Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อาการวิทยา (Psychiatric symptomatology) - Coggle Diagram
อาการวิทยา
(Psychiatric symptomatology)
1.ความผิดปกติของสติสัมปชัญญะ (Disturbances of intelligence)
ปัญญาอ่อน(Mental retardation) เป็นความผิดปกติทางด้านเชาว์ปัญญาประเมินได้จากระดับสติปัญญา(IQ)
ภาวะสมองเสื่อง(Dementia) หมายถึง ภาวะของการที่สมองซึ่งเคยเป็นปกติมาก่อน แล้วเกิดเสื่อมไป อาจมาจากสาเหตุจากโรคทางสมองไม่ได้ใช้นานๆ เช่น ในผู้ป่วยโรคจิตเภทเรื้องรัง
สมองหยุด(Amentia) ภาวะของสมองหยุดหรือไม่มีการเจริญเติบโตเท่าคนปกติ
7.พฤติกรรมทั่วไป
2.สีหน้าและท่าทางผู้ป่วยจะมีอาการระแวงมักแสดงสีหน้าไม่เป็นมิตรสงสัยไม่แน่ใจและภาวะซึมเศร้าผู้ป่วยจะมีอาการก้มหน้าไหล่ลู่และหลังค่อมใบหน้าเศร้า
3.การเคลื่อนไหวผิดปกติต้องแยกให้ออกว่าเป็นผลมาจากความผิดปกติทางจิตที่มีอาการกำเริบมากขึ้นหรือจากฤทธิ์ข้างเคียงจากยารักษาโรคจิต
1.ลักษณะร่างกายผิดปกติ เช่น อาการซูบผอมร่วมกับประวัติบางอย่าง เช่น น้ำหนักลดพบได้ในโรคทางกาย โรคจิตเภทเรื้อรัง โรคอารมณ์แปรปรวนประเภทซึมเศร้าการติดยาและสารเสพติดเป็นต้น
4.การแต่งกายสกปรก ไม่โกนหนวดเครา เล็บยาวดำ พบบ่อยในผู้ป่วยจิตเภทเรื้อรัง บางรายแต่งหน้าจัดสวมเครื่องประดับมากเกินจนดูประหลาด
3.ความผิดปกติของสติสัมปชัญญะ (Disturbances of motor speech)
-การคิดหรือพูดที่มีรายละเอียดอ้อมค้อมมากกินไป (circumstantiality)
-การพูดทวนคำหรือวลีของคนอื่น (echolalia)
-การไม่พูดโดยไม่มีความคิดปกติทางโครงสร้าง (mutism)
-การพูดช้า (slowness of speech)
-การพูดที่ไม่เป็นลักษณะทางสังคม (non-social speech)
-การพูดที่ฟังไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ (incoherence)
-การสร้างคำขึ้นใหม่มีความหมายกับผู้ป่วยเท่านั้น (neologism)
-การรัวคำพูดเสีย (aphasia)
-การพูดมากหรือเร็ว (pressure of speech)
-การพูดติดอ่าง (stuttering)
-การคิดหรือพูดที่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงจุดที่ต้องการ (tangentiality)
2.ความผิดปกติด้านอารมณ์(Disturbances of emotion)
2.3 ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับความกังวล(Anxiety)
fear : ความกลัวปกติสมเหตุสมผล
ambivalence : ความรู้สึกสองจิตสองใจ
panic : ความกังวลอย่างมาก
anticipatory anxiety : กังวลล่วงหน้าว่า เหตุการณ์ที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น
phobia : ความรู้สึกกลัวมากเกินไป ไม่สมเหตุสมผล
free floating anxiety : กังวลที่แพร่กระจายไป ไม่ได้คำนึงถึงเหตุการณ์ใดแน่นอน
2.2 Disturbances of effect
labile affect : อารมณ์ที่แสดงออกเปลี่ยนแปลงทันทีรวดเร็ว
restricted affect (constricted affect) : การแสดงออกทางอารมณ์ลดลงแต่รุนแรงน้อยกว่า blunted affect
flat affect (apathy) : แทบไม่มีการแสดงออกของอารมณ์เลย ผู้ป่วยจะดูหน้าตาย พูดเสียงเรียบๆ
inappropriate affect : การแสดงออกทางอารมณ์น้อยกว่าปกติ
2.1 Disturbances of mood
euthymic mood : ความรู้สึกปกติ ไม่รู้สึกเศร้าหรือดีใจ
expansive mood : อารมณ์ที่ไม่มีขีดจำกัดร่วมกับความรู้สึกว่าตัวเองสำคัญมากเกินไป
dysphoric mood : ความรู้สึกเศร้า ไม่มีความสุข
mood swing : การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์มากระหว่างอารมณ์ดีกับเศร้าหรือกังวล
irritable mood : ความรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกกระตุ้นให้โกรธได้ง่าย
depression : อารมณ์เศร้าที่แสดงถึงพยาธิสภาพ
