการ
อาการที่พบได้ไม่บ่อย
อาการที่พบได้บ่อย
อาการที่รุนแรง
หายใจเหนื่อยหอบ
หายใจลำบาก
สูญเสียความสามารถในการพูด การเคลื่อนไหวร่างกาย
สับสน
ไข้สูง มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
ไอแห้งๆ หรือไอแบบมีเสมหะ
อ่อนเพลีย
จมูกไม่ได้กลิ่น
ลิ้นไม่รับรส
ท้องเสีย
ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว
เจ็บคอ
ตาแดงหรือเคืองตา
ปวดศีรษะ
ผื่นผิวหนัง หรือนิ้วมือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี
หนาวสั่น
มีการติดต่อกันผ่านระบบทางเดินหายใจ
วันที่ 8 ธันวาคม 2562 พบผู้ติดเชื้อรายแรกที่ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน
ปัจจุบัน (9 กรกฎาคม 2564) ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 9276 คน ผู้ป่วยสะสมจำนวน 317,506 คน เสียชีวิต 72คน รวมเสียชีวิตทั้งหมด 2534 คน
ยอดผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลก วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 จำนวน 185,363,558 คน
ปี พ.ศ. 2563 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก จำนวน 82 ล้านคน เสียชีวิต 1.7 ล้านคน (ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอร์นฮอปกินส์)
ปัจจุบัน (ข้อมูลล่าสุด วันที่ 7 กรกฎาคม 2564) มีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลก 185,363,558 คน เสียชีวิต 4,008,791 คน (ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอร์นฮอปกินส์)
โรคอุบัติใหม่ 💥
โรคไข้หวัดนก
แนวทางการแก้ไข
อาการของโรคไข้หวัดนก
มีไข้สูง
สถานการณ์
ปวดศีรษะ
ปวดกล้ามเนื้อ
มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หรือมีน้ำมูกไหล
แนวทางการป้องกัน
ในโรงพยาบาล
สาเหตุการเกิด
ในชีวิตประจำวัน
ปฎิบัติตามหลัก DMHTT
งดการเยี่ยมผู้ป่วย
ให้ความคืบหน้าของอาการทางช่องทางอื่นๆ
บุคลากรสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
เช่น หน้ากากN95 ชุดPPE เป็นต้น
จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกโรค
ล้างมือด้วยน้ำยาทำลายเชื้อ
เเยกเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วย
ยารักษา
รับประทานอาหารที่ปรุงสุก
งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ต่างๆร่วมกับผู้อื่น
ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูกและปาก
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
การรักษาในโรงพยาบาล
Vaccine
Favipiravir จากการศึกษาหลายรายงานพบว่า ยาช่วยลดปริมาณไวรัสได้ดี จึงควรให้ยาโดยเร็วก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการหนัก (ลดความรุนแรงของโรค)
Lopinavir และ Ritonavir เดิมเป็นยาต้านไวรัส HIV พิจารณาให้ร่วมกับ Favipiravir
Adrenovirus พาหะ
Vaccine เชื้อตาย
mRNA
อื่นๆ
AstraZeneca
Sinavac
WHO ไม่แนะนำให้ซื้อยาใดๆกินเอง เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันหรือรักษาโควิด-19
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ
(ยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโควิด-19)
🚩
Moderna
Sinopharm
Pfizer
Sputnik V
โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)
เป็นโรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอที่เกิดขึ้นในสัตว์ปีก เชื้อไวรัสไข้หวัดนกส่วนใหญ่ไม่สามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ เว้นแต่เชื้อไวรัสไข้หวัดนก 2 สายพันธุ์ที่เคยพบการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนจนทำให้เกิดการระบาด ได้แก่ สายพันธุ์ H5N1 สายพันธุ์ H7N9
โรคอีโบลา
สาเหตุของโรค
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา มนุษย์ได้รับเชื้อครั้งแรกจากการสัมผัสเลือดของสัตว์พาหะ เช่น ค้างคาวผลไม้ หรือลิงชิมแปนซี เป็นต้น หลังสัมผัสเชื้อจะเริ่มมีอาการใน 2-21 วัน (ระยะฟักตัว) อาการจะคล้ายกับไข้เลือดออก คือ มีไข้ ไอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว แต่อาการจะรุนแรงขึ้นมีเลือดออก ตาเหลืองตัวเหลือง การทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลว อัตราการเสียชีวิต 50 - 90%
