Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อาการวิทยา(Psychiatric symptomatology) - Coggle Diagram
อาการวิทยา(Psychiatric symptomatology)
Consciousness
Coma ผู้ป่วยไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่ หรือหมดสติ
Stupor สภาวะที่ผู้ป่วยขาดความสนใจ ขาดปฏิกิริยาโต้ตอบต่อสิ่งแวดล้อม
Drowsiness ไม่ค่อยรู้สึกตัว ครึ่งหลับครึ่งตื่น
Confusion มีลักษณะงุนงงสับสน แสดงท่าทีสงสัย นึกไม่ออกจำไม่ได้
Delirium สภาวะที่สับสน งุนงง กระสับกระส่าย
Fluctuation of consciousness สภาวะที่สติสัมปชัญญะของผู้ป่วยไม่คงที่ เวลากลางคืนผู้ป่วยจะสับสน
1.1 ความผิดปกติของสติสัมปชัญญะ (Disturbances of consciousness)
1.2 ความผิดปกติในความตั้งใจ (Disturbance of attention)
Distractibility ไม่สามารถตั้งใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง/รับฟังเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นาน เมื่อมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอก จะทำให้ผู้ป่วยหันเหความสนใจไปทันที
Selective inattention ไม่มีสมาธิเฉพาะในสิ่งที่ทำให้เกิดความกังวล
Emotion
2.1 ความผิดปกติของอารมณ์ (Disturbances in affect)
2.1.1 Inappropriate affect แสดงอารมณ์ไม่สอดคล้องกับความคิด และเหตุการณ์ในขณะนั้น
2.1.2 Pleasurable affect
1) Euphoria ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกอกถูกใจ และดีงามไปหมด
2) Elation อารมณ์เป็นสุขที่ >Euphoria
ยิ้มแป้น รื่นเริง อาการที่พบร่วมด้วย คือ พูดมาก เคลื่อนไหวมาก พูดจาฟุ้งซ่าน
3) Exaltation เป็นอารมณ์ที่สูงยิ่งขึ้นไปจาก Elation เป็นความรู้สึกสบายมากร่วมกับความรู้สึกว่าตนมีความสำคัญ
2.1.3 Unpleasurable affects
1) Depression ความรู้สึกเสียใจ เศร้า
2) Grief or mourning ความเศร้าซึ่งได้สัดส่วนกับการสูญเสีย พบได้ในคนปกติ
2.1.4 Other affect
1) Anxiety ความรู้สึกไม่สบาย อึดอัด ตึงเครียด หรือกลัวอันตราย
2) Fear ความกังวล รู้ว่ากลัวอะไร
3) Agitation ความวิตกกังวลร่วมกับอาการกระวนกระวาย
4) Panic เป็นอารมณ์วิตกกังวล หรือกลัวอย่างสุดขีดและเฉียบพลัน
5) Phobia เป็นความวิตกกังวลหรือความกลัวสภาวะใดสภาวะหนึ่ง
รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอันตราย แต่ไม่สามารถระงับความกลัวนั้นได้
6) Apathy or Flat affect คือ การไม่มีความรู้สึก ไม่มีอารมณ์ เฉยเมย
7) Ambivalence การมีอารมณ์ตรงกันข้ามที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
8) Irritability ผู้ป่วยมีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายกว่าธรรมดา
9) Depersonalization รู้สึกว่าตนเองได้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
เช่น แขนข้างหนึ่งสั้นกว่าข้างหนึ่ง
10) Derealization ความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมแปลกไป
11) Aggression คือการก้าวร้าว ต่อต้าน หรือทำตรงข้ามกับความเห็น
12) Impulsive คือ อารมณ์รุนแรง ควบคุมไม่ได้
13) Mood swing คือ อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปมาง่าย
