Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่3 …
บทที่3 เครื่องมือในการบําบัดทางการพยาบาลจิตเวช
การตระหนักรู้ในตนเอง และการใช้ตนเองเพื่อการบําบัด
การตระหนักรู้ในตนเอง (Self awareness)
มโนมติ 8 ประการ
อัตตา (Self) หรือตัวตนของตนเอง
หมายถึง ส่วนรวมทั้งหมดของบุคคล
ร่างกาย
จิตใจ
สังคม
พฤติกรรม
ค่านิยม
ความรู้สึกนึกคิด
อัตมโนทัศน์ (Self concept)
เป็นการรับรู้และตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง
อุดมคติแห่งตน (Self Idea/Image)
เป็นอุดมคติ ความหวัง ภาพในอนาคตหรือความปรารถนาที่ตนเองอยากเป็น
ภาพลักษณ์ทางกายแห่งตน (Body Image)
เป็นการรับรู้เกี่ยวกับร่างกายของตน
มโนธรรมแห่งตน (Moral Image) เป็นความคิด ความเชื่อ การตัดสินใจเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรม
ศักดิ์ศรีแห่งตน (Self esteem) เป็นการยอมรับนับถือตนเอง ประเมินตนเองในด้านบวกและลบ
เอกลักษณ์เฉพาะตน (Self of identity)
การตระหนักรู้และเข้าใจตนเอง
(Self awareness and Self understanding)
พฤติกรรมการแสดงออก ปฏิกิริยาตอบโต้กับบุคคลอื่น
ความคิดความรู้สึกที่มีต่อตนเองต่อบุคคลอื่น
และต่อสถานการณ์
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้
ความต้องการ หรือความปรารถนา
หรือมีเป้าหมายในชีวิตทั้งในระยะสั้นและยาว
ศักยภาพ ความสามารถ กําลังกายและใจ
การมีปฏิสัมพันธ์และการสังคมกับบุคคลอื่น
แนวทางการพัฒนาการตระหนักรู้และเข้าใจตนเอง
การเปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นเพื่อเป็นแนวทางในการ พัฒนาตนเอง
การประเมินตนเองตามความเป็นจริง ไม่อคติ
มองหรือคิดเข้าข้างตนเอง
การพัฒนาจิตใจโดยการศึกษาธรรมะประพฤติปฏิบัติ
ตาม หลักศาสนาและคุณธรรมที่ได้กําหนดไว้
Abraham Maslow สรุปว่า ลักษณะของบุคคลที่มีความเข้าใจต่อตนเองและโลกอย่าง ถ่องแท้
(Self actualization)
สามารถเข้าใจสภาพความเป็นจริง โดยถ่องแท้
ยอมรับตนเองและผู้อื่น
มีความเป็นธรรมชาติปราศจากการเสแสร้ง
วิเคราะห์ปัญหาได้และแก้ไขได้ตรงจุด
โดยไม่เข้าข้างตนเอง
มีความสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข
โดยรู้จักพึ่งพาผู้อื่นบ้างตามสมควร
มีอิสระเสรี มีความเป็นตัวของตัวเอง
มองโลกและคนรอบข้างในแง่ดี มองปัญหาในเชิงบวก
มีการตื่นตัวอย่างมีสติ
สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี
เป็นตัวอย่างที่ดีพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น
รู้จักคบเพื่อนที่มีทัศนคติตรงกัน ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดี
ยึดถือค่านิยมที่ถูกต้อง เป็นประชาธิปไตย
ยึดมั่นในหลักศีลธรรม จรรยา
มีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้แก่ชีวิต
มีอารมณ์ขันอย่างมีสติ
ประโยชน์ในการตระหนักรู้และเข้าใจตนเอง
บุคคลสามารถเข้าใจตนเองในทุกๆด้าน
รู้จุดดี จุดเด่น รู้จุดด้อยของตน
รู้ความต้องการ รู้เป้าหมายในชีวิต
บุคคลสามารถนาข้อมูลที่ได้จากการรับฟัง
มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาจุดด้อยของตน
และพัฒนาจุดเด่นให้แข็งแรง
บุคคลสามารถใช้ประสบการณ์ที่เรียนรู้และเช้าใจตนเอง เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้และทาความเข้าใจ
บุคคลอื่น
