Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาทางจิตเวช, หลักการใช้ยาทางจิตเวชอย่างสม…
การพยาบาลผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาทางจิตเวช
ผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
ใบหน้า มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ ที่ตาจะมีการกระพริบถี่ๆ บางคนที่อาการรุนแรง อาจจะมีตาเหลือกค้างได้
ปาก มีน้ำลายคั่งค้างเยอะ บางคนมีน้ำลายยืด หรือมีอาการปากสั่นได้
ลิ้น มีลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด บางคนอาจจะมีการตวัดลิ้นไปมา
การเดิน จะมีการเดินแข็งๆที่อๆ เหมือนหุ่นยนต์
มือและขา มีอาการสั่น ขยับไปมาเป็นจังหวะ
การแก้ไขอาการ
ให้รับประทานยาแก้เกร็ง และไปปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะปรับการรักษา
กรณีที่มีอาการรุนแรง
เช่น คอบิด ตาเหลือก หรือตัวแข็งเกร็งเหมือนท่อนไม้ ให้รีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน
ระวังการเกิดอุบัติเหตุ
ผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร
มีอาการปากแห้ง คอแห้ง เบื่ออาหาร
ในบางรายที่ทานยาอีกชนิด อาจจะเจออาการต่างกัน เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย อยากอาการมากขึ้น
อาการจะดีขึ้นได้เมื่อร่างกายปรับตัวกับยา เมื่อทานยาไปแล้วประมาณ 7 วัน
การแก้ไขอาการ
ให้ทานยาพร้อมมื้ออาหาร หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท เช่น ผงชูรส ของหมักดองต่างๆ
ถ้าเราปรับตัวเเล้วอาการยังมีอยู่ให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับการรักษา
ให้อมน้ำแข็งหรือจิบน้าบ่อยๆ
ผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ
ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ทำให้มีอาการหน้ามืด หรือจะหกล้มง่าย บางคนชีพจรเต้นเร็ว บางคนเต้นผิดจังหวะ
บางคนมีอาการง่วงซึม เบลอ หรือรู้สึกตัวเองความจำแย่ลง
มีอาการทางสายตา ตาพร่ามัว มองภาพไม่ชัด
การแก้ไขอาการ
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมกับสภาพร่างกาย จะช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานสมดุลมากขึ้น
การไปพบแพทย์เพื่อปรับการรักษาก็จะช่วยลดอาการข้างเคียงที่เกิดจากยาได้อีกทาง
ไม่ควรขับรถจนกว่าอาการตาพร่าจะดีขึ้น
ระวังการพลัดตกหกล้มจากการมองเห็นไม่ชัด
ผลต่อระบบฮอร์โมน
อาจมีอาการคัดตึงเต้านม เต้านมโตขึ้น น้ำนมไหล หรือรอบเดือนมาไม่ปกติ ในบางรายจะมีความต้องการทางเพศลดลง
การแก้ไขอาการ
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการรักษา
ไม่ควรซื้อฮอร์โมน หรือยาที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศมาทานเองโดยไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์
ผลต่อระบบเลือด
ที่พบบ่อยมีอาการซีด ติดเชื้อร่าง ระบบเกลือแร่ในเลือดไม่สมดุล
นอกจากนี้จะพบว่าผู้ป่วยจะมีระดับน้ำตาล หรือว่าไขมันในเลือดที่สูงขึ้นได้
การแก้ไขอาการ
ผู้ป่วยต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือตามที่แพทย์แนะนำ
ควรดื่มน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย
แต่สำหรับผู็ป่วยที่มีอาการซีด ไข้ หรือว่าติดเชื้อ ให้หยุดยาและรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน
ผลต่อระบบผิวหนัง
ตามรายงานจะพบได้น้อย แต่ถ้าพบควรจะรีบไปพบแพทย์ เช่น ผิวหนังไวต่อแสง ผื่นแพ้ หรือว่าผมร่วง
การแก้ไขอาการ
ผู้ที่มีผิวหนังไวต่อแสงให้หลีกเลี่ยงแสงแดด ใส่เสื้อแขน
ยาวหรือกางร่ม ใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวหนัง
ผู้ที่มีลักษณะเป็นผื่นแพ้ ผมร่วง ให้หยุดยาและรีบไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าแพทย์จะจัดรายการยาเดิม แต่ก็ยังสามารถเกิดอาการข้างเคียงได้ทุกครั้ง หากมีการปรับการรักษาใหม่ โดยเฉพาะช่วง 1-3 สัปดาห์แรก ผู้ดูแลควรสังเกตอาการข้างเคียงหลังปรับการรักษาใหม่
ผลข้างเคียงเล็กน้อย
กล้ามเนื้อเกร็ง มือสั่น น้ำลายไหลจากยาจิตเวช
อาจรับประทานยา
