Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage pregnancy) - Coggle Diagram
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage pregnancy)
คำจำกัดความ
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (teenage pregnancy หรือ adolescent pregnancy) ตามความหมายขององค์การอนามัยโลก หมายถึง สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี
สาเหตุและปัจจัยส่งเสริม
การดื่มสุรา สารเสพติด ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์
การศึกษา สถานนะทางสังคม ทำให้ขาดความรู้เกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว
การเปลี่ยนแปลงของสังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยม ทำให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
ครอบครัวทะเลาะกันเป็นประจำ ทำให้วัยรุ่นออกจากบ้านมาหาแฟน
การถูกข่มขืน
ครอบครัวแตกแยก ส่งผลให้รู้สึกว่าว้าเหว่ ขาดความรัก จึงแสวงหาความรักในทางที่ไม่เหมาะสม
การมีประจำเดือนเร็วจึงสามารถตั้งครรภ์ได้อายุยังน้อย
พ่อ แม่ไม่มีเวลาให้กับลูก ก่อให้เกิดความห่างเหินระหว่างครอบครัว
ขาดความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการตั้งครรภ์
ผลกระทบจากการตั้งครรภ์ต่อวัยรุ่น
ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
โอกาสการเกิดความดันโลหิตสูงจะเพิ่มขึ้นในวัยรุ่นเมื่อเทียบกับสตรีตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า
การติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
โอกาสการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะเอชไอวี เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น ร่วมกับโรคทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น เช่น ซิฟิลิส หนองใน
ทารกน้ำหนักน้อย
ภาวะนี้เป็นผลต่อเนื่องมาจากการคลอดก่อนกำหนด ภาวะทุโภชนาการ
มารดาทุพพลภาพและเสียชีวิต
สตรีตั้งครรภ์จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4 เท่า ในสตรีตั้งครรภ์ที่อายุน้อยกว่า16 ปี
การคลอดก่อนกำหนด
เกิดจากการเจริญเติบโตที่ไม่เต็มที่ของร่างกายวัยรุ่น การศึกษา การดำรงชีวิตและสภาพแวดล้อม การใช้ยาหรือสารเสพติด หรือแม้กระทั่งขาดการดูแลในระยะก่อนคลอดที่เหมาะสม
อัตราตายปริกำเนิด
อัตราการตายปริกำเนิด เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับสตรีตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นผลจากการคลอดก่อนกำหนด
ภาวะโลหิตจาง (anemia)
ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะทุโภชนาการ โดยเฉพาะขาดธาตุเหล็ก folic acid รวมถึงการมีพยาธิในลำไส้
การพยาบาล
ระยะคลอด
2.ส่งเสริมความก้าวหน้าของการคลอด เฝ้าระวังภาวะศีรษะทารกไม่ได้สัดส่วนกับช่องเชิงกราน
3.ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด การดูแลด้านจิตใจ การเอาใจใส่ ให้กำลังใจ
1.การประเมิยความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น การคลอดยาวนาน การคลอดติดขัด การผ่าตัดคลอด
ระยะหลังคลอด
3.แนะนำมารดาหลังคลอด เช่น งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 6 สัปดาห์หลังคลอด
4.ให้คำแนะนำก่อนกลับบ้าน เน้นการวางแผนเลี้ยงดูบุตร การวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิดที่เหมาะสม
2.สังเกตอาการผิดปกติที่คสรมาโรงพยาบาล ได้แก่ ไข้ ปวดมดลูก น้ำคาวปลาเป็นสีแดงตลอดไม่จางลง
5.ส่งเสริมการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา ส่งเสริมทักษะวิธีการให้นมบุตรที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
1.เฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดจากกล้าเนื้อหดรัดตัวไม่ดี
