Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กโรคติดเชื้อที่ป้องกันด้วยวัตซีคโรคคางทูม : การสอบสวนการระบาดข…
การพยาบาลเด็กโรคติดเชื้อที่ป้องกันด้วยวัตซีคโรคคางทูม : การสอบสวนการระบาดของโรคคางทูมในโรงเรียนแหงหนึ่ง อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานีเดือนมกราคม-เมษายน 2561
โรคคางทูมเกิดจากเชื้อไวรัส Mumps virus จัดอยู่ในกลุ่ม Paramyxovirus(พารามิกโซไวรัส) ติดต่อโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ระยะฟักตัว 16–18 วัน เมื่อได้รับเชื้อ เชื้อจะแบ่งตัวในเซลล์เยื่อบุของทางเดินหายใจส่วนต้น หลังจากนั้นเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ต่อมน้ำลายข้างหู มีอาการไข้เจ็บคอ เบื่ออาหาร บริเวณข้างหูหรือขากรรไกรมีอาการปวด บวม และกดเจ็บ ระยะที่ติดต่อกันได้ง่าย คือ จาก 1–2 วัน (หรือถึง 7วัน) ก่อนมีอาการบวมของต่อมน้ําลายไปจนถึง 5–9 วันหลังจากมีอาการบวมของต่อมน้ําลาย
-
สรุปผลและอภิปรายผล
-
3.พบผลบวกแอนติบอดีชนิด IgM ต่อไวรัสคางทูม
ด้วยวิธี ELISA ในซีรั่มผู้ป่วย 2 ราย จากตัวอย่างผู้ป่วย 4 ราย
4.พบผู้ป่วยรวม 22 ราย เป็นนักเรียน 21 ราย อัตราป่วยร้อยละ 1.61ของเด็กนักเรียนทั้งหมด และเป็นครู 1 ราย
5.อาการที่พบมาก คือ ไข้ปวดบวมขากรรไกร และเจ็บคอเวลาเคี้ยว/กลืนน้ําลาย ทั้งหมดไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่มีผู้เสียชีวิต
-
6.จากการศึกษา Retrospective cohort study พบปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรค ซึ่งได้แก่การมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย
-
-
ข้อเสนอแนะ
1.ขอความร่วมมือจากผู้บริหารสถานศึกษาในการเฝ้าระวัง
และตรวจคัดกรองนักเรียนที่มีอาการสงสัยป่วยก่อนเข้าชั้นเรียนทุก
วัน
- ขอความร่วมมือเครือข่ายสาธารณสุขและอาสาสมัคร
สาธารณสุขประจําหมู่บ้านในการรายงานเหตุการณ์กรณีพบผู้ป่วย
สงสัยโรคคางทูมในชุมชนหรือสถานศึกษา เพื่อตรวจจับการระบาด
-
-
:question: วัคซีน MMR: M=Measles (โรคหัด), M=Mumps(โรคคางทูม), R=Rubella (โรคหัดเยอมัน)
:question: ELISA :enzyme-linked immunosorbent assay เป็นการทดสอบที่ใช้หลักการทางภูมิคุ้มกันวิทยา โดยอาศัยปฏิกิริยาการจับกันแบบจำเพาะระหว่างแอนติเจน (Antigen)และแอนติบอดี้ (Antibody)
:question: Retrospective cohort study เป็นการศึกษาการระบาดตามรุ่นย้อนหลัง โดยศึกษาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
Mumps virus
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-