Trihexyphenidyl / Benzhexol / Artane / ACA
เป็นยาแก้อาการลิ้นแข็ง ตัวเกร็ง เพิ่มได้อีก 1 เม็ด หลังจากปรับยานี้ และแจ้งให้แพทย์ทราบ
มีรายงานการติดยาในระยะยาวได้เช่นกัน จึงพิจารณาให้แน่ชัดก่อนปรับยาให้ผู็ป่วยทานเอง
อาการเป็นมาก
หน้ามืดบ่อย เดินทรงตัวไม่ดีเสี่ยงหกล้ม ใจสั่นมาก กล้ามเนื้อเกร็งหรือขยับไปมาตลอด หลับลึกมาก ท้องเสียโดยไม่มีสาเหตุอื่น หรือมีผื่นแพ้จากยา
ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล พร้อมกับนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ยากลุ่มเสี่ยง
Lithium / Sodium valproate (Depakine) / Clozapine / Phenytoin (Dilantin)
แพทย์มักให้คนไข้เจาะเลือดเพื่อติดตามอาการ หรือระดับยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ยากลุ่มนี้
เมื่อไปพบแพทย์ หรือเภสัชกร ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบด้วยว่าคนไข้รับประทานยาดังกล่าวอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาจากยา
ผู้ดูแลควบคุมให้คนไข้ใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์ รวมถึงการเก็บรักษาให้มีความเหมาะสม เพื่อคงคุณภาพไว้
สถานที่เก็บยาควรป้องกันการเข้าถึงยา ไม่ให้บุคคลภายนอกอื่นไม่ให้เข้าถึงยาได้ รวมถึงการหยิบยาทานเองนอกเหนือจากคำสั่งแพทย์ของผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาท
อุณหภูมิไม่เกิน 25-30 องศาเซลเซียส เป็นตู้เย็ที่ไม่ต้องเปิดปิดบ่อยๆ เพื่อให้อุณหภูมิอยู่ที่ 2-8 องศาเซลเซียส
ไม่โดนแสงแดดส่องถึง ไม่สัมผัสความชื้น หรือใกล้หน้าต่าง
หลักการใช้ยาทางจิตเวชอย่างสมเหตุสมผล
Right diagnosis เลือกใช้ยาให้ตรงกับอาการและการวินิจฉัย
Right drug เลือกใช้ยาให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย
Right dose ใช้ยาในขนาดที่เหมาะสม
Right time and duration ใช้ยาให้ถูกมื้อ
Right route of administration เลือกวิธีบริหารยาทีเหมาะสม
Right choice for patients and preference ใช้ยาให้ตรงกับความพึงพอใจของผู้ป่วย
Right for economic reason เลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับเศรษฐานะของผู้ป่วย
ยาทางจิตเวชสามารถจัดเป็นกลุ่มที่สำคัญ ได้ 6 กลุ่ม
ยารักษาโรคจิต (Antipsychotic Drugs/Major Tranquillizers)
ยารักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant Drugs)
ยาคลายกงัวล(Antianxiety Drugs/Anxiolytic Drugs/Minor Tranquillizers)
ยาควบคุมอารมณ์ (Mood Stabilizing Drugs/Antimanic Drugs)
ยาลดอาการข้างเคียงของยาทางจิตเวช (Anticholinergic Drugs/Antiparkinson Drugs)
ยารักษาอาการชัก (Anticonvulsant Drug)
ระดับความเป็นพิษของลิเทียมและการช่วยเหลือ
ระดับเฝ้าระวัง (Serum Lithium 1.2-1.5 mEq/L) อาการข้างเคียงที่พบ เช่น มือสั่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ ผลข้างเคียงของยาที่พบได้ใน ระยะ 1-2 สัปดาห์แรกที่ได้รับยา
ระดับเป็นพิษปานกลาง (Serum Lithium 1.5-2.0 mEq/L) เกิดอาการเป็นพิษ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อาการข้างเคียงที่ พบ เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง มึนศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง พูด ไม่ชัด ผิดปกติในการเคลื่อนไหว เดินเซ ตาพร่ามัว และหูอื้อ
ระดับเป็นพิษรุนแรง (Serum Lithium 2.0-2.5 mEq/L) เกิดอาการเป็นพิษ ระดับปานกลางถึงรุนแรงอาการข้างเคียงที่พบ เช่น ท้อเสีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอาเจียนตลอด แขนขากระตุกเป็นระยะ จนถึงแสดง อาการชัก สับสนมาก การท างานของหัวใจผิดปกติ เป็นลม หมดสติ
ระดับอันตราย (Serum Lithium > 2.5 mEq/L) เกิดอันตรายถึงชีวิต อาการสำคัญได้แก่ การทำงานของหัวใจ ล้มเหลว ความดันโลหิตต่ำมาก ไข้สูง ไม่รู้สึกตัว มีอาการชัก ปัสสาวะออกน้อย และ การทำงานของไตล้มเหลว
นางสาวจุติพร สว่างดี เลขที่ 55
นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 รุ่นที่ 26 ห้อง B