Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบต่อมไร้ท่อ Endocrine system, S__4997133 - Coggle Diagram
ระบบต่อมไร้ท่อ
Endocrine system
Anatomy
ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
ทำหน้าที่
ควบคุมกระบวนการเมแทบอลิซึมบางอย่าง และหน้าที่อื่นๆ ของระบบประสาทอิสระ (Autonomic Nervous System)
สังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนประสาท (neurohormones) ซึ่งมักเรียกว่า hypothalamic-releasing hormones ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นหรือยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland)
ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย, ความหิว, ความกระหายน้ำ, ความเหนื่อยล้า, ความโกรธ
ตับอ่อน (Pancrease)
ผลิตอินซูลิน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง โดยช่วยให้กลูโคสผ่าน เข้าเซลล์และเปลี่ยนส่วนหนึ่งเป็นไกลโคเจนเก็บไว้ที่ตับ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับ ปกติ
ผลิตกลูคากอนเป็นฮอร์โมนที่ทำงานตรงข้ามกับอินซูลิน คือ ทำให้ระดับน้ำตาลใน เลือดสูงขึ้น
เซลล์ต่อมไร้ท่อของตับอ่อนผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานบางอย่างของการเผาผลาญรวมถึงการควบคุมน้ำตาลในเลือดและการย่อยอาหาร ฮอร์โมนบางชนิดที่ผลิตโดยเกาะเล็กเกาะน้อยของเซลล์ Langerhans
อินซูลิน - ลดความเข้มข้นของน้ำตาลกลูโคสในเลือด
กลูคากอน - เพิ่มความเข้มข้นของกลูโคสในเลือด
Gastrin - กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร
ตับอ่อนมีรูปร่างยาวและขยายในแนวนอนทั่วช่องท้องส่วนบน ประกอบด้วยส่วนหัวลำตัวและส่วนหาง
การผลิตและการปลดปล่อยฮอร์โมนและเอนไซม์ของตับอ่อนถูกควบคุมโดยระบบประสาทส่วนปลายและฮอร์โมนระบบทางเดินอาหาร
ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland)
การหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง
ปลายแอกซอนของนิวโรซีครีทอรีเซลล์ จากสมองส่วนไฮโปทาลามัสมาสิ้นสุด และหลั่งฮอร์โมนประสาทออกมาสู่กระแสเลือดเข้าสู่เส้นเลือดที่มาเลี้ยงต่อมใต้สมองส่วนหลังดังนั้นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองส่วนหลังก็คือ ฮอร์โมนประสาท
วาโซเพรสซินหรือแอนตี้ไดยูเรติกฮอร์โมน (antidiuretic hormone = ADH )
อวัยวะเป้าหมาย : ท่อหน่วยไตและหลอดเลือดแดง
หน้าที่ : กระตุ้นการดูดน้ำกลับเข้าสู่ท่อหน่วยไตเมื่อปริมาณน้ำในเลือดลดลงจึงควบคุมการเกิดน้ำปัสสาวะ
ออกซิโทซิน ( oxytocin )
อวัยวะเป้าหมาย : กล้ามเนื้อมดลูกและกล้ามเนื้อรอบๆต่อมน้ำนม
หน้าที่ : กระตุ้นกล้ามเนื้อมดลูกให้บีบหรือหดตัวเป็นระยะๆเพื่อให้ทารกคลอด
ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
สร้างฮอร์โมนได้ต้องถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนประสาทหรือรีลีสซิ่งฮอร์โมน (releasing hormone) ที่สร้างจากนิวโรซีครีทอรีเซลล์ (neurosecretory cell) ที่มีตัวเซลล์อยู่ที่สมองส่วนไฮโพทาลามัส
สร้างฮอร์โมน 2 ประเภท
ฮอร์โมนที่ไปมีผลต่ออวัยวะเป้าหมายโดยตรงไม่ได้กระตุ้นให้อวัยวะเป้าหมายสร้างฮอร์โมน