ระยะตั้งครรภ์
1.แสดงความสนใจ เอาใจใส่ ให้ความเห็นใจ
2.ให้คำปรึกษา แนะนำทางเลือกในการตั้งครรภ์
3.ให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ พัฒนาการการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
อ้างอิง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ขาดความรู้ในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา
O มารดาท้องแรกไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงบุตรด้วยนมตนเองมาก่อน
วัตถุประสงค์การพยาบาล
เพื่อให้มารดามีความรู้ในการเลี้ยงบุตรด้วยนมตนเองและสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองที่บ้าน
S มารดาถามถึงการให้นมบุตรและท่าในการอุ้มบุตรเข้าเต้า
กิจกรรมการพยาบาล
ช่วยลูกอมหัวนมแม่ (latch on) ให้ถูกต้อง โดยใช้หัวนมสัมผัสที่ริมฝีปากบนหรือล่างของ
ลูก เบาๆ จะกระตุ้นให้เกิด rooting reflex
กระตุ้นให้ลูกดูดนมให้อิ่มในแต่ละมื้อ
จัดท่าของแม่และลูกให้เหมาะสมและสะดวกในการให้นม
การจับเต้านมแบบ U - hold จะใช้เมื่อแม่อุ้มลูกในท่า Football position
การจับเต้านมแบบ V -hold จะใช้เมื่อแม่มีมือใหญ่และเต้านมเล็ก
การจับเต้านมแบบ C - hold จะใช้เมื่อแม่อุ้มลูกในท่า Cradle position
ไม่ให้น้ำ นมผสม หรืออาหารอื่นแก่ลูก เพราะจะทำให้เกิดความสับสนในการดูดนมแม่ (nipple confusion)
จัดให้แม่และลูกอยู่ด้วยกัน (rooming-in) หรือนอนเตียงเดียวกับแม่ (bedding-in) โดยเร็ว
และอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกในการให้นมแม่
แนะนำให้ลูกดูดนมตามต้องการประมาณ 8-12 ครั้งใน 12 ชั่วโมง หรือดูดทุก 1-3 ชั่วโมงในเวลากลางวัน และทุก 2-3 ชั่วโมง ในเวลากลางคืน
แนะนำวิธีการบีบน้้ำนมด้วยมือการเก็บน้ำนมการป้อนนมด้วยถ้วยและให้แม่ฝึกปฏิบัติ
แม่ควรล้างมือก่อนให้นมทุกครั้ง
ให้ลูกดูดนมจากเต้านมทั้ง 2 ข้าง โดยให้ดูดให้เกลี้ยงเต้าทีละข้าง
มารดาอายุน้อยขาดความรู้ในการดูแลตนเองหลังคลอด
O ซักถามมารดาหลังคลอดถึงวิธีการปฏิบัติตนหลังคลอดยังตอบได้ไม่ครบถ้วนหรือตอบไม่ได้
วัตถุประสงค์การพยาบาล
เพื่อให้มารดามีความรู้ในการดูแลตนเองหลังคลอดและสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
S มารดาหลังคลอดซักถาม เจ้าหน้าที่ถึงวิธีการปฏิบัติตนหลังคลอด
กิจกรรมการพยาบาล
รับประทานอาหารที่มีคุณค่า มีประโยชน์ตามความต้องการของร่างกาย
อาหารที่ควรรับประทาน เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นมสด ผักทุกชนิดผลไม้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ฝึกการหายใจ (Breathing Exercise )เพื่อส่งเสริมการทำงานของปอดให้มีประสิทธิภาพ
การพักผ่อนและการเริ่มทำงาน ควรพักผ่อนให้มากจนกว่าจะรู้สึกแข็งแรง เหมือนก่อนตั้งครรภ์การ
นอนพักผ่อนควรนอนตอนกลางวัน ประมาณ 1-2 ครั้ง
ฝึกบริหารกล้ามเนื้อขาและข้อเท้า (Leg Exercise) เพื่อให้การไหลเวียนของโลหิตสะดวก
ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic FloorMuscle Exercise )เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อพื้นเชิง
กรานกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด เอ็นยึดมดลูกแข็งแรง
การวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิดหลังคลอด โดยปรึกษาสามีเกี่ยวกับจำนวนบุตรที่ต้องการ
การคุมกำเนิดหลังคลอด
อาการที่ผิดปกติที่ควรมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์
มีไข้
น้ำคาวปลาผิดปกติสีแดงสดไม่จางลง
มีเลือดสดๆ ออกทางช่องคลอด
น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น จำนวนมากขึ้น
เต้านมอักเสบ มีอาการกดเจ็บ แดง