Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เลขที่ 27 31, การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเ…
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เลขที่ 27 31
ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 5 ทักษะ
เป็นทักษะที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยใช้ทักษะขั้นพื้นฐานมาพัฒนาต่อ
ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน(Formulating hypoteses)
การตั้งคำถามหรือคิดคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลอง เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
สามารถตั้งคำถามหรือคิดคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลองและความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรได้
ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ(Defining operationally)
การกำหนดและอธิบายความหมาย และขอบเขตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการทดลองเพื่อให้เกิดการเข้าใจตรงกัน
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
ความสามารถที่อธิบายความหมายและขอบเขตของตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
ทักษะที่ 11 การกำหนดและควบคุมตัวแปร(Identifying and controlling variables)
การบ่งชี้และกำหนดลักษณะตัวแปร
ตัวแปรต้น : สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลหรือสิ่งที่ต้องการทดลอง
ตัวแปรตาม : ผลที่เกิดจากตัวแปรตามที่ทำให้เกิดผลในการทดลอง
ตัวแปรควบคุม : ปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากตัวแปนต้นที่อาจมีผลต่อการทดลองที่ต้องจัดให้เหมือนกันหรือคงที่ขณะทดลอง
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
สามารถกำหนดและอธิบายตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมได้ในการทดลอง
ทักษะที่ 12 การทดลอง(Experimention)
กระบวนการปฏิบัติ และทำซ้ำในขั้นตอนเพื่อหาคำตอบจากสมมติฐาน
1.การออกแบบการทดลอง หมายถึง การวางแผนการทดลองก่อนการทดลองจริง เพื่อกำหนดวิธีการและขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้จริง
2.การปฏิบัติการทดลอง หมายถึง การปฏิบัติการทดลองจริง
3.การบันทึกผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองซึ่งอาจเป็นผลที่ได้จากการสังเกต การวัดและอื่นๆ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
ความสามารถในการออกแบบการทดลองและการกำหนดวิธี สามารถระบุเครื่องมือ อุปกรณ์ได้เหมาะสม และสามารถทำการทดลองและบันทึกผลได้อย่างถูกต้อง
ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล(Interpreting data and conclusion)
การแปรความหมายหรือการบรรยายลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่
การลงข้อมูล
การวิเคราะห์และสรุปผลความสัมพันธ์ของข้อมูล สรุปประเด็นสำคัญของข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและทดลอง
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
สามารถวิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญ รวมถึงการแปรความหมายหรือบรรยายลักษณะของข้อมูล และสามารถบอกลักษณะของข้อมูลได้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 8 ขั้นตอน
ทักษะที่ 7 การลงความเห็นจากข้อมูล (inferring)
ความเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อมูลของตนที่ได้จากการสังเกต
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
:
ความสามรถหรือสรุปจากระเด็นของการเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ได้มา
ทักษะที่ 8 การพยากรณ์ (Prediction)
การทำนายหรือคาดคะเนคำตอบ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
:
ความสามารถทำนายผล ทั้งภายในของเขตข้อมูล แนะภายนอกขอบเขตข้อมูล
ทักษะที่ 6 การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล (Communication)
การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต และการวัด มาจัดกระทำ โดยการหาความถี่ การเรียงลำดับ การจัดกลุ่ม มาผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
สามารถเลือกรูปแบบ
ออกแบบ ประยุกต์ และอธิบายการเลือกรูปแบบในการเสนอ