14) Emotional lability อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายและควบคุมไม่ได้
15) La belle indifference อารมณ์ที่ไม่เอาใจใส่ ไม่สนใจต่อความผิดปกติของร่างกาย
16) Ecstasy เป็นความรู้สึกหลุดพ้นไปจากสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว คล้ายอยู่ในภาวะภวังค์
Motor behavior
3.1 Echopraxia (Automatic obedience) การกระทำตามโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นผู้อื่นกระทำ
3.2 Waxy flexibility จับมือผู้ป่วยให้ยกขึ้น ผู้ป่วยจะคงอยู่ในท่านั้น เหมือนขี้ผึ้งปั้น
3.3 Catalepsy (Posturing) กำลังจะนอนแต่เกิดหยุดการเคลื่อนไหวเสียก่อน จึงคงค้างอยู่ในท่านั้น
3.4 Automatism เป็นการกระทำซ้ำ ๆ ไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจ
3.5 Cataplexy อาการกล้ามเนื้อที่อยู่ในอำนาจจิตใจอ่อนแรงไปทันทีทันใดทั้งแขน ขา คอ ทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกายได้ คงอยู่ในสภาพนั้น
3.6 Stereotypy เป็นการกระทำซ้ำ ๆเช่น นั่งโยกตัวตลอด
3.7 Negativism ความรู้สึกต่อต้าน ทำสิ่งตรงข้ามคำสั่ง
3.8 Mannerisms เป็น Stereotyped involuntary movements แสดงในรูปแบบของพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง อาการมักเกิดที่ใบหน้าและคอ
3.9 Overactivity
3.9.1 Hyperactivity (Hyperkinesis) การขยันขันแข็งผิดปกติ หรือก้าวร้าวและมีพฤติกรรมทำลาย
3.9.2 Tic การเคลื่อนไหวในลักษณะกระตุกซ้ำ ๆ ไม่สม่ำเสมอ
3.9.3 Sleep walking (Somnambulism) การเคลื่อนไหวร่างกายขณะหลับโดยไม่รู้ตัว (ละเมอเดิน)
3.9.4 Compulsion เป็นการกระทำซ้ำ ๆ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การล้างมือบ่อย ๆ
3.10 Hypoactivity การเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าปกติ การทำงานของร่างกายและจิตใจช้าลง
ความคิด (Thought)
4.1 ความผิดปกติของกระแสความคิดหรือกระบวนการคิด (Disturbances in stream or process of thought)
4.1.1 ความคิดกระจัดกระจาย
(Flight of ideas)พูดเรื่องหนึ่งไม่ทันจบก็พูดอีกเรื่องหนึ่งตามสิ่งเร้า
4.1.2 การพูดเบี่ยงเบน (Loosening of association)
4.1.3 การพูดไม่ต่อเนื่องกัน (Incoherence speech) อาจพูดเป็นคำๆหรือพยางค์ หรือเป็นประโยคที่ข้อความไม่ต่อเนื่องกัน
4.1.4 ความคิดช้า (Retardation of thought)
4.1.5 ความคิดหยุดชะงัก (Thought blocking)
4.1.6 ความคิดอ้อมค้อม (Circumstantiality)
4.1.7 ความคิดตกค้าง (Perseveration)
4.1.8 ความคิดแบบเฉียด (Tangentiality) เป็นการตอบคำถามแบบเฉียดๆ เกี่ยวข้องกับคำถามเพียงเล็กน้อย
4.1.9 การพูดที่การขาดการเชื่อมโยง (Clanging)
4.1.10 การคิดคำใหม่ (Neologisms)
4.1.11 การคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล (Illogicality)
4.1.12 Word salad คำพูด/ข้อความซึ่งประกอบด้วยคำหรือวลีต่าง ๆ ที่ไม่มีความสัมพันธ์กันหรือเกี่ยวข้องกัน
4.2 ความผิดปกติของเนื้อหาความคิด (Disturbances in content of thought)
4.2.1 ความคิดหลงผิด (Delusion)
1) Delusion of persecution หลงผิดว่าตนถูกกลั่นแกลง ถูกปองร้าย
2) Delusion of grandeur ความคิดหลงผิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ/มีความสามารถพิเศษ
