Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคติดเชื้อของระบบประสาท 3 โรค - Coggle Diagram
โรคติดเชื้อของระบบประสาท 3 โรค
2.โรคการอักเสบของเน้ือสมอง(Encephalitis)
สาเหตุ
เป็นการอักเสบของสมองทั้งสมองหรือบางส่วนของเน้ือสมอง ท่ีเกิดได้ทั้ง แบบ
เฉียบพลันและแบบเรื้อรังโดยมีสาเหตุมองมาจากการติดเชื้อไวรัส(ซึ่งพบบ่อยท่ีสุดและตัวหลักคือJapaneseencephalitisvirus) เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือโปรโตซัว (สัตว์เซลล์เดียว/Protozoa) รวมท้ังจากสาเหตุอื่นที่ไม่ได้เกิดจากการติดเช้ือ เช่น จากการ แพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ส่วนคาว่า สมองใหญ่อกั เสบ (Cerebritis) คือ ภาวะที่เน้ือสมองมีการอกั เสบรุนแรง และในที่ สุดจะ กลายเป็นฝีในสมอง ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดที่รุนแรง
อาการและอาการแสดง
ปวดหลังคอแข็งพูดไม่ได้แขนขาอ่อนแรง(Hemiparesis)มีAsymmetricalreflexs,Involuntary movementเช่นกลอกตาไม่ได้กลืนลาบาก,Visualdisturbances(photophobia,diplopia)อาจมีหายใจลำบาก ชัก (ทั้งแบบSeizure& Convulsion) สับสนและซึมลงจนหมดสติได
พยาธิสรีรวิทยา
กลไกที่เชื้อผ่านเข้า Blood brain barrier ยงั ไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื้อจะเพิ่มจำนวนในบริเวณที่เข้า สู่บริเวณเน้ือสมอง ซึ่งอาจ เป็นendothelialcellของหลอดเลือดฝอยหรือเน้ือเยื่อบริเวณน้นั แลว้ผ่านเข้าสู่สมองโดยมีระยะviremiaสั้นในการตรวจสมองของ ผู้ป่วยถึงแก่กรรม พบว่า มีภาวะสมองบวม มีเลือดออกในเน้ือสมองเป็นหย่อม ๆ และสามารถแยกเชื้อได้ทุกบริเวณของสมอง บริเวณที่แยกเชื้อได้หรือตรวจพบantigenท่ีบ่อยที่สุดคือthalamusและbrainstemนอกจากนั้นยังพบการสลายของเซลล์ประสาทใน brain stem ซึ่งเป็นสาเหตุของ coma และ respiratory failure
การตรวจห้องปฏิบัติการ
1)การตรวจวิเคราะห์น้ำไขสันหลังดูชนิดของเม็ดเลือดขาวความดันของน้ำไขสันหลังระดับน้าตาลและระดับโปรตีนในน้ำไขสันหลังและการย้อมเชื้อเพื่อดูแบคทีเรียและช่วยแยกจากเชื่อไวรัสแบคทีเรียเชื้อราหรือโปรโตชัวรวมทั้งสาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
2)CBCเพื่อดูเมด็เลือดถ้าเป็นเชื้อไวรัสการตรวจดูเมด็เลือดมกัจะปกติหรือเมด็เลือดขาว ต่าถา้เป็นเชื่อแบคทีเรียเม็ดเลือดขาวจะข้ึนสูงหรือสาหรับสาเหตุที่ไม่ไดเ้กิดจากการติดเชื้อเม็ด เลือดขาวจะปกติเป็นต้น
การรักษา
เป็นการรักษาตามอาการที่ต้องรีบรักษาก่อนที่ผู้ป่วยจะหมดสติได้แก่ ยากันชักSteroidsยานอนหลับยาลดไข้ การควบคุมความดันในสมองการดูแลระบบหายใจและสารน้าและElectrolyteหรือในรายที่เกิดจากเชื้อไวรัสเริมนิยมให้ยาVira-A
การพยาบาล
ทั้งในระยะเฉียบพลนัและระยะฟื้นฟูสภาพเช่นเดียวกับผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
3.โรคฝี ในสมอง (Brain abscess)
พยาธิสรีรวิทยา
ระยะแรกที่เกิดฝีในสมองจะมีอาการอักเสบเฉพาะแห่งมีเลือดและเม็ดเลือดขาวไปคั่งและทาให้เน้ือสมองอ่อนนุ่มเกิด
ทรอมบัสที่มีการติดเชื้อและอุดตันเน้ือสมองรอบๆฝีเริ่มขาดเลือดและบวมแลัวค่อยๆมีการฟอร์มลกัษณะเป็นฝีจะมีเน้ือสมองเละ ๆ อยู่ตรงกลาง และฟอร์มเป็นถุงน้ำผนังบางพร้อมท่ีจะแตก ถ้า แตกเชื่อจะกระจายไปทั่วสมองส่วนอื่น ๆ ที่ปกติทำให้เกิดเยื่อหุ้ม สมองอักเสบ
อาการและอาการแสดง
