Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สิทธิมนุษยชนของบุคคลในสังคมและสิทธิตามกฎหมาย สิทธิของผู้ป่วย …
สิทธิมนุษยชนของบุคคลในสังคมและสิทธิตามกฎหมาย สิทธิของผู้ป่วย และสิทธิของพยาบาล
จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการพยาบาล
ประมวลกฎความประพฤติที่วิชาชีพพยาบาลกำหนด คือ เป็นมาตรฐานหรือแนวปฏิบัติของการประกอบวิชาชีพระดับนานาชาติ
จรรยาบรรณวิชาชีพ
ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพกำหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริมกิตติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก ทาให้ได้รับความเชื่อถือจากสังคม อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้
สิทธิพยาบาล
อำนาจอันชอบธรรมที่พยาบาลสามารถใช้อ้างใช้ยืนยันต่อผู้อื่นได้หรือความชอบธรรมที่พยาบาลจะพึงได้รับเพื่อคุ้มครองหรือรักษาผลประโยชน์ อันพึงมีพึงได้ของพยาบาลโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
2.กฎหมายทั่วไป
มาตรา 374 “ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภัยอันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจาเป็น ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ”
กฎหมายเฉพาะ
สิทธิในการประกอบวิชาชีพโดยมิให้ผู้อื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพมาทาการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและสิทธิอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในฉบับที่ 2 พ.ศ.2540
รัฐธรรมนูญ
พยาบาลเป็นบุคคลหนึ่งในสังคมเช่นเดียวกันกับบุคคลอื่นๆ
4. สิทธิพยาบาลของสมาคมพยาบาล
แห่งมิชิแกน สหรัฐอเมริกา
ความเป็นวิชาชีพ (Profession)
เป็นวิชาชัพที่ให้บริการต่อสังคม
มีองค์ความรู้เฉพาะของวิชาชีพที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ประกอบวิชาชีพต้องผ่านการศึกษาอบรมจากสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรี
มีจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นแนวทางปฏิบัติ
มีกลุ่มองค์กรวิชาชีพที่สนับสนุน ดูแลประกอบอาชีพให้ได้มาตรฐาน ได้แก่ สภาการพยาบาล
มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพโดยตรง
มีอุดมการณ์และรับผิดชอบต่อสังคม
จรรยาบรรณวิชาชีพของสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย
ข้อที่ 1 พยาบาลรับผิดชอบต่อประชำชนผู้ต้องการการพยาบาลและบริการสุขภาพ
ข้อที่ 2 พยาบาลประกอบวิชาชีพด้วยความเมตตากรุณาเคารพในคุณค่ำของชีวิตความมีสุขภาพดีและความผาสุกของเพื่อนมนุษย์
ข้อที่ 3 พยาบาลมีปฏิสัมพันธ์ทางวิชำชีพกับผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมงาน และประชาชนด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของบุคคล
ข้อที่ 4 พยาบาลยึดหลักความยุติธรรมและความเสมอภาคในสังคมมนุษย์
ข้อที่ 5 พยาบาลประกอบวิชำชีพโดยมุ่งความเป็นเลิศ
ข้อที่ 6 พยาบาลพึงป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ใช้บริการ
ข้อที่ 7 พยาบาลรับผิดชอบในการปฏิบัติให้สังคมเกิดความเชื่อถือไว้วางใจต่อพยาบาลและต่อวิชาชีพพยาบาล
ข้อที่ 8 พยาบาลพึงร่วมในการทำความเจริญก้าวหน้าให้แก่วิชาชีพการพยาบาล
ข้อที่ 9 พยาบาลพึงรับผิดชอบต่อตนเองเช่นเดียวกับรับผิดชอบต่อผู้อื่น
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
กฎหมาย
หมายถึง ข้อบังคับซึ่งออกโดยรัฐหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในองค์กรเพื่อควบคุมความประพฤติ สิทธิและหน้าที่ของบุคคลทั่วไป หากฝ่าฝืนย่อมมีความผิดและอาจได้รับโทษหรือเสียผลประโยชน์บางประการ
กฎหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ใช้ได้ทั่วไป
กฎหมายบัญญัติขึ้นเพื่อให้บุคคลปฏิบัติตาม
กฎหมายต้องมีสภาพบังคับ
กฎหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่มาจากรัฏฐาธิปัตย์
กฎหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับ
ระบบกฎหมาย
ระบบกฎหมายจารีตประเพณีหรือระบบกฎหมาย ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (Common law system)
ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรหรือระบบประมวลกฎหมาย (Civil/Code law system)
ประเภทของกฎหมาย
กฎหมายเอกชน (Private Law)
เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ กฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคม ฯลฯ
กฎหมายมหาชน (Public Law)
เช่น รัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายอาญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
กฎหมายระหว่างประเทศ (International Law)
3.2 แผนกคดีบุคคล เช่น สัญชาติ ภูมิลำเนา การสมรส การทำนิติกรรม และทรัพย์สิน
3.3 แผนกคดีอาญา เช่น เช่น กฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
กฎหมายความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา
3.1 แผนกคดีเมือง การฑูต การทำสนธิสัญญา หรือกรณีพิพาท
ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
ลายลักษณ์อักษร
รัฐธรรมนูญ (Constitutional Law)
กฎหมายใดจะมาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดรูปแบบการปกครองประเทศและวางระเบียบอำนาจสูงสุดของรัฐหรืออำนาจอธิปไตย ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ประมวลกฎหมาย (Code of Law)
การรวบรวมบทบัญญัติของกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรในเรื่องเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ให้มาอยู่ในหมวดเดียวกันอย่างเป็นระบบ เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลรัษฎาภร ประมวลกฎหมายยาเสพติด
พระราชบัญญัติ (Act)
การเสนอร่างพระราชบัญญัติแล้ว จะนำเข้าสู่การพิจารณาโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ซึ่งมี 3 วาระ คือ รับหลักการ แปรบัญญัติ และลงมติเห็นชอบ จึงเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภา (สภาสูง) เพื่อให้ความเห็นชอบ จึงถือว่ากฎหมายผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากรัฐสภา หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา (Royal Thai Government Gazette หรือ Government Gazette) เพื่อบังคับใช้
พระราชกำหนด (Royal Enactment)
กฎหมายที่รัฐธรรมนูญมอบอำนาจให้แก่ฝ่ายบริหาร เพื่อออกข้อบังคับในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และในกรณีต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ
พระราชกฤษฎีกา (Royal Decree)
กฎหมายกำหนดรายละเอียดที่เป็นหลักย่อยของพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด เช่น พระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
กฎกระทรวง (Ministerial Regulation)
กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหารคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ซึ่งออกตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงใช้บังคับกับประชาชนทั่วไป
ระเบียบ และข้อบังคับ
(Rule/Regulation/Discipline)
กฎหมายที่ออกโดยหัวหน้าหน่วยงาน/องค์กร ผ่านความเห็นชอบจากผู้บริหารหน่วยงานหรือคณะกรรมการ เพื่อกำหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติงาน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ
ประกาศ และคำสั่ง (Announcement/Command)
กฎหมายที่ออกโดยหัวหน้าหน่วยงานเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในหน่วยงาน โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ หรือเพื่อปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติ
อื่นๆ
กฎหมายที่ออกโดยองค์กรปกครองตนเอง เช่น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติเมืองพัทยา ข้อบัญญัติจังหวัด และเทศบัญญัติ ซึ่งมีผลบังคับเฉพาะพื้นที่เท่านั้น
นางสาว ปิยาภรณ์ สีโพธิ์พันธ์ เลขที่่ 63 รหัส 62124301064