Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สรุปความรู้เรื่องดาวฤกษ์, image - Coggle Diagram
สรุปความรู้เรื่องดาวฤกษ์
ความส่องสว่าง และโชติมาตรของดาวฤกษ์
กำลังส่องสว่าง หมายถึง พลังงานของดาวฤกษ์ที่ปลดปล่อยออกมาในเวลา 1 วินาที ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและอุณหภูมิผิดดาวฤกษ์ มีหน่วยเป็นวัตต์
โชติมาตร เป็นค่าในการกำหนดในการเปรียบเทียบความส่องสว่างของดาวฤกษ์ ฌ ตำแหน่งของผู้สังเกต
โชติมาตรปรากฏ
ซึ่งหมายถึงการจัดอันดับความสว่างของดาวบนท้องฟ้าซึ่งมองเห็นจากโลก
โชติมาตรสัมบูรณ์
ป็นการวัดความสว่างที่แท้จริงของดาวฤกษ์
ความส่องสว่างคือพลังงานของดาวฤกษ์ที่ปลดปล่อยออกมาในเวลา 1 วินาที ตอ่พื้นที่ผิวทรงกลมที่มีรัศมีเท่ากับระยะทางจากดาวฤกษ์ถึงตำแหน่งของผู้สังเกต มีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร
กำเนิดและวิวัฒนาการของดาวฤกษ์
วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ที่มีมวลสารต่างๆกัน วาระสุดท้ายของดาวฤกษ์มวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์มากๆจะเป็นหลุมดำมวลสารมากกว่าดวงอาทิตย์มาก จะกลายเป็นดาวนิวตรอน และวาระสุดท้ายดาวฤกษ์มวลสารน้อย
ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย เช่น ดวงอาทิตย์มีแสงสว่างไม่มากจะใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่น้อย จึงมีชีวิตยาว และจบลงด้วยการไม่ระเบิด แต่จะกลายเป็นดาวแคระขาว สำหรับดาวฤกษ์ ที่มีมวลพอๆกับดวงอาทิตย์ จะมีช่วงชีวิตและการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกับดวงอาทิตย์
ดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่ มีมวลมาก สว่างมากจะใช้เชื้อเพลิงอย่างสิ้นเปลืองในอัตราสูงมากจึงมีช่วงชีวิตสั้นกว่า และจบชีวิตด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง
จุดจบของดาวฤกษ์ที่มวลมาก คือการระเบิดอย่างรุนแรง ที่เรียกว่า ซูเปอร์โนวา (supernova) แรงโน้มถ่วง จะทำให้ดาวยุบตัวลงกลายเป็นดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ ในขณะเดียวกันก็มีแรงสะท้อนที่ทำให้ส่วน
กำเนิดดาวฤกษ์
1)ภายในเนบิวลาประกอบด้วยแก๊สซึ่งกระจายตัวอยู่ไม่สม่ำเสมอโดยมักรวมกลุ่มอย่างหนาแน่นทำให้มีแรงโน้มถ่วงดึงดูดสารโดยรอบเข้ามารวมกันจากนั้นกลุ่มสสารเกิดการยุบตัวแผ่นและมีอุณหภูมิสูงถึง100,000เคลวิน กลุ่มสสารในช่วงนี้เรียกว่า ดาวฤกษ์ก่อนเกิด
**ในกรณีของดวงอาทิตย์จะมีต้นกำเนิดมาจากเนบิวลาสุริยะเมื่อสสารยุบตัวลงบริเวณใจกลางของเนบิวลาสุริยะเกิดเป็น ดวงอาทิตย์ก่อนเกิด
2)ต่อมาดาวฤกษ์ก่อนเกิดมีการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วง ทำให้แก่นของดาวมีความหนาแน่น ความดัน และอุณหูมิสูงขึ้น จนกระทั่งอุณหภูมิเพิ่มสูงถึง15ล้านเคลวินทำให้เกิดปฎิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ เกิดการหลอมนิวเคลียสของไฮโดนเจนเป็นนิวเคลียสของฮีเลียมโดยมวลสารบางส่วนของไฮโดรเจนกลายเป็นพลังงาน
3.)ดาวฤกษ์ที่เกิดจพมีรูปทรงกลมเพราะอยู่ในสภาพสมดุลระหว่างแรงดันเนื่องจากปฎิกิริยามอนิวเคลียร์กับแรงดึงดูดเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของมวลที่ประกอบเป็นดาวฤกษ์ซึ่งเรียกสภาพสมดุลนี้ว่า สมดุลอุทกสถิต ทำให้ดาวฤกษ์มีเสถียรภาพและปลดปล่อนพัลังงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานตลอดอายุขัย
สี อุณหภูมิ และชนิดสเปกตรัมของดาวฤกษ์
นักดาราศาสตร์แบ่งชนิดของดาวฤกษ์ตามสี และอุณหภูมิผิว ออกเป็นชนิดสเปกตรัมได้ 7 สเปกตรัม โดยใช้อักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ ได้แก่
สเปกตรัมชนิด O เป็นดาวสีน้ำเงิน อุณหภูมิสูงกว่า 30,000 เคลวิน เช่น ดาวอัลนิแทคในกลุ่มดาวนายพราน
สเปกตรัมชนิด B เป็นดาวสีน้ำเงินแกมขาว อุณหภูมิ 10,000-30,000 เคลวิน ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว
สเปกตรัมชนิด A เป็นดาวสีขาว อุณหภูมิ 7,500-10,000 เคลวิน เช่น ดาวหางหงส์ (Deneb) ในกลุ่มดาวหงส์ (Cygnus)
สเปกตรัมชนิด F เป็นดาวสีขาวแกมเหลือง อุณหภูมิ 6,000-7,500 เคลวิน เช่น ดาวโพรซิออนในกลุ่มดาวสุนัขเล็ก (Canis Minor)
สเปกตรัมชนิด G เป็นดาวสีเหลือง อุณหภูมิ 4,900-6,000 เคลวิน เช่น ดวงอาทิตย์
สเปกตรัมชนิด K เป็นดาวสีส้ม อุณหภูมิ 3,500-4,900
เคลวิน เช่น ดาวดวงแก้วในกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์
สเปกตรัมชนิด M เป็นดาวสีแดง อุณหภูมิ 2,000-3,500 เคลวิน เช่น ดาวปาริชาตในกลุ่มดาวแมงป่อง