ปวดศีรษะตลอดเวลาและหลับปลุกตื่น(lethargy)พบมากที่สุดนอกจากน้ีในระยะแรกอาจพบอาการซึม(drowsiness) สับสน (confusion) ความคิดอ่านเชื่องชา้ มีการชักเฉพาะที่ หรืออาการของกล้ามเน้ืออ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ได้ มีไข้ หนาวสั่นร่วมกับชีพจรช้า มีอาการของความดันในกะโหลกศีรษะสูง คอแข็ง (nuchal rigidity)
สาเหตุ
โพรงอากาศในจมูกหรือมาสตอยด์อักเสบ
การติดเชื้อที่ปอดและหัวใจ
หูชั้นกลางอักเสบ พบบ่อยสุด
ฟันผุ
การติดเชื้อที่ผิวหนัง
การรักษา
ผ่าตัดเพื่อขจัด เอาก้อนฝี หรือระบายออก และให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบในก้อนฝี โดยก่อนผ่าตดั ต้องวินิจฉัย อย่างถูกต้องเสียก่อนด้วยการเจาะน้าไขสันหลังส่งตรวจเพาะเชื้อและส่งตรวจเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์สมองบริเวณท่ีเป็นฝีจะดูดซึมรังสี ไว้มากและการเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์น้ีสามารถตรวจหาตาแหน่งของฝีที่มีขนาดใหญ่กว่า1ซม.ถ้าเป็นฝีที่กลีบขมับการฉีดสีเข้าหลอดเลือดแดง จะบอกตาแหน่งฝี ได้ในรายที่มีความดันในสมองห้ามเจาะหลัง
การวินิจฉัย
ปวดศีรษะมากเนื่องจากสมองมีการอักเสบติดเชื้อ
การกำซาบเนื้อเยื่อสมองลดลงหรทอเนื้อเยื่อสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เนื่องจากความดันในกะโหลกศีรษะสูง
ขาดประสิทธิภาพในการทาทางเดินหายใจให้โล่งเนื่องจากระดบัความรู้สึกตัวลดลง
วิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและแนวทางการรักษา
ขาดความรู้ความเข้าใจในการดำเนินของโรคและการปฏิบัติตัว
กิจกรรมการพยาบาล
ให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา เพื่อรักษาการติดเชื้อและดูแลให้ได้รับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขสาเหตุ
ให้ได้รับสารน้ำและสารอาหารอย่างเพียงพอ และติดตามภาวะโภชนาการอย่างต่อเนื่อง
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉยัและการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วที่สุด
ตรวจสอบสัญญาณชีพและอาการทางระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง
ให้ผู้ป่วยหายใจสะดวก และได้รับบออกซิเจนเพียงพอ
1.โรคเยื่อหุ้มสมองอกัเสบ(Meningitis)
อาการและอาการแสดง
ไข้สูงข้ึนทัน ทีทัน ใด ร่วมกับ หนาวสั่น ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน ปวดหลังคอแข็ง (Rigidity of neck) และชักท้ังตัว สับสน ซึมลงจนหมดสติได้ ตรวจร่างกายจะพบ pethechial/hermorrhage rash, nuchal rigidity, Kernig’s sign และ Brudzinski’s sign +veรวมท้ังมี reflex ลึกไวเกิน ตรวจ Babinski ได้ผล +ve
อาการที่แสดงว่า cranial nerve (คู่ที่ 3,4,5,6,7,8) ถูก รบกวนหรือถูกทาลาย ได้แก่ กลัวแสง ตามัว มองเห็นภาพซ้อน วิงเวียนศีรษะ หูอื้อ หูหนวกหรืออาจมีอัมพาตครึ่งซีก และ papilloedemaได
การตรวจห้องปฏิบัติการ
การตรวจห้องปฏิบัติการการกรวดน้ำไขสันหลังจะขุ่นความดันCSF สูงกว่า180มม.น้ำโปรตีนสูงกว่า100มก.%และ น้าตาลใน CSF ต่ากว่า 40 มก.% ถ้ามีภาวะขาดน้ำจะพบระดับคลอไรด์ใน CSF ต่ากว่า 700 มก.%
พยาธิสรีรวิทยา
ในระยะแรกของการติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเล็กน้อยเส้นเลือดที่ติดอยู่กับเยื่อหุ้มสมองจะบวมและขยายออก ต่อมาจะเกิด Exdates โดยเม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophil จะเข้ามาบริเวณฐานสมองทางน้ำไขสัน หลังในปริมาณมาก