ลูทิไนซิง ฮอร์โมน ( luteinizing hormone ) เรียกย่อว่า LH หรือ อินเตอร์สติเชียลเซลล์ สติมิวเลติงฮอร์โมน ( interstitial cell stimulating hormone) เรียกย่อว่า ICSH
ฟอลลิเคิลสติมิวเลติงฮอร์โมน ( follicle stimulating hormone )เรียกย่อว่า FSH
กระตุ้นให้อวัยวะเป้าหมายสร้างฮอร์โมน
โพรแลกทิน (Prolactin = PRL )
อวัยวะเป้าหมาย : เซลล์ต่อมน้ำนม
หน้าที่ : กระตุ้นต่อมน้ำนมให้สร้างน้ำนมในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และขณะเลี้ยงทารกและพบว่าขณะที่ทารกดูดนมแม่จะมีการกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนนี้เพิ่มมากขึ้นทำให้มีน้ำนมเลี้ยงทารกตลอดเวลาแต่ถ้ามารดาที่ไม่ให้นมทารกการหลั่งฮอร์โมนนี้จะน้อยลงมีผลทำให้ต่อมน้ำนมหยุดสร้างน้ำนม
ฟอลลิเคิลสติมิวเลติงฮอร์โมน ( follicle stimulating horne; FSH )และ luteinizing hormone; LH
หน้าที่
กระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่หลังจากกระตุ้นด้วย FSH ทำให้ไข่สุกและกระตุ้นการตกไข่
2.ทำให้เกิด corpus luteum ในรังไข่ซึ่งทำหน้าที่สร้าง คือฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจนและกระตุ้นการหลั่งโพรเจสเตอโรน
3.เตรียมต่อมน้ำนมสำหรับการหลั่งน้ำนม
ไทรอยด์ สติมูเลติงฮอร์โมน ( thyroid stimulating hormone ) เรียกย่อว่า TSH
อวัยวะเป้าหมาย : ต่อมไทรอยด์
หน้าที่ : กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างและหลั่งฮอร์โมนตามปกติระดับในพลาสมามีค่าต่ำและจะหลั่งมากในตอนกลางคืนขณะนอนหลับ แลัวลดลงภายหลังตื่นและยังขึ้นอยู่กับระดับของฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ TSH กระตุ้นการเจริญเติบโตและควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์
อะดรีโนคอร์ติโคโทรฟริกฮอร์โมน ( adrenocortico trophic hormone ) เรียกย่อว่า ACTH
อวัยวะเป้าหมาย : ต่อมหมวกไตส่วนนอก
หน้าที่ : กระตุ้นต่อมหมวกไตส่วนนอกให้สร้างและหลั่งฮอร์โมนตามปกติ
ต่อมใต้สมองส่วนกลาง
ต่อมใต้สมองส่วนกลางจะมีขนาดเล็กมาก และจัดเป็นส่วนหนึ่งของต่อมใต้สมองส่วนหน้า ทำหน้าที่ผลิตและหลั่ง MSH ซึ่งมีสูตรโครงสร้างคล้ายกับ ACTH มาก แต่ไม่มีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน
ต่อมหมวกไต (Adrenal gland)
ผลิตฮอร์โมนสำคัญๆหลายชนิด เช่น อะดรีนาลิน จะอยู่เหนือไตทั้ง2ข้าง มีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียน
ของโลหิตและการหดตัวของเลือด
ต่อมหมวกไตส่วนนอก (Adrenal cortex) สร้างฮอร์โมนกลุ่มสเตอรอยด์
อัลโดสเตอโรน (aldosterone) เพิ่มการดูดกลับของเกลือในไต
กลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoid) เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมเมตาบอลิซึมของน้ำตาล ไขมัน ต่อต้านการอักเสบ
เทสโทสเตอโรน เพิ่มลักษณะของร่างกายที่เป็นเพศชายและการเติบโต
ต่อมหมวกไตส่วนใน (Adrenal medulla) สร้างฮอร์โมนอีพิเนฟฟริน (Epinephrine)
และนอร์อีพิเนฟฟริน (norepinephrine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เป็นอนุพันธ์ของกรดอะมิโน
มีหน้าที่เพิ่มระดับน้ำตาลและกรดไขมันในเลือด เพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม เพิ่มการเต้นของหัวใจ เพิ่มการบีบตัวของเส้นเลือด
