Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ใหญ่ระบบหลอดเลือดและหัวใจ, น.ส.สุทธิกมล หนองเหล็ก เลขที่ 91 ปี…
การพยาบาลผู้ใหญ่ระบบหลอดเลือดและหัวใจ
ภาวะหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลว (heart failure)
สาเหตุและปัจจัยที่มีผลจากโรคและภาวะต่างๆดังนี้
1.ACS; MI
2.ความดันโลหิตสูง
3.ลิ้นหัวใจผิดปกติ (VHD)
4.Dilated cardiomyopathy (DCM)
5.หัวใจพิการแต่กำเนิด
6.โรคอ้วน เบาหวาน
7.หยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)
8.ยาที่มีพิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ
9.Right ventricular pacing
10.โลหิตจาง ติดเชื้ออ ตั้งครรภ์
ชนิดของภาวะหัวใจล้มเหลว
ชนิดหัวใจล้มเหลวข้างซ้ายและข้างขวา
Left ventricle และ Right ventricle failure
อาการของหัวใจห้องล่างซ้ายล้มเหลว ดังนี้
1) หายใจหอบเหนื่อย จากมีการคั่งของเลือดและน้ำที่ปอด
2) นอนราบไม่ได้ (Orthopnea) และนอนหลับไปแล้วหลายชั่วโมงแล้วตื่นขึ้นมานั่งหอบ
3) การไอ ฟังเสียงปอดจะมีเสียง Crepitation
4) อ่อนเพลีย (Fatigue)
5) ความดันโลหิตลดลง
6) สมองขาดออกซิเจน มีอาการกระสับกระส่าย ความจำเสื่อม เป็นลม
7) อาการเจ็บหน้าอก
8) อาการทางระบบไต ปัสสาวะลดลง
9) ผอมและขาดสารอาหาร (Cachexia and malnutrition)
10) ผิวซีด/ เขียว จากการขาดเลือดไปเลี้ยง
อาการของหัวใจห้องล่างขวาล้มเหลว
1) การบวม (Edema) ตามส่วนต่างๆ เท้า ข้อเท้า ก้นกบ การบวมอาจกดบุ๋ม
2) ตับโต จากการที่มีเลือดคั่งในหลอดเลือดในตับ
3) ท้องมาน (Ascites)
4) หลอดเลือดดำที่คอโป่ง
5) อาการทางระบบทางเดินอาหาร ผู้ป่วยจะแน่นจุกบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณลิ้นปี่ เป็นผลมาจากตับโตจากการมีน้ำคั่ง
ชนิดหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและเรื้อรัง
Acute & Chronic heart failure
ชนิดหัวใจล้มเหลวในการบีบตัว
และหัวใจล้มเหลวในการคลายตัว
Preload
คือ
จำนวนเลือดที่ไหลกลับเข้าสู่หัวใจ
การให้ IV fluid ถือเป็ น preload
Afterload
คือ
แรงต้านการไหลของเลือดขณะ
หัวใจบีบตัว ได้แก่แรงต้านของหลอดเลือดแดง
ในผู้ป่วย HT จะมี After Load สูง การให้ยาเพิ่มความดันโลหิต
การพยาบาล
ลดความต้องการใช้ออกซิเจนของร่างกายให้หัวใจทำงานลดลง โดยให้นอนพักบนเตียง
ออกซิเจน
ให้นั่งหรือนอนศีรษะสูง
เพิ่มประสิทธิภาพในการบีบตัวของหัวใจ โดยดูแลผู้ป่วยให้รับยากลุ่มไดจิตาลิส
ดูแลให้ไดรับยาเพิ่มความดันโลหิต ยาขยายหลอดเลือด
เฝ้าระวังอาการที่ผิดปกติ โดยวัดสัญญาณชีพ การสังเกตอาการหอบเหนื่อย บวม
ลดการคั่งของน้ำในร่างกาย
7.1 จำกัดน้ำดื่ม บันทึกปริมาณน้ำดื่มและปัสสาวะ
7.2 จำกัดอาหารรสเค็ม
7.3 ดูแลให้ได้รับยาขับปัสสาวะ
ประคับประคองทางด้านจิตใจ
ให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดอาการซ้ำๆ
Shock
แบ่งออกได้ดังนี้
ช็อกจากการเสียเลือดและน้ำ
(hypovolemic shock)
ปริมาณเลือดและน้ำลดลง
อาการ
ความดันโลหิตตก
ชีพจรเร็ว เบา จากการไหลเวียนเลือดที่ลดลง ร่วมกับหัวใจเต้นเร็ว
เหงื่อออก ตัวเย็น
หายใจเร็ว และภาวะเลือดเป็นกรด
กระหายน้ำ ปากแห้ง จากภาวะขาดน้ำ
อ่อนเพลีย จากปริมาณออกซิเจนที่ลดลง
ผิวหนังเย็น ม่วง (cyanosis) ลาย (cutis marmorata)
Fatigue due to inadequate oxygenation.