ทักษะที่ 5 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา (Using space / Time relationships)
1.ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับวัตถุหนึ่ง 2.ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุกับเวลา คือ ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุกับช่วงเวลา
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
สามารถอธิบายลักษณะวัตถุ 3 มิติ และ 2 มิติ สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ 2 มิติ กับ 3มิติได้
สเปสของวัตถุ คือ ที่ว่างที่วัตถุนั้นอยู่ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 มิติ
ทักษะที่ 4 การจำแนกประเภท (Classifying)
การแบ่งกลุ่มวัตถุด้วยเกณฑ์ความสัมพันธ์ใดๆอย่างใดอย่างหนึ่ง
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
สามารถเรียงลำดับ และแบ่งกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง และสามารถอธิบายเกณฑ์ที่ใช้ได้
ทักษะที่ 3 การคำนวณ (Using numbers)
การนับจำนวนของวัตถุ แล้วนำตัวเลขที่ได้มาคำนวณด้วยสูตรคณิตศาสตร์
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
สามารถนับจำนวน บอกวิธีคำนวณ แสดงวิธีคำนวณ และคิดคำนวณของวัตถุได้ถูกต้อง
ทักษะที่ 2 การวัด (Measuring)
การใช้เครื่องมือสำหรับการวัดข้อมูลในเชิงปริมาณ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
เลือกใช้เครื่องมือได้อย่างเหมาะสม บอกเหตุผลในการเลือก และสามารถระบุหน่วยของตัวเลขได้
ทักษะที่ 1 การสังเกต (Observing)
การใช้ประสาทสัมผัสของร่างกาย เข้าสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุการณ์ โดยปราศจากความคิดเห็นส่วนตัว
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ :
บรรยายคุณลักษณะของวัตถุได้ บรรยายพฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้
ความสำคัญของทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
แสดงถึงการมีกระบวนการคิด อย่างมีเหตุ มีผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปสู่กระบวนการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้น
การศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียของไบโอชาร์จากขยะชีวมวลชนิดต่างๆ
อุปกรณ์
แกลบ 30 กรัม
กากกาแฟ 30 กรัม
เปลือกไข่ 30 กรัม
บีกเกอร์ 500 ml
แท่งแก้วคน
น้ำ 100 ml
เทอร์มอมิเตอร์
กระดาษลิตมัส
เครื่องวัดDO
ถ่านกัมมันต์ 30 กรัม
ตัวแปรต้น :
ชนิดของไบโอชาร์
กากกาแฟ
เปลือกไข่
แกลบ
ถ่านกัมมันต์
ตัวแปรควบคุม :
ปริมาณของไบโอชาร์
ระยะเวลาในการบำบัดน้ำเสีย
แหล่งน้ำ
ตัวแปรตาม :
ประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียของไบโอชาร์
วิธีการทดลอง
1)เตรียมอุปกรณ์ให้ครบ
3)เตรียม แกลบ30 กรัม น้ำ100 ml ลงในบีกเกอร์ขนาด 500 ml กากกาแฟ 30 กรัม น้ำ100 ml ลงในบีกเกอร์ขนาด 500 ml เปลือกไข่ 30 กรัม น้ำ100 ml ลงในบีกเกอร์ขนาด 500 ml
5)คนแต่ละบีกเกอร์ เพื่อทำการผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้เป็นเวลา 3 คืน
2)ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำ ความขุ่น ค่า pH ค่าDO และ BOD5
6)ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำ ความขุ่น ค่า pH ค่าDO และ BOD5
7)สังเกตและบันทึกผล
4)ถ่านกัมมันต์ 30 กรัม น้ำ100 ml ลงในบีกเกอร์ขนาด 500 ml
สมมติฐาน
ถ้าถ่านกัมมันต์และไบโอชาร์มีผลต่อการบำบัดน้ำเสีย ดังนั้นถ่านกัมมันต์มีประสิทธิภาพบำบัดน้ำเสียได้ดีกว่าไบโอชาร์
ถ้าชนิดของไบโอชาร์มีผลต่อการบำบัดน้ำเสียดังนั้นเปลือกไข่มีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียได้ดีกว่า
สรุปผลการทดลอง
จากการทดลองสามารถสรุปได้ว่าถ่านกัมมันต์มีประสิทธิภาพการบำบัดน้ำได้ดีกว่าใบโอชาร์ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับใบโอชาร์ด้วยกันพบว่าใบโอชาร์จากเปลือกไข่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่หากเราพิจารณาผลกระทบทางด้าน carbon footprint การเลือกใช้ใบโอชาร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากกระบวนผลิตใบโอชาร์สามารถช่วยหมุนเวียนคาร์บอนได้ อีกทั้งยังช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศได้
ตรวจแล้ว รอแจ้งคะแนนในคาบเรียนค่ะ