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland)
ระบบหลอดเลือดดำและระบบน้ำเหลือง (Venous and lymphatic drainage)
ระบบหลอดเลือดแดง (Arterial supplies)
หลอดเลือดแดงซุพีเรียร์ลาริงเจียล (Superior laryngeal artery) แขนงจากหลอดเลือดแดงเอกซ์เทอร์นัลคาโรติด (external carotid artery) ลงมาทางขอบด้านข้างของกล้ามเนื้อไทโรไฮออยด์ (thyrohyoid muscle) แล้วเข้าสู่ทางด้านบนของต่อม แล้วแยกออกเป็นสองแขนงย่อย คือแขนงทางด้านหน้า (anterior branch) ซึ่งเลี้ยงทางส่วนบนของต่อมและไปรวมกับเส้นเลือดอีกข้างที่บริเวณคอคอดไทรอยด์ อีกแขนงคือแขนงทางด้านหลัง (posterior branch) ไปเลี้ยงทางหลังของต่อม และอาจไปรวมกับหลอดเลือดแดงอินฟีเรียร์ลารินเจียล (inferior laryngeal artery)
หลอดเลือดแดงอินฟีเรียร์ลาริงเจียล (Inferior laryngeal artery) แขนงจากหลอดเลือดแดงใหญ่ไทโรเซอร์ไวคอล (thyrocervical trunk) ซึ่งมาจากส่วนแรกของหลอดเลือดแดงใต้กระดูกไหปลาร้า (subclavian artery) โดยจะผ่านเข้ามาจากขอบทางด้านในของกล้ามเนื้อแอนทีเรียร์สคาลีน (anterior scalene muscle) ไปด้านหลังของกลุ่มหลอดเลือดบริเวณคอ เข้าสู่ทางด้านล่างของต่อม แยกเป็นแขนงด้านล่าง (inferior branch) ไปเลี้ยงส่วนล่างของต่อม แขนงด้านบน (ascending branch) ไปเลี้ยงต่อมพาราไทรอยด์ (parathyroid gland)
ต่อมเพศ (Gonad)
เพศชาย
ภายนอก
ถุงอัณฑะ (Scrotum)
ป้องกันการลุกลามในกรณีที่มีการอักเสบจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง
องคชาต (Penis)
นำอสุจิจากเพศชายไปยังเพศหญิง เป็นทางผ่านน้ำปัสสาวะออกสู่ภายนอก
ภายใน
ท่อต่างๆ
ท่อนำอสุจิ (ductus defferens)
การทำหมันในเพศชายนิยมตัดท่ออสุจิ
ท่อฉีดอสุจิ (Ejeculatory duct)
ฉีดอสุจิขณะมีเพศสัมพันธุ์
ท่อพักอสุจิ (accessory duct)
ทำให้เซลล์อสุจิมีความสมบรูณ์
ท่อปัสสาวะ (๊Urethra)
ทางผ่านน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิ
ต่อมต่างๆ
ต่อมลูกหมาก (Prostate gland)
สร้างของเหลว (Milky fluid)
ประกอบด้วย Citric acid , acid phosphatase , clotting enzyme
ถุงนำอสุจิ (Seminal vasicle)
แหล่งผลิต seminal fluid มี prostaglandins ช่วยให้เมือกเหนียวที่มดลูกของเพศหญิงบางลง
ต่อมคาวเปอร์ (Cowper's gland)
สร้างเมือกใส เป็นด่างช่วยหล่อลื่นท่อปัสสาวะ จะถูกหลั่งออกมาในช่วงแรกก่อนการฉีดอสุจิ
อัณฑะ (Testis)
สร้างอสุจิ
สร้างฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
เยื่อหุ้ม 3 ชั้น
Tunica vaginalis
Tunica albugina
Tunica vasculosa
เพศหญิง
ภายนอก
Labia majora (แคมใหญ่)
Clitoris
Vaginal opening
Mone pubis (เนินหัวหน่าว)
Vestibular gland
Urethral opening
Labia minora (แคมเล็ก)
ภายใน
ท่อนำไข่ (Uterine tubes)
มี 3 ชั้น Serosa, Smooth muscle layer, Epitherium
รังไข่ (Ovaries)
สร้างไข่และผลิต estrogen hormone
ช่องคลอด (Vagina)
มีผนัง 3 ชั้น
ชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue layer)
ชั้นกล้ามเนื้อเรียบ (Smooth muscle layer)
ชั้นเยื่อเมือก (Mucosa)
มดลูก (Uterus)
กล้ามเนื้อกลวง ตั้งอยู่ในกระดูกเชิงกราน
มดลูกจะตั้งฉากกับช่องคลอด