การมีสติระลึกรู้เท่าทันความคิดอารมณ์ความรู้สึกของตนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมตนเองและแสดง
พฤติกรรมออกมาอย่างเหมาะสมหรือเรียกว่ามีสติปัญญา ทางอารมณ์
การใช้ตนเองเพื่อการบําบัด (Therapeutic use of Self)
พยาบาลต้องพยายามตระหนักในตนเองที่จะเรียนรู้จัก
และ เข้าใจตนเองให้มากที่สุด
2.ประยุกต์องค์ความรู้จากศาสตร์ทางการพยาบาลและศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการพยาบาลแก่บุคคล
สามารถผสมผสานการใช้สัมพันธภาพเพื่อการบําบัดกับการใช้ตนเองเพื่อการบําบัดในการพยาบาล
บุคคลมีปัญหาสุขภาพจิต
ปัจจัยสนับสนุนให้การใช้ตนเองเพื่อการบําบัดและการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบําบัดประสบผลสําเร็จ
คุณลักษณะของพยาบาลต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพจิต
การรักษาความลับ
มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหา
สุขภาพจิตและการใช้ตนเองเพื่อการบําบัด
สัมพันธภาพเพื่อการบําบัด (Therapeutic relationship)
สัมพันธภาพเชิงวิชาชีพ (Professional Relationship)
Goal directed เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่มีจุดประสงค์เฉพาะ เพื่อการช่วยเหลือผู้รับบริการให้พัฒนา
ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
Helping เป็นสัมพันธภาพที่พยาบาล มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้รับบริการเป็นสําคัญ
Process dynamic เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอน
มีการประเมินผลเป็นระยะ
Action-oriented การสร้างสัมพันธภาพจะนําปฏิกิริยาของผู้รับบริการมาเป็นแนววิเคราะห์เพื่อช่วย
เสริมสร้างและพัฒนาความสามารถในการอยู่ร่วมกัน
Satisfaction gain ความพอใจของพยาบาลอยู่ที่ว่าผู้รับบริการได้รับการเรียนรู้และพัฒนาบุคลิกภาพ
Terminated-relationship เป็นสร้างสัมพันธภาพที่มีการเริ่มต้นและการสิ้นสุด ภายหลังจากบรรลุ วัตถุประสงค์
เป้าหมายในการสร้างสัมพันธภาพเพื่อการบําบัด
เพื่อให้โอกาสผู้รับบริการได้ระบายความรู้สึกไม่สบายใจ
เพื่อให้ผู้รับบริการรู้จักตนเองอย่างถูกต้อง ยอมรับตนเอง
เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้ รู้จักพึ่งตนเอง
เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจปัญหาของตนเองได้ตรงตามความ เป็นจริง
เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดการเรียนรู้และพัฒนาการปฏิบัติตนที่เหมาะสม
ระยะของสัมพันธภาพเพื่อการบําบัด
ขั้นเตรียมการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Pre Initiating phase)
ควรวางแผนและเตรียมตัว
ควรเตรียมเป้าหมาย
เตรียมความพร้อมของตนเองทั้งด้านร่างกาย
และจิตใจให้มีความพร้อม
ขั้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ (Initiating phase)
ปัญหาที่พบบ่อย
ฝ่ายพยาบาล พยาบาลมักวิตกกังวล เนื่องมาจากขาดประสบการณ์สัมพันธภาพเพื่อการบําบัด
ฝ่ายผู้รับบริการ ความวิตกกังวลเกิดขึ้นได้จากผู้รับบริการทางด้านจิตเวช
แนวทางแก้ไข
พยาบาลต้องมีการเตรียมความรู้ ศึกษาเทคนิคสนทนา
เพื่อการบําบัด ตรวจสอบความรู้สึกตนเอง
มีสติ รู้จักและเข้าใจตนเอง
พยาบาลต้องมีท่าทางเป็นมิตร แสดงความใส่ใจผู้รับบริการอย่างแท้จริง สร้างความไว้วางใจแก่ผู้รับบริการ