โรคซาร์ส
ระบาดวิทยา
สาเหตุ / ปัจจัย
โรคซาร์สเกิดจากเชื้อไวรัสตัวใหม่ที่อยู่ในตระกูลไวรัสโคโรนา (Coronaviruses)
โรค MERS CoV
การแพร่การติดต่อโรค
ในปี 2563 พบข้อมูลผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก 1 ราย
ตั้งแต่ปี 2549 - 2547
จำนวน 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย
การสัมผัสใกล้ชิด การดูแล,การอาศัยอยู่ร่วมกันผ่านทางละอองฝอยจากการ ไอ จาม
การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย
ของเหลวจากร่างกายของผู้สงสัยว่าป่วยหรือผู้ที่อาจจะป่วยเป็นโรคซาร์ส
สัตว์ปีกทุกชนิด
สถานการณ์ในประเทศไทย
การรักษา
สถานการณ์ทั่วโลก
ติดต่อระหว่างคนสู่คน
ปัจจัย/สาเหตุการแพร่กระจาย
วันที่ 1 มกราคม –31 พฤษภาคม 2564
ไม่มีรายงานพบผู้ป่วยสงสัยโรคไข้หวัดนก
เกิดการระบาดครั้งแรกในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีนประมาณปลายปี พ.ศ. 2545
จนกระทั่ง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 มีการแพร่ระบาดไปยัง 29 ประเทศ
รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 9.6
การดูแลแบบประคับประคอง
ดูแลให้ได้รับสารน้ำชดเชยทาง IV
การรักษาตามอาการเฉพาะ
การสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
การสัมผัสกับสารคัดหลั่ง หรืออุจจาระของสัตว์ปีกโดยตรง
วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 พบผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2546 ผู้ป่วยเป็นแพทย์ชาวอิตาลีที่ไปสอบสวนโรคดังกล่าวที่กรุงฮานอยแล้วมีอาการป่วย ในขณะที่กำลังเดิน
ทางมาประเทศไทยไม่พบการแพร่ระบาดในชุมชน
วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรในท้องถิ่น
การดูแลสุขวิทยาไม่ดี
ให้คำแนะนำแก่ผู้เดินทางไปพื้นที่มีรายงานผู้ป่วยหรือสัตว์ปีกติดเชื้อ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันโรคไข้หวัดนก
ดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มข้น
อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก
ประชากรขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อ
สภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
อยู่ในสถานที่ขายสัตว์ปีก ไข่ หรือซากสัตว์ปีกที่มีการรักษาอนามัยที่ไม่สะอาด
ระบาดวิทยา
สาเหตุ / ปัจจัย
ห้องแยกโรค
อุบัติการณ์ของโรค
พบการแพร่ระบาดครั้งแรกเมื่อปี 1976 ที่ประเทศคองโก มีผู้ติดเชื้อ 318 ราย เสียชีวิต 280 ราย (motality rate 88%)
มีการสอบสวน ป้องกัน และควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พิจารณาให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โอเซลทามิเวียรกรณีใช้เพื่อการป้องกันโรคไข้หวัดนก
การแพร่กระจายของเชื้อ
มีการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2014-2016 ในประเทศคองโก, กินี และเซลาลีโอน มีผู้ติดเชื้อรวม 28610 ราย เสียชีวิต 11308 ราย (motality rate 39%)
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันแล้ว แต่ยังคงมีผู้ติดเชื้ออยู่
ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญกรมการแพทย์
เมื่อสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดนกใน 1 เมตร โดยไม่มีเครื่องป้องกันอย่างเหมาะสม
เมื่อสัมผัสสัตว์ปีกที่เป็นไข้หวัดนก โดยไม่มีเครื่องป้องกันอย่างเหมาะสม
การรักษา
อาการของโรคเมอร์ส
สารมารถแพร่กระจายได้ทางเสมหะของผู้ป่วยจากการไอ จาม
การรักษา
เมื่อรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลการสั่งยารักษา ให้สั่งยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อ
community-acquired pneumonia จนกว่าจะวินิจฉัยแยกโรค Acute Respiratory Distress Syndrome: ARDS ได้ การใช้ยาไรบาวิริน (Ribavirin) ตัวเดียวหรือใช้ร่วมกับสเตียรอยด์
โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัส โนเวิล โคโรน่า (novel coronavirus) ที่พบครั้งแรกในซาอุดิอาระเบียเมื่อปี 2012 โดยมีกลุ่มย่อยของโคโรน่าไวรัสอยู่ 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ: แอลฟา (α), บีตา (β) และแกมมา (γ) โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) เป็นโคโรน่าไวรัสกลุ่มบีตา
ผู้คนอาจได้รับเชื้อเมื่อสัมผัสสัตว์ (โดยเฉพาะอูฐ) สภาพแวดล้อม หรือผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อคนอื่น ๆ (เช่น ในโรงพยาบาล) ตามข้อมูลในปัจจุบัน โรค MERS-CoV สามารถแพร่กระจายจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้ผ่านการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังสนับสนุนว่าอูฐนั้นเป็นสัตว์ที่เต็มไปด้วยการสะสมของโรค MERS-CoV และเป็นพาหะของการติดเชื้อโรคสู่มนุษย์
จากการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
ความหมาย
แนวทางแก้ไข
มาตรการป้องกันการระบาด
มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
1) การรักษาเฉพาะ
มาตรการป้องกันโรค
อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หากอาการรุนแรงจะมีอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก เป็นต้น
มีอาการขาดออกซิเจน คล้ายเป็นโรคระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ปัญหาด้านระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียน หรืออาจพบอาการไตวายด้วยเช่นกัน
บุคลากรที่ทำงานด้านคัดแยก (Triage process) ต้องใส่หน้ากาก (N/R/P 95/99/100 หรือ FFP 2/3 หรือเทียบเท่าตามมาตรฐานอุตสาหกรรม) พร้อมเครื่องป้องกันตา ต้องล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัส
ผู้ป่วย
ระบบสาธารณสุขยังไม่มีประสิทธิภาพ
2) การรักษาตามอาการเน้น
การรักษาแบบประคับประคอง
การสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ
แนวทางการป้องกัน
หากเกิดสถานการณ์การระบาด ให้แจ้งประชาชนให้ได้รับรู้มาตรการการป้องกันควบคุมโรค อย่างชัดเจน
การลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากสัตว์ป่าสู่คน
มีระยะฟักตัว 2 – 14 วัน
ให้ความรู้กับประชาชนผ่านทางสื่อสาธารณะ เรื่อง
อันตรายจากโรคซาร์ส คำนิยาม ของผู้สัมผัส ลักษณะ
อาการทั่วไป และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสโรค รวมทั้ง ให้มีโทรศัพท์สายด่วนเพื่อการติดต่อสื่อสาร
การให้ยาต้านไวรัส
การให้ยาปฏิชีวนะ
การดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล
ลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน
ไม่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ
น้ำมูก
มีมาตรการป้องกันการระบาดรวมถึงการฝังศพผู้เสียชีวิตอย่างปลอดภัย
น้ำลาย
เสมหะ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรใช้มาตรการ
standard precautions เสมอ
การป้องกัน
ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชูเมื่อไอจาม และทิ้งกระดาษทิชชูทันทีหลังใช้เสร็จ
คัดแยกผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งควรให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีและสามารถเข้าถึงบริการด้วย
กินร้อน- ช้อนกลาง- ล้างมือ
หลีกเลี่ยงการจับใบหน้า จมูก หรือปากด้วยมือที่สกปรก
หลีกเลี่ยงการสัมผัสอย่างใกล้ชิด เช่น การจูบหรือการกอดกับผู้อื่น รวมถึงไม่ใช้ของส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ จานชามหรือช้อนส้อมร่วมกัน
ล้างมือบ่อยๆ และเตรียมนํ้าสะอาดไว้ให้พร้อม ต้องล้างมือก่อนและหลังการสัมผัสผู้ป่วย หรือมีการปนเปื้อนหรือเมื่อถอดถุงมือ นํ้ายาฆ่าเชื้อที่ผสมแอลกอฮอล์ก็สามารถใช้ทำความสะอาดได้
คัดแยกผู้ป่วยที่ให้อยู่สถานที่ที่จัดไว้เฉพาะ
รวมทั้งให้ใส่หน้ากากอนามัย