ต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid gland)
มีเซลล์ 2 ชนิด
Chief cells มีนิวเคลียสกลมอยู่ตรงกลาง ,cytoplasm ติดสี acidophil มีหน้าที่สร้าง parathyriod hormone
Oxyphil cells มีขนาดใหญ่ พบกระจายอยู่ทั่วไปในต่อม แทรกอยู่ระหว่าง chief cells
มี 2 คู่ วางตัวหลังต่อมไทรอยด์ รูปร่างรีเป็นรูปไข่ ล้อมรอบด้วยแคปซูลซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
ต่อมเหนือสมอง (Pineal gland)
เป็นต่อมไร้ท่ออยู่เหนือสมอง อยู่บริเวณกึ่งกลางของสมองส่วนซีรีบรัมซ้ายและขวา
มีขนาดเท่ากับเม็ดข้าวมีสีแดงปนน้ำตาล
ประกอบด้วยเซลล์ 2 ประเภท คือ
•เซลล์ไพเนียล( pinealocytes)
•เซลล์ไกลอัน (glial cell)
ทำงานร่วมกับ ต่อมไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)
ซึ่งต่อมไฮโปทาลามัส จะทำหน้าที่เกี่ยว ความหิว ความกระหาย
เรื่องเซ็กส์ และนาฬิกาชีวิตซึ่งควบคุมอายุของมนุษย์และเป็นต่อมไร้ท่อ
ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน
เมลาโทนิน ยับยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์
ทำหน้าที่เหมือนตัวกลางที่จะรับรู้ความยาวของกลางวันและ
กลางคืนและส่งสัญญาณในรูปของฮอร์โมนเมลาโทนินไปยังระบบต่างๆ
Growth Hormone (GH)
เป็นโฮร์โมนชนิดโปรตีน หรือเปปไทด์ฮอร์โมน
ผลิตจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า และมีผลต่อการเจริญเติบโต การทำงานของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้ง Metabolism ของร่างกาย
สามารถหลั่งได้ตลอดชีวิต โดยจะหลั่งมากในช่วงวัยเจริญเติบโตและเริ่มน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยชรา
วัยผู้ใหญ่
มีการผลิต Growth Hormone หรือรัปประทาน Growth Hormoneมากเกินไป
เกิดหลังการสร้าง Endochondral bone แล้ว Epiphysis ปิดแล้ว
วัยเด็ก
ถ้ามีการผลิต GH มากเกิน และการรับประทาน GH เกินความจำเป็น
เด็กที่ขาด
Growth Hormone
เตี้ยเล็กแต่สมส่วน อ้วนกลมมีไขมันสะสมบริเวณลำตัวมาก
เด็กผู้ชายมีอวัยวะเพศเล็กไม่สมวัย
ภาวะขาด GH ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญาของเด็ก
หน้าตาอ่อนกว่าอายุจริง
ส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ เช่น แขนขายาว สูงผิดปกติ เรียก Gigantism
ถ้าผลิต GH น้อย ส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ เช่น เตี้ยแคระแกรน เรียก Dwarfism
Adrenocorticotrophic hormone : ACTH
คือฮอร์โมนที่ต่อมพิทูอิทารีปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นให้ต่อมแอดรีแนลหรือต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติคอยด์
สร้างจากคอร์ติโคโทรปิกเซลล์ (corticotropic cell)
มีผลควบคุมการสร้างของต่อมหมวกไตส่วนนอก ( adrenal cortex)
บริเวณด้านนอก (outer layer)
เรียกว่า Adrenal cortex
เจริญมาจาก mesenchyme สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้นตาม histology ซึ่งแต่ละชั้นจะสร้างฮอร์โมนชนิดต่างๆ ชั้นของ ACTH คือ
Zona fasciculata เป็นชั้นกลาง สร้างฮอร์โมนกลุ่ม glucocorticoids ซึ่งออกฤทธิ์ควบคุม metabolism ของสารต่างๆ ในร่างกาย ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ คือ cortisol
