Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Hypertensive disorders of pregnancy) - Coggle…
ภาวะโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
(Hypertensive disorders of pregnancy)
ภาวะโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
ระดับความดันโลหิตในสตรีตั้งครรภ์
ต่ำสุดในระยะ ไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์
เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 จนกระทั่งอยู่ในระดับ เดียวกับขณะที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
ระดับความดันโลหิตในสตรีตั้งครรภ์จะต่ำกว่าขณะที่ไม่ตั้งครรภ์
ความหมายของภาวะโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
ภาวะความดันโลหิตสูงเนื่องจากการตั้งครรภ์ (Pregnancy Induced Hypertension: PIH)
ภาวะความดันโลหิตสูงที่มีสาเหตุจากการตั้งครรภ์ พบในระยะครึ่งหลังของการตั้งครรภ์
ภาวะความดันโลหิตสูงหลังคลอด (postpartum hypertension)
สตรีที่มีความดัน โลหิตปกติขณะตั้งครรภ์ แล้วมีความดันโลหิตสูงขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ หลังคลอด ถึง 6 เดือนหลังคลอด
ภาวะความดันโลหิตสูง (hypertension)
ภาวะที่ค่าความดันโลหิตช่วงหัวใจบีบตัว (systolic BP) อย่างน้อย 140 mmHg.
ค่าความดันโลหิตช่วงหัวใจคลายตัว (diastolic BP) อย่าง น้อย 90 mmHg.
การประเมินและวินิจฉัย / แนวทางการรักษา
การประเมินและวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การซักประวัติ
การตรวจพิเศษ การตรวจพิเศษเพื่อ
ทํานายการเกิด preeclampsia
4.3 Isometric exercise
4.4 Doppler velocimetry
4.5 Specific blood testing
4.2 Roll over test
4.6 Mean arterial blood pressure
4.1 Angiotensin sensitivity test
แนวทางการรักษา
การรักษา preeclampsia with severe features
การป้องกันการชัก ควบคุมความดันโลหิต และยุติการตั้งครรภ์
การรักษา eclampsia
ควบคุมการชัก แก้ไขภาวะพร่องออกซิเจนและความเป็นกรดใน ร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต และยุติการตั้งครรภ์เมื่อควบคุมอาการชักได้แล้ว
การรักษา preeclampsia without severe features
การนอนพัก ดูแลควบคุมไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น
ชนิดของภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
(chronic/ preexisting hypertension)
ภาวะความดัน โลหิตสูงที่เป็นมาก่อนการตั้งครรภ์
ครรภ์เป็นพิษ หรือ ภาวะครรภ์เป็นพิษระยะก่อนชัก (preeclampsia)
กลุ่มอาการ (syndrome) ของความดันโลหิตที่พบครั้งแรกในขณะตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์
มีโปรตีนในปัสสาวะอย่างน้อย 300 มิลลิกรัมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
ภาวะความดันโลหิตสูงคงอยู่ไม่ เกิน 12 สัปดาห์หลังคลอด
ความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ (gestational hypertension)
ภาวะความดัน โลหิตสูงที่วินิจฉัยได้ครั้งแรกในระหว่างการตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ โดยไม่มีโปรตีนใน ปัสสาวะ
ครรภ์เป็นพิษซ้อนทับกับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง (preeclampsia superimposed on chronic hypertension)
ภาวะครรภ์เป็นพิษก่อนระยะชัก (Preeclampsia)
ยกเลิกเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง
ใช้เกณฑ์ proteinuria มากกว่า 5 กรัมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
เกณฑ์การวินิจฉัยเกี่ยวกับโปรตีนในปัสสาวะ
ใช้วิธีตรวจวัดโดยการเก็บ ปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเป็นหลัก
กรณีที่ต้องการผลเร็วให้ใช้การตรวจ urine protein/creatinine ration
เกณฑ์การวินิจฉัยเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง
การทํางานของไตผิดปกติ