anhedonia : ไม่มีความสนใจ แยกตัวจากสิ่งปกติที่เคยชอบ
euphoria : มีความสุขอย่างมาก ถ้าพบแสดงถึงพยาธิสภาพ
-emotion : อารมณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา ,feeling emotion : ที่บุคคลนั้นรู้สึก(subjective experience) ,affect : ภาวะอารมณ์ที่แสดงออกมาให้คนอื่นสังเกตได้ ,mood : เป็นความรู้สึกข้างในของผู้ป่วย(subjective)
grief ภาวะสูญเสีย
blunt affect อารมณ์ทื่อ
fear อารมณ์กลัว
depress ภาวะอารมณ์เศร้า
mourning ภาวะเศร้าโศกเสียใจ
ambivalence อารมณ์สองฝักสองใฝ่
apathy ภาวะไร้อารมณ์หรือเฉยเมย
euphoria อารมณ์ครื้นเครงมากกว่าปกติ
inappropriate affect ลักษณะอารมณ์ไม่เหมาะสม
5.ความผิดปกติด้านความจำ (Disturbance of memory)
5.2 Psychogenic amnesia ผู้ป่วยจะมีอาการลืมเกิดขึ้นทันทีโดยจะลืมเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับตัวเองที่พบบ่อยผู้ป่วยมักจะลืมเหตุการณ์ช่วงในช่วงหนึ่งมักเป็นช่วงเวลาซึ่งมีเรื่องที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สบายใจอย่างรุนแรงเกิดขึ้นบางรายลืมเรื่องราวของตัวเองทั้งหมดจะไม่ได้แม่กระทั่งชื่อตัวเอง
5.1 Organic amnesia การลืมที่เกิดจากสาเหตุทางกายมีความผิดปกติทางสรีระวิทยาของสมองพบในผู้ป่วยโรคลมชัก
4.การหยั่งรู้แห่งตน(Insight)
ผู้ป่วยคิดว่าปัญหาของตนเป็นเรื่องทางกายไม่เกี่ยวกับจิต แม้ว่าความจริงเป็นปัญหาทางจิตหรือโทษคนอื่นและสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลาคิดว่าที่มีปัญหาเป็นเพราะคนอื่นตนเองไม่มีปัญหาอะไรมักพบในกลุ่มบุคลิกภาพผิดปกติ
ผู้ป่วยมีการหยั่งรู้ดีขึ้นจะยอมรับว่าตนมีปัญหาทางจิตใจแต่ไม่เข้าใจชัดเจนถึงสาเหตุและความสัมพันธ์ของปัญหากับเรื่องอื่นๆ
ผู้ป่วยไม่มีความหยั่งรู้เลยคือผู้ป่วยโรคจิตที่มีความหลงผิดและเชื่อในความหลงผิดของตน จึงไม่คิดว่าตนผิดปกติ
ผู้ป่วยมีการอย่างรู้ดีมากหรือการอย่างรู้อย่างเข้าถึงอารมณ์ที่แท้จริงอาจเข้าใจปัญหาของตนเองได้มากอยู่แล้วนอกจากส่วนที่อยู่ในจิตไร้สำนึก
6.ความผิดปกติของความคิด (Disturbances of thought)
6.2 ความผิดปกติในรูปแบบของความคิด (form of thought)
loosening of association (derailment) ความคิดขาดความต่อเนื่องเป็นมากเรียกว่า incoherent พูดไม่เป็นประโยคเอาคำหรือวลีมาต่อกันเรียกว่า word salad
perseveration ความคิดซ้ำๆ
ไม่ใช่ความผิดปกติในเนื้อหาเช่นความคิดไม่ปะติดปะต่อกระบวนการคิดแปรปรวน
blocking ความคิดที่ขาดหายไปทันที
flight idea ความคิดและคำพูดเปลี่ยนจากเรื่องหนึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยไม่จบลักษณะคำพูดอาจมีลักษณะคล้องจองใช้คำเดียวแต่ต่างความหมาย
6.3 ความผิดปกติของกระแสความคิด (Disturbances in content of thoughts)
หลงผิด (Delusion)
อาการหลงผิดว่าถูกความคิดถูกสอดใส่
อาการหลงผิดว่าถูกลั่นแกล้งปองร้าย
อาการหลงผิดว่าถูกพาดพิง
อาการหลงผิดว่าความคิดถูกกระจายเสียง
อาการหลงผิดว่ามีความผิดบาป
อาการหลงผิดว่ามีความสามารถหรือเอกลักษณ์ยิ่งใหญ่
เกิดหลังเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
อาการหลงผิดว่าถูกบังคับควบคุม
เกิดโดยไม่มีเหตุนำ
อาการหลงผิดทั้งร่างกาย
6.1 ความผิดปกติของกระแสความคิด (Disturbances of thought)
volubility การพูดที่มีความคิดมากมายแต่ต่อเนื่องและมีเหตุผล
pressure of thought กระแสความคิดเร็ว มีความคิดจำนวนมากผ่านเข้ามา
obsession การคิดซ้ำๆแต่เรื่องเดิมๆ
poverty of thought กระแสความคิดช้า จำนวนความคิดน้อยและไม่หลากหลาย