3) Delusion of reference หลงผิดว่าเหตุการณ์รอบตัว วัตถุหรือบุคคลอื่นมีความหมายเกี่ยวข้องกับตนเอง
4) Delusion of being controlled หลงผิดว่ามีพลังอำนาจ
5) ความคิดหวาดระแวง (Paranoid delusion) คิดว่าจะมีคนมุ่งร้าย
6) Nihilistic delusion ความหลงผิดที่คิดว่าไม่มีการดำรงอยู่ เช่น ไม่มีสมอง
7) Thought broadcasting คิดว่าผู้อื่นสามารถได้ยินความคิดของตน
8) Thought insertion คือ หลงผิดว่าความคิดของตนเองเป็นของผู้อื่น
9) Thought withdrawal คิดว่าความคิดของเขาหายไป หรือถูกดึงออกไปโดยบุคคลหรืออำนาจภายนอก
10) คิดว่ามีคนมาหลงรัก (Erotomania หรือ Clerembault’s syndrome)
12) Delusion of infidelity คิดว่าสามีหรือภรรยาประพฤตินอกใจ
13) Somatic delusion หลงผิดว่าทำความผิดมากและสมควรถูกลงโทษ
15) Delusion of poverty หลงผิดว่าตนยากจนมาก
16) Delusion of perception มองเห็นสิ่งกระตุ้นตามปกติ แต่มีความคิดว่าสิ่งที่ตนเองเห็นนั้นมีความสำคัญอย่างผิดปกติ
17) Bizarre delusion หลงผิดที่มีเนื้อหาแปลก พิลึกพิลั่น เป็นไปไม่ได้
4.2.1 ความคิดหมกมุ่น (Obsession)
4.3 ความผิดปกติของรูปแบบความคิด (Disturbances in form of thought)
ความคิดแบบรูปธรรม (Concrete thinking)
ความคิดหมกมุ่นในเรื่องตนเอง (Autistic thinking)
การพูด (Speech)
5.1 Echolalia การเลียนแบบคำพูดของคนอื่น
5.2 Pressure of speech คือการพูดมาก เร็ว ดัง และเน้นถ้อยคำ
5.3 Poverty of speech ปริมาณคำพูดของผู้ป่วยจะมีน้อย ตอบเท่าที่ถาม สั้นๆ
5.4 Thought block ความคิดหยุดชะงัก
ความผิดปกติของการรับรู้ (Disorder of perception)
6.1 ประสาทหลอน (Hallucination)
ประสาทหลอนทางหู หรือหูแว่ว (Auditory hallucination)
ประสาทหลอนทางตา หรือภาพหลอน (Visual hallucination)
ประสาทหลอนทางการรับกลิ่น (Olfactory hallucination)
ประสาทหลอนทางการรับรส (Gustatory hallucination)
ประสาทหลอนทางการรับสัมผัส (Tactile hallucination)
Hypnagogic hallucination คือประสาทหลอนที่เกิดขึ้นในขณะเคลิ้มใกล้จะหลับ
Hypnopompic hallucination คือประสาทหลอนซึ่งเกิดขึ้นในขณะใกล้ตื่น
Mood-congruent hallucination คือประสาทหลอนที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้ป่วย
6.2 การแปลการรับสัมผัสผิด (Illusions)
6.3 ความรู้สึกว่าตนมิใช่ตนเอง (Depersonalization)
6.4 ความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป /แปลกไป (Derealization)
ความผิดปกติในความจำ (Disturbance of memory)
7.1 การลืม (Amnesia) คือ การสูญเสียความจำ
Organic amnesia
1) Anterograde amnesia คือ การสูญเสียความจำภายหลังจากเกิดเหตุการณ์
2) Retrograde amnesia คือ การสูญเสียความจำก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์
4.Psychogenic amnesia ลืมเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับตนเอง
1.Confabulation สูญเสียความจำ โดยเฉพาะความจำที่เพิ่งเกิดขึ้น
2 Dejavu รู้สึกว่าได้เคยเห็น
3 Hyper - amnesia คือ การมีความทรงจำมากไป
เชาว์ปัญญา (Intelligence)
Mental retardation (ปัญญาบกพร่อง)
Dementia การเสื่อมของเชาว์ปัญญาอย่างถาวรจากเดิม