Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะเลือดในช่องเยื่อหุ้มปอด(Hemothorax) - Coggle Diagram
ภาวะเลือดในช่องเยื่อหุ้มปอด(Hemothorax)
พยาธิสภาพ
การมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอดสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เส้นเลือดฉีกขาดบริเวณเนื้อเยื่อผนังหน้าอก เยื่อหุ้มปอดหรือโครงสร้างภายในช่องอก โดยการตอบสนองทางสรีรวิทยาของ hemothorax ส่งผลต่อระบบหลัก 2 ระบบ คือระบบไหลเวียนเลือด และระบบหายใจ
ระบบหายใจ มีผลต่อความสามารถในการทำงานที่สำคัญของปอดทำให้เกิดภาวะที่ผู้ป่วยหายใจลดลง ทำให้มีการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง
ระบบไหลเวียนเลือด จากการที่มีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอดส่งผลให้ความดันลบในโพรงเยื่อหุ้มปอดลดลง ถ้ามีปริมาณเลือดมากจะส่งผลทำให้ปอดแฟบทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจน
การมี hemothorax รุนแรงมากสามารถนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความดัน hydrostatic ซึ่งจะออกแรงดันใน vena cava และเนื้อเยื่อปอดทำให้เกิดความผิดปกติของ preload และเพิ่มความต้านทานของหลอดเลือดในปอด กลไกเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะ tension hemothorax และการไหลเวียนโลหิตไม่คงที่ หัวใจและหลอดเลือดทางานล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้
สาเหตุ
Penetrating chest injury
การบดเจ็บที่มีแผลทะลุ
Intercostal chest injury
อาการบาดเจ็บที่หน้าอกระหว่างซี่โครง
Blunt chest injury
การบาดเจ็บจากแรงกระแทก
Decelerating injury
การบาดเจ็บจากการชะลอตัว
อาการแสดง
ตัวเย็น
แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
ไข้สูงกว่า 38°c
หายใจอย่างรวดเร็ว
หัวใจเต้นผิดปกติอย่างรวดเร็ว
ผื่นแดง เหี่ยวแห้ง
ความดันลดลง
เหงื่อออก
hypovolemic shock
การวินิจฉัย
อาการ
แน่นหน้าอก หายใจตื้น เหนื่อยหอบ ความดันโลหิตต่ำ ช็อคจากการเสียเลือด
ตรวจร่างกาย
อาจพบหลอดลมคอและหัวใจถูกดันไปด้านตรงข้ามเสียงลมเข้าปอดหรือไม่ได้ยินเลย เคาะทรวงอกจะพบว่าทรวงอกเคาะทึบ
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
จะเห็นเงาของเหลวเป็นสีขาวทึบอยู่ระหว่างปอดกับผนังทรวงอกหรือกระบังลม ถ้ามีเลือดมากเงาทึบจะบังปอดข้างนั้นไว้หมด ถ้าใช้เข็มเจาะโพรงเยื่อหุ้มปอดจะได้เลือดไม่แข็งตัว
การรักษา
การใส่ท่อระบายทรวงอก
การผ่าตัดทรวงอก
การรักษาด้วยยา โดยการห้าสารน้ำทางหลอดเลือดดำ การให้ยาแก้ปวด การให้ยาเพิ่มความดันโลหิตเพื่อแก้ไขภาวะช็อก
ข้อวินิจฉัยและการพยาบาล
การหายใจไม่เพียงพอ เนื่องจากปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่
ประเมินลักษณะการหายใจ สังเกตอาการขาดออกซิเจน
ดูแลให้ได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อให้เกิดความสมดุลของสารน้ำในร่างกาย
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีที่มีปัญหาการหายใจมากจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ดูแลการทำงานของเครื่องช่วยหายใจให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
จัดท่านอนให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สุขสบาย:ท่านอนศีรษะสูง
มีภาวะพร่องออกซิเจน เนื่องจากการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง
ประเมินภาวะพร่องออกซิเจน ประเมินอัตราการหายใจ ชีพจรเบาเร็ว สีของเล็บ ปลายมือปลายเท้า เยื่อบุผิวหนังมีลักษณะซีดเขียว ความรู้สึกตัวลดลง อาการเหล่านี้แสดงถึงภาวะพร่อง O2 รายงานแพทย์
จัดท่านอนศรีษะสูง เพราะจะทำให้กระบังลมเคลื่อนต่ำลง ปอดขยายตัวได้เต็มที่ เพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซมากขึ้น
Absolute bed rest ช่วยลดการทำงานของออกซิเจน
วัด v/s ทุก 4 ชั่วโมง เพื่อจะได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ประเมิน O2 Saturation ทุก 4 ชั่วโมง เพราะเป็นการวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เพื่อที่จะได้รับO2 อย่างเพียงพอกับร่างกาย
มีภาวะ shock เนื่องจากการเสียเลือด
วัดและบันทึกสัญญาณชีพ ทุก 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะ shock
สังเกตและบันทึกสี ลักษณะ ปริมาณเลือดที่ออกจากท่อระบายทรวงอกออกมาเกิน 200 ml/hr ให้รายงานแพทย์
ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างถูกต้องและครบถ้วน ตามแผนการรักษา
ให้เลือดตามแผนการรักษา
ให้ start dopamine