การรักษา
ให้สารน้ำและ electrolyte ชดเชยตามชนิดที่เสียไป
ควรให้เลือดทดแทน
ช็อกเกี่ยวกับหัวใจ (cardiogenic shock)
การหดตัวของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ
ช็อกจากการกระจายของเลือด ประกอบด้วย
3.1 ช็อกจากระบบประสาท (nerogenic shock)
สาเหตุ
ภาวะเครียดทางอารมณ์
ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
การบาดเจ็บของไขสันหลังส่วนบนถัดจากส่วนอก
ได้รับยาที่เกินขนาด
hypoglycemia
ได้รับยาทางไขสันหลังในระดับสูง
3.2 ช็อกจากภูมิแพ้ (anaphylactic shock)
สาเหตุ
เป็นปฏิกิริยาต่อการแพ้ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ยา
อาหาร
แมลง
อาการ
ผิวหนังมีผื่นแดง เป็นลมพิษ
หายใจลำบาก เสียงหายใจมี wheezing และมีcyanosis
หายใจมีเสียง stridor
ความดันโลหิตต่ำ
อาจอาเจียน ท้องเสีย เป็นตะคริว
กลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีเลือดออกทางช่องคลอด
3.3 ช็อกจากภาวะติดเชื้อ (septic shock)
สาเหตุ
ได้รับ endotoxin ของเชื้อ ทำให้มีหลอดเลือดขยาย ความดันโลหิตลดลง
การไหลเวียนของเลือด/แรงต้านหลอด
เลือดผิดปกติ/ติดเชื้อ/ภูมิแพ้
การประเมินผู้ป่วยในภาวะช็อก
ซักประวัติ
ข้อมูลทางคลินิก
การตรวจ LAB
การพยาบาล
การให้ O2
โดยให้non-rebreather mask 12-15 ลิตร/นาที
การช่วยระบายอากาศ
ให้Hyperventilate ด้วย Ambubag ในอัตรา 20 ครั้ง/นาที
การควบคุมภาวะเลือดออก
ให้กดบริเวณบาดแผลที่มี
เลือดออก
การจัดท่า
จัดให้ผู้ป่วยนอนยกปลายเท้าสูง 10-12 นิ้ว
การให้สารน้ำ
การใช่ยา
6.1 กลุ่มยาที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว (Vasoconstricting drugs)
6.2 กลุ่มยาช่วยเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ (Enhancing myocardial contraction)
6.3 กลุ่มยาเพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่กล้ามเนื้อหัวใจ (Enhancing myocardial perfusion)
เฝ้าระวังและตรวจประเมิน
โรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน (ACS)
ปัจจัยเสี่ยง
ระดับไขมันในเลือดสูง
การสูบบุหรี่
ความดันโลหืตสูง
เบาหวาน
โรคอ้วน
Metabolic Syndrome
ไม่ออกกำลังกาย
อาการและอาการแสดง
เจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
เจ็บขณะพักนาน 20 นาที
เหงื่อออก
วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
การตรวจวินิจฉัย
• การสอบถามซักประวัติ
• การตรวจร่างกาย
• การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
• การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
• การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (CXR)
• การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiography)
• การเดินสายพาน
• การตรวจสวนหัวใจ หรือการฉีดสี
การรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI)
แบ่งเป็น
• การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือด (Anti-Thrombolytic)
• การรักษาด้วยวิธีการทำบอลลูน ถ่างขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวด
คำแนะนำหลังทำ PCI
1.หลังสวนหัวใจแล้ว 24 ชั่วโมง ผู้ปวยสามารถอาบน้ำและถูสบู่ได้ แต่ควรปฏิบัติอย่างนุ่มนวล
2.หลีกเลี่ยงการแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ ห้ามทาแป้ง หรือโลชั่นบริเวณแผล 1 สัปดาห์หลังการสวนหัวใจ
3.กรณีทำผ่าตัดที่ข้อมือหลีกเลี่ยงการบิด งอ ข้อมือและการ เกร็งหรือใช้ข้อมือนาน ๆ ห้ามใช้แขนข้างที่ทำหัตถการ
สวนหัวใจยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่า 5 ปอนด์หรือ 2.27 กิโลกรัม เป็นระเวลา 5 วัน
สามารถทำงานทั่วไปได้ ตามปกติ แต่ห้ามยก แบก หรือ ผลักของหนักๆ
โดยเฉพาะ ช่วง 5-7 วันแรก ประมาณ 5 กิโลกรัมขึ้นไป
งดขับรถ 3-7 วัน
ทานยาต้านเกล็ดเลือดตามแพทย์สั่ง
• การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
คำแนะนำการปฏิบัติตัวทั่วไป
• หลีกเลี่ยง/ งดบุหรี่
• รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ผัก ผลไม้
• หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภท ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่ม ประเภทมึนเมา
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนัก
• ควรรับประทานยาตามแผนการรักษาให้ครบถ้วน และต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดยาเอง
• หลีกเลี่ยงและ ผ่อนคลายความเครียด
• ไม่ควรให้เกิดอาการท้องผูก
• ควรพบแพทย์ตามกำหนดนัดทุกครั้ง
คำแนะนำการใช้ยาอมใต้ลิ้น
ควรพกยาไว้ในกระเป๋าและหยิบใช้ได้ทันที
ให้อมยาใต้ลิ้น 1 เม็ดถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอก
ถ้าอาการไม่ทุเลาให้อมยาซ้ำ อีก 2 ครั้ง
ครั้งละ 1 เม็ด แต่ละครั้งห่างกัน 5 นาที
หากอมยาครบ 3 เม็ด ยังไม่หายให้รีบไปพบแพทย์
น.ส.สุทธิกมล หนองเหล็ก เลขที่ 91 ปี 2 รุ่น 37
รหัสนักศึกษา 62111301094