ในระยะต่อมาจะมี Lymphocyte , plasma cell และ Fibrinogen เพิ่มข้ึนมากด้วย รวมท้ังเยื่อหุ้มช้ัน arachnoid และ [ia mater มีการหนาตัว ข้ึน มีเลือดคั่งในหลอดเลือดแดงท่ีมาเลี้ยง Subarachnoid space ซึ่งมีผลให้ทางเดินน้าไขสัน หลังอุดตันและไหลไม่สะดวกทาให้เกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงจากน้ำในโพรงสมองเพิ่มข้ึนเชื้อโรค/พิษของเชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบ/ผิดปกติของเส้นประสาทสมองเส้นประสาทไขสันหลังทำให้มีอาการอัมพาตหรืออาการผิดปกติของเส้นประสาท นอกจากน้ีผนัง หลอดเลือดเองก็มีการอักเสบด้วยทำให้มี
เลือดไหลมาเลี้ยงเซลลส์ มองน้อยลง เกิดเป็นการบวมของสมองแบบที่เกิดจากการบาดเจ็บของเซลล์ การบวมของสมองทั้ง สามแบบน้ี ทำให้เกิดการเพิ่ม ข้ึนของความดันในกะโหลกศีรษะ เมื่อประกอบกบั การมีความดัน เลือดลดต่ำซึ่งมักพบร่วมกับการติดเชื้อเฉียบพลนั ทาให้เลือดไหลมาเลี้ยงสมองยากข้ึนเซลลส์ มองจึงขาดออกซิเจนและเข้าสู่กระบวนการตายของเซลล์(apoptosis)ทำให้ระดับความ รู้สึกตัวของผู้ป่วยยลดลงหรือชักได้
การรักษา
1)รักษาต้นเหตุ:ให้ยาปฏิชีวนะพวกpenicillin10–14วันในกรณีที่เกิดจากเชื้อhermophilliusinfluenza
2) รักษาตามอาการ ได้แก่การให้ manitalควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ การให้ควบคุมความดันโลหิต การให้สารน้ำทางหลอด เลือดดำอย่างเพียงพอการป้องกันภาวะกรดด่างเกินในเลือดเป็นต้น
สาเหตุ
เชื้อแบคทีเรียซึ่งจะผ่านเข้าไปทางเส้นเลือดไปที่เยื้อหุ้มสมอง เนื่องจากมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจคือจมูกและปากและการแพร่กระจายจากการติดเชื้อในช่องหูหรือในไซนัสซึ่งส่วนใหญ่จะมี การติดเชื้อไวรัสนามาก่อนซึ่งทาให้มีการสูญเสียการทำงานเป็นชั้นเยื่อป้องกันของเยื่อบุปกติ
จากาการสัมผัสโดยตรงระหว่างเยื้อ หุ้มสมองกับโพรงจมูก ผิวหนัง
จากการติดเชื้อที่มาจากผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดศีรษะหรือสมอง
การวินิจฉัยการพยาบาล
2.ทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดที่ศีรษะ คอ หลังเนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
3.การกำซาบออกซิเจนของเน้ือเยื่อสมองลดลงเนื่องจากความดันในกะโหลกสูง
1.อุณหภูมิร่างกายสูงเนื่องจากการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมองและการควบคุมอุณหภูมิของไฮโปธาลามัสบกพร่องจากความดันในกะโหลกศีรษะสูงหรือเสี่ยงต่อการกาซาบออกซิเจนของเน้ือเยื่อสมองลดลงเนื่องจากการเผาผลาญของเซลลเ์พิ่มข้ึนจากการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง
กิจกรรมการพยาบาล
2.เช็ดตัวลดไข้ทุกกวิธี เพื่อควบคุมและป้องกันการเพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะ รวมทั้งวัดและประเมินอุณหภูมิทุก 2 – 4
ชั่วโมง
4.ให้ได้ออกซิเจนให้เพียงตามแนวทางการรักษาของแพทย์ ฟังเสียงปอด และประเมินอาการทางระบบประสาท และ
สัญญาณชีพทุก 1 – 2 ชวั่ โมง หรือตามความเหมาะสม
1.จัดให้นอนพักท่าศีรษะสูง30–40องศา
3.ให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดาตามแผนการรักษา(ถ้าไม่มีข้อจากดันของภาวะความดันในกะโหลกศีรษะอาจให้วันละ3
–4ลิตรต่อวนั)และตรวจสอบให้ได้รับอย่างสม่ำเสมอทุก2–4ชั่วโมงพร้อมทั้งบัรนทึกI/Oอย่างถูกตอ้งและประเมินภาวะขาดน้ำ