ติดตามผู้สัมผัส หรือบุคคลที่ให้การดูแลอาศัยอยู่ร่วมกันหรือสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของเหลวจากร่างกายและ/หรือสิ่งขับถ่ายเช่น อุจจาระของผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าป่วยหรือผู้ที่
อาจจะเป็นโรคซาร์ส
"VACCINE" วัคซีน Ervebo ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Zaireได้ โดยในเดือนธันวาคม 2020 ได้รับการอนุมัติโดย WHO
ยังไม่มียาต้านไวรัส เนื่องจากโรค MERS-CoV เป็นโรคอุบัติใหม่ ข้อมูลการใช้ยาต้านไวรัสค่อนข้างจeกัด ยังไม่มีรายงานยาเฉพาะที่ใช้รักษาที่ชัดเจน ส่วนยาต้านไวรัส Ribavirin
แต่กรณีที่ผู้ป่วยมีไข้สูง ร่วมกับอาการปอดบวม หลังจากเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อ ถ้าผู้ป่วยอาการรุนแรง ระหว่างรอผลการตรวจ แนะนำให้ยาต้านไวรัส Oseltamivir
ควรพิจารณาให้เป็นรายรายไป กรณีที่ไม่สามารถแยกอาการปอดบวมจากสาเหตุแบคทีเรียได้ หรือกรณีพบปอดบวมจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
การช่วยเหลือภาวะขาดออกซิเจน
ให้ supplemental oxygen therapyโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ SpO2 < ร้อยละ 90 เริ่มโดย การจากให้ออกซิเจน 5 ลิตรต่อนาที และปรับขนาดตามอาการของผู้ป่วย จนระดับ SpO2 ≥ ร้อยละ 90 ในคนทั่วไป และ SpO2 ≥ ร้อยละ 92-95 ในหญิงตั้งครรภ์
กรณีที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้พิจารณาตามการรักษาปอดบวมทั่วไป หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด
ติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
สวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อออกจากบ้านหรืออยู่ท่ามกลางฝูงชน
ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะกินข้าวหรือชั้นวางของ
สัตว์ที่ก่อให้เกิดโรค
ถูกถ่ายทอดจากชะมดไปยังคน
สถานการณ์ในไทย
ซาร์ส หรือ SARS* ย่อมาจาก Severe acute respiratory distress syndrome หรือเรียกโรค โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
ลักษณะโรค
พบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจวินิจฉัยให้มั่นใจว่าปลอดภัย
ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 16 กันยายน 2562 ประเทศไทยมีผู้ป่วยสงสัยโรคทางเดิน หายใจตะวันออกกลาง (PUI MERs) สะสมจานวน 1013 ราย เป็นเพศชาย 532 ราย หญิง 475 ราย โดยเป็นผู้ป่วยยืนยัน 3 ราย
โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ผู้ป่วยมีการติดเชื้อทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการทางเดินอาหาร เชื้อที่เป็นสาเหตุ คือ เชื้อไวรัส โคโรน่า (Coronavirus)
อาการ
ครั่นเนื้อ ครั่นตัว
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ไข้
ไอและหายใจลำบาก
สถานการณ์ในโลก
อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย
องค์การอนามัยโลก ภูมิภาคทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก (Eastern Mediterranean Region) รายงานข้อมูลโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส (MERS) พบว่าในปี 2562 ข้อมูลตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2562 พบผู้ป่วยสะสม 143 ราย และเสียชีวิต จำนวน 44 ราย ท้ังน้ีต้ังแต่เดือนกรกฎาคม 2555 – ตุลาคม 2562 ทั่วโลกมีผู้ป่วยรวม 2,482 ราย เสียชีวิต 854 ราย กระจายใน 27 ประเทศ โดยพบผู้ป่วยในประเทศซาอุดิอาระเบียมากที่สุด จานวน 2,090 ราย เสียชีวิต 776 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย ร้อยละ 37.1
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 76 โดยกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ท่ีมักจะพบว่าเป็นผู้ป่วยรายแรก (primary case) ยังคงเป็นกลุ่มอายุ 50-59 ปี ส่วนกลุ่มอายุ 30-39 ปี มักจะพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยรายแรก (secondary case) (ดังภาพที่ 2) และผู้เสียชีวิต 3 รายท่ีพบในสัปดาห์ ที่ผ่านมา อยู่ในกลุ่มอายุ 70 – 79 ปี
ระยะฟักตัว 3-10 วัน