ระยะแก้ไขปัญหา (Working Phase)
ปัญหาที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข
ความวิตกกังวลของพยาบาล
พยาบาลต้องตระหนักและรู้จักตนเองขณะสนทนา
ใช้ความรู้สึกร่วม (Empathy)
ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ (Sympathy)
การวินิจฉัยปัญหาที่แท้จริงไม่ได้
การสนทนาเพื่อการบําบัด
พยาบาลควรหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม
ผู้รับบริการชื่นชอบหรือรักใคร่ในตัวพยาบาล
พยาบาลจําเป็นที่จะต้องระมัดระวังในเรื่องกิริยามารยาท
พยาบาลควรได้ทบทวนจุดมุ่งหมายในการสร้างสัมพันธภาพให้ผู้รับบริการเข้าใจ
ไม่ควรบอกที่พักอาศัย หรือการติดต่อกับผู้รับบริการ
ความรู้สึกพึ่งพา
เลือกทางออกในการ
แก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
พยาบาลสนับสนุนให้ผู้รับบริการพึ่งพาตนเอง
ระยะยุติสัมพันธภาพ (Terminating Phase)
ปฏิกิริยาที่อาจพบในระยะยุติสัมพันธภาพของผู้รับบริการ
แสดงพฤติกรรมถดถอย
แสดงพฤติกรรมโกรธ
แสดงพฤติกรรมการยอมรับ
องค์ประกอบของการสนทนาเพื่อการบําบัด
การจัดท่านั่ง (Seating Arrangement)
สถานที่สนทนากับผู้ใช้บริการ (Setting)
เวลาในการสนทนา : 30-60 นาที
เทคนิคสนทนาเพื่อการบําบัด
เทคนิคที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้รับบริการ
หรือผู้มาขอความช่วยเหลือรู้สึกว่าตนเองมีค่า
Giving Recognition การให้ความสําคัญ
Giving Information การให้ข้อมูลข่าวสาร
Offering - Self การเสนอตนเอง
เพื่ออยู่เป็นเพื่อนผู้รับบริการยามทุกข์
เทคนิคในการกระตุ้นให้ผู้รับบริการเป็นฝ่ายนําการสนทนา หรือทําให้การสนทนาดําเนินไป
Using Broad Opening ใช้คํากล่าวกว้างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการเลือกหัวข้อสนทนา
Using General Lead การใช้คํากล่าวนําโดยทั่วไป
Reflection การสะท้อนความรู้สึก
Restating การทวนความ
Accepting การยอมรับผู้รับบริการ และสิ่งที่ผู้รับบริการพูด
เทคนิคที่ช่วยกระตุ้นผู้รับบริการให้ผู้รับบริการพูดระบาย
ความรู้สึก
Sharing Observation คือ การบอกกล่าวสิ่งที่พยาบาลสังเกตเห็นได้ในตัวผู้รับบริการ
Acknowledge the Patient’s Feeling
รับรู้ความรู้สึกของผู้รับบริการ
Questioning การถาม
เป็นคําถามโดยตรงที่พูดกับผู้รับบริการ
Actively Listening การฟังอย่างตั้งใจ
เป็นการฟังโดยไม่มีความคิดโต้แย้ง
Using Silence การเงียบ
ไม่มีการตอบสนองหลังจากผู้รับบริการพูดเสร็จ
เทคนิคที่ช่วยให้พยาบาลมีความเข้าใจตรงกันกับผู้รับ
บริการ
Clarifying การให้ความกระจ่าง
Validating คือการตรวจสอบว่าความเข้าใจของพยาบาลตรงกับความต้องการความรู้สึกของผู้รับบริการหรือไม่
เทคนิคที่กระตุ้นให้ผู้รับบริการคิดไตร่ตรองเรื่องราวของเขา ใหม่
Exploring การสอบถามเพื่อให้ได้ข้อมูลกระจ่างขึ้น
การสอบถามให้ลึกและกว้างขึ้นนั้น
Focusing เป็นการมุ่งประเด็นไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
Encouraging Evaluation การกระตุ้นให้ผู้รับบริการได้ประเมินตัวเอง
Giving Feedback การให้ข้อมูลย้อนกลับ
Voicing Doubt การตั้งข้อสงสัย
Giving Suggestion การให้คําแนะนํา
Presenting Reality การบอกสภาพความเป็นจริง
เพื่อให้ผู้รับบริการพิจารณาให้ชัดเจน
Summarizing การสรุปข้อความเมื่อผู้รับบริการพูดจบแล้ว