เกล็ดเลือดต่ำ
การทํางานของตับผิดปกติ
การพบ โปรตีนในปัสสาวะ
อาการทาง สมอง อาการทางตา และภาวะน้ําท่วมปอด
การพิจารณาค่าความดันโลหิตที่สูง
ภาวะครรภ์เป็นพิษระยะชัก (eclampsia)
ภาวะชักแบบ generalized convulsions หรือ grandmal seizures
มีลักษณะเป็นการชักเกร็งแบบชักกระตุ
ชักเกิดขึ้นได้ทุกระยะของการ ตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะ 48-72 ชั่วโมงหลังคลอด
ภาวะชักนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่มีอาการไม่ รุนแรงจนถึงอาการรุนแรงมาก คือเกิดได้ทั้งในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่มาก
สาเหตุและพยาธิกําเนิดของภาวะ
ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
สาเหตุ
ระยะที่ 1 ระยะก่อนแสดงอาการ
ความผิดปกติที่รก ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ
รก เซลล์ cytotrophoblasts ของทารกจะรุกล้ําเข้าไปใน maternal spiral arteries และมี remodeling of spiral arterioles
ระยะที่ 2 ระยะแสดงอาการ
รกที่ขาดออกซิเจนจะมีการหลั่งสารต่าง ๆ ออกมาในกระแสเลือด
กระแสเลือด ที่สําคัญคือ proinflammatory และ antiangiogenic factors
ทำให้เยื่อบุเซลล์โพรงหลอดเลือดบาดเจ็บ และขาดเลือด
พยาธิสรีรภาพของภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
รก และมดลูก
การหดรัดตัวของหลอดเลือด spiral arteriole ใน decidual ร่วมกับมี acute atherosis
ทําให้หลอดเลือดตีบตัน ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านระหว่างรกและ มดลูก ลดลง
ระบบเลือดและการแข็งตัวของเลือด
เกิด ภาวะเกล็ดเลือดต่ําเฉียบพลัน
มีปัจจัยการแข็งตัวของเลือดชนิดอื่นๆ ลดลงด้วยเกิดจากกลไกทางระบบภูมิคุ้มกัน
ระบบหัวใจและปอด
plasma albumin ลดลง เนื่องมาจากเกิด proteinuria
การรั่วของ capillaries นี้ทําให้ colloid osmotic pressure ลดลง
มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ําท่วมปอด
ระบบตับ
การเกิด generalized vasoconstriction
ทําให้เกิด hepatic ischemia
ส่งผลให้ ระดับเอนไซม์ ALT, SGOT, ASTสูงขึ้น
ระบบไต
ปริมาณการไหลเวียนที่ไตลดลง
ทําให้ glomerular infiltration rate ลดลง ส่งผลให้ปริมาณปัสสาวะลดลง
มีการ ทําลายของชั้นเยื่อบุหลอดเลือดในไต เกิด glomerular capillary endotheliosis
ระบบประสาท
การที่เยื่อบุหลอดเลือดถูกทําลาย
ทําให้ เกิดการแตกของหลอดเลือดฝอย
เลือดออกในสมองเป็นจุดเลือดเล็ก ๆ หรือเป็นก้อนใหญ่
ระบบการมองเห็น
การหดรัดตัวของหลอดเลือดที่จอตา
ทําให้เกิด retinal edema เกิดอาการตาพร่ามัว
การ มองเห็นผิดปกติ และอาจทําให้เกิดการหลุดของจกตา
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง/อาการและอาการแสดง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 kg/m2 ขึ้นไป หรืออ้วน
การตั้งครรภ์แฝด
สตรีอายุมากขึ้นตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ทั้งสตรีที่ไม่เคยผ่านการคลอด
ประวัติพันธุกรรมครรภ์เป็นพิษในครอบครัวของสตรีตั้งครรภ์
ผ่านการคลอดบุตรคนก่อนมาอย่างน้อย 10 ปี มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ประวัติมีความเจ็บป่วยทางอายุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
ประวัติครรภ์เป็นพิษในครรภ์ก่อน มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 7 เท่า
ความผิดปกติทางสูติกรรม
สตรีที่ไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน
ภาวะโภชนาการบกพร่อง เช่น ขาดวิตามินซี วิตามินอี ขาดแคลเซียม เป็นต้น
อาการและอาการแสดง
ภาวะ preeclampsia
อาการแสดง
1.Systolic BP ≥ 160 mmHg. หรือ Diastolic BP ≥ 110 mmHg.
2.น้ําท่วมปอด
3.Eclampsia คือ มีอาการชักแบบชักทั้งตัว
4.เลือดออกในสมอง
5.ตาบอดจากพยาธิสภาพของครรภ์เป็นพิษในสมอง
อาการ
ภาวะไตวาย serum creatinine ≥ 1.1 mg/dL.
การทํางานของตับผิดปกติ ระดับเอนไซม์ AST
เกล็ดเลือดต่ํา มี platelet count < 100,000 ต่อไมโครลิตร
ระบบการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
HELLP syndrome
กลุ่มอาการสําคัญของภาวะครรภ์เป็นพิษที่มีลักษณะรุนแรง
การ มองเห็นผิดปกติ
ปวดใต้ชายโครงขวา
ปวดศีรษะส่วนหน้า
จุกแน่นใต้ลิ้นปี่
ภาวะ Eclampsia
2.3 ระยะชักเกร็ง (Stage of contraction หรือ tonic stage)
2.4 ระยะชักกระตุก (Stage of convulsion หรือ clonic stage)
2.2 ระยะเริ่มแรกของอาการชัก (Stage of invasion)
2.5 ระยะหมดสติ (coma หรือ unconscious)
2.1 ระยะก่อนชัก (Premonitoring stage)
ผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์และทารก
ผลกระทบต่อสตรีตั้งครรภ์
น้ําท่วมปอด หรือปอดบวมน้ํา
เลือดออกในสมอง (cerebral henorrhage)
ไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไตน้อยลง
เลือดออกในตับจนมีการตายของเซลล์ตับ หรือตับวาย (hepatic failure)
หัวใจล้มเหลว จากการมี venous return เพิ่มอย่างรวดเร็ว
เกล็ดเลือดต่ำ
หัวใจขาดเลือด
การหลุดของเรตินา (retina detachment) ทําให้ตาบอดชั่วคราวได้
เลือดแข็งตัวผิดปกติ (DIC)
หลอดเลืออุดตัน (deep venous thrombosis)
รกลอกตัวก่อนกําหนด
อันตรายจากการชัก
ผลกระทบต่อทารก
ทารกคลอดก่อนกําหนด
แท้งหรือเสียชีวิตในครรภ์
ขาดออกซิเจน เลือดเป็นกรด
ทารกตายในครรภ์เฉียบพลันหรือตายในระยะแรกเกิด
ทารกโตช้าในครรภ์
ยาที่ใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
ยาป้องกันการชัก (anticonvulsant
Magnesium Sulfate (MgSO4)
รักษาภาวะ preeclampsia
ยาลดความดันโลหิต (antihypertensive dtrugs)
2.1 Hydralazine
ทําให้หลอดเลือดคลายตัวมีผลทําให้ ความดันโลหิตลดลง cardiac output มากขึ้น และเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรกดีขึ้น
2.2 Labetalol
ออกฤทธิ์ยับยั้งระบบ ประสาท syspathetic ส่วนปลาย
2.3 Nifedipine
ออกฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตโดยการป้องกัน calcium เข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด
การพยาบาลสตรีที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะ preeclampsia with severe features
บันทึกปริมาณสารน้ําเข้าและออกในแต่ละวัน , ประเมินอาการนําก่อนการชัก
ดูแลให้ยาป้องกันชัก MgSO4 ตามแผนการรักษา , ดูแลให้ยาลดความดันโลหิตตามแผนการ
ดูแลให้นอนพักบนเตียงอย่างเต็มที่ , ประเมินสัญญาณชีพ
ส่งเสริมการ ขับสารน้ําออกจากร่างกาย , ติดตามประเมินระดับ oxygen saturation
ดูแลให้ทารกปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน , ดูแลให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงอย่างปลอดภัย
3.การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะ eclampsia
ประเมินสัญญาณชีพเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง , บันทึกปริมาณสารน้ําเข้าและออกจากร่างกาย
สังเกตและบันทึกอาการทางสมอง , สังเกตและบันทึกอาการนําของการชัก
ให้ออกซิเจนขณะชัก และภายหลังชัก , ดูแลให้ได้รับยาระงับชักตามแผนการรักษา
รายงานแพทย์เมื่อมีอาการนําของการชักหรือขณะชัก , ให้งดอาหารและน้ําตามแผนการรักษา
ใส่ oral airway , จัดให้นอนตะแคง ใส่ไม้กั้นเตียง โดยใช้หมอนรองรับรอบด้าน
จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ , ประเมินอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์เป็นระยะ
เตรียมสตรีตั้งครรภ์เพื่อคลอดตามสถานการณ์ , ดูแลป้องกันการชักซ้ําภายหลังคลอด
ให้การดูแลป้องกันการตกเลือดหลังคลอด , ดูแลทารกแรกเกิด ซึ่งอาจมีภาวะขาดออกซิเจน
การพยาบาลสตรีที่มีภาวะ preeclampsia without severe features
ดูแลและติดตามประเมินผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ
เฝ้าระวัง ติดตาม อาการ , ดูแลให้รับประทานอาหารธรรมดา
ดูแลให้นอนพักบนเตียง , ประเมินสัญญาณชีพ
ดูแลติดตามการประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ , ประเมินและให้การประคับประคองสภาวะทางอารมณ์