กระตุ้นให้มีการสร้าง ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ( Glucocorticoid )
และมิเนราโลคอร์ติคอยด์ ( Mineralocorticoids )
( Glucocorticoid )
ทำหน้าที่ควบคุมเมทาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต ฮอร์โมนที่สำคัญได้แก่ คอร์ติซอล (cortisol)
(Mineralocorticoids)
เป็นฮอร์โมนที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุภายในร่งกาย ฮอร์โมนที่สำคัญ
ในกลุ่มนี้คือ แอลโดสเทอโรน (aldosterone) ซึ่งจะหลั่งออกมามากขึ้นในขณะที่ร่างกายขาดน้ำหรือความเข้มข้นของโซเดียมในเลิอดลดต่ำลง โดยทำหน้าที่กระตุ้นท่อไต
ให้ดูดซึมน้ำ และโซเดียมเข้าสู่กระแสเลือด และขับถ่ายโพแทสเซียมออกสู่ท่อไต
ถ้ามีความเข้มข้นของ ACTH มากๆ จะมีผลต่ออวัยวะอื่นด้วย
เช่นกระตุ้นเมลาโนไซท์ (melanocyte) หรือเซลล์มีสีทำให้ผิวมีสีคล้ำขึ้น
ปัจจุบัน
ผิวหนังเป็นแหล่งสร้าง ACTH ด้วย ซึ่งมีผลต่อเซลล์ของสีผิว รากขน (hair follicle) และระบบภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง(skin immune system) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังบางชนิด และอาการแพ้หรือการอักเสบจากผิวหนังที่พบเนื่องจากภาวะเครียด
กระตุ้นกํารเจริญเติบโตสั่งเครําะห์ ฮอร์โมนจํากเลือกต่อมหมวกไต คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอลกระตุ้นกํารกระจํายตัวของเมลํานินใต้ผิวหนัง กระตุ้นกํารสลํายตัวของ ไขมัน
กระตุ้นกํารส่งผ่านกรดอะมิโนและกลูโคสที่กล้ามเนื้อ
Gixcocorticoids (ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์)
cortisol
เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด เมื่อวิตกกังวล จะถูกกระตุ้นให้หลั่งมากขึ้นเพื่อเตรียมต่อการฟื้นฟูร่างกาย
กระตุ้นการตอบสนองของเซลล์ต่อการอักเสบ ความเจ็บปวด
ควบคุมระดับน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย เพื่อรักษาระดับความดันโลหิตให้ทำงานปกติ
เป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เก็บสะสมไว้ในรูปไกลโคเจน แล้วเปลี่ยนให้เป็นกลูโคส
Cushing's syndrome
ร่างกายมี Giucocorticoid มากเกินปกติ
latrogenic disease เช่น ไดรับ Dexamethasone หรือ Prednisolone เป็นเวลานาน
มีการหลั่งของ ACTH มากกว่าปกติ
Adrenal cortical neoplasms
Ectopic ACTH secretion
Adrenal Medulla
แบ่งเป็น
ฮอร์โมน Epinephrine/adrenaline
เปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด การเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายเรามีพลังงานมากขึ้น
กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น เลือดจึงนำออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่อวัยวะภายในขยายตัว และ หลอดเลือดแดงขนาดเล็กบริเวณผิวหนังหดตัว
ฮอร์โมน Nor-Epinephrine/Nor-Adrenaline
เปลี่ยนไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้มีระดับกลูโคสใสนกระแสเลือดเพิ่มขึ้น
กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น เลือดจึงนำออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่อวัยวะภายในหดตัว
ความผิดปกติของ Catecholamine
ถ้ามีมากเกินไป เกิดจากเนื้องอกธรรมดาของ chromaffin cell จะทำให้เกิดโรค เรียก Pheochromocytoma
หัวใจจะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จะเกิดอาการใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน แน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง สายตาพร่ามั่ว ม่านตาขยาย
มีการสลายไกลโคเจนที่ตับมากขึ้น ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มมากขึ้น
ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก หัวใจล้มเหลวและตายได้
ต่อมไทรอยด์ (Thyroid)
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
Follicular cells
เป็น simple cuboidal epithelium
สร้างและหลั่ง idoine-containing hormone T4 หรือ tetraiodothyonine และ T3 triiodothyronine
Parafollicular cells (clear cells)
แทรกอยู่กับ follicular cells สร้างและหลั่ง calcitonin
Calcitonin
เป็นโปรตีนฮอร์โมน
มีหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในกระแสเลือด โดยนำไปเก็บที่กระดูก
การสังเคราะห์ฮอร์โมน calcitonin จะถูกควบคุมโดยระดับของแคลเซียมและฟอสเฟตในกระแสเลือดและฮอร์โมนจากจ่อมพาราไธรอยด์
ควบคุมการเผาผลาญอาหารและเพิ่มน้ำตาลในกระแสโลหิต
ทำหน้าที่จับไอโอดีนจากอาหารที่รับประทานเข้าไป แล้วทำไปรวมกับกรดอะมิโน Tyrosine เพื่อสร้างไทรอยด์ฮาร์โมน triiodothyronine และ thyroxin
Hyperthyroidism
เเบ่งเป็น 3 ประเภท
ชนิดทั่วไป (Graves’disease)
ไทรอยด์เป็นพิษชนิดก้อนตะปุ่มตะป่ำ (Toxic multinodular goiter)
ไทรอยด์เป็นพิษชนิดก้อนเดี่ยว (Toxic nodule)
Causes
Toxic multinodular goiter
เกิดจากก้อนของต่อมไทรอยด์ สร้างฮอร์โมนออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเองโดยไม่ขึ้นกับระดับการกระตุ้นของฮอร์โมน TSH
Graves' disease
ภาวะภูมิต้านทานมากไปกระตุ้นตุ้มไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมา
ผู้ป่วยจะมีต่อมไทรอยด์โตทั้งต่อม
มี Long-acting thyroid-stimulating immunoglobulin (LATS) เกิดจาก lgG ทำปฏิกิริยากับ TSH Rc
Exophthalmos (ตาโปน)
เกิดจากมีการบวมหรือมีก้อนเนื้อที่เบ้าตา
ดันให้ลูกตาโปนออกมาทางด้านหน้า โดยตาโปนเกิดขึ้นข้างเดียวหรือ 2 ข้าง แต่ละข้างจะโปนไม่เท่ากัน
Onycholysis
การแยกกันของ nail plate กับ nail bed และมักเป็นบริเวณส่วนปลายของเล็บ
การผ่าตัดต่อมไทรอยด์
ไม่มีเซลล์ต่อมไทรอยด์เเต่กำเนิด หรือ สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ได้น้อยเเต่กำเนิด (Congenital hypothyroid)
การขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนในวัยผู้ใหญ่
ผู้ที่มีฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ สารประเภทวุ้น Hyaiuronic acid และ chondroitin sulfate จับกับโปรตีนใต้ผิวหนัง
ทำให้ผิวหนังบวมน้ำ หน้าบวม อ้วน ผมและผิวแห้ง สมองทำงานช้า ประจำเดือนผิดปกติ เรียกอาการนี้ว่า Myxedema
การทำงานของต่อมไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ
อาจมีอาการซึมเศร้าได้ เรียกโรคนี้ว่า Hashimoto' s thyroiditis
เนื่องจากThyroidtis เกิดจาก autoimmune
ทำให้มีอาการเหมือนคนที่มีอาการเหมือนคนที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนน้อยลงคืออ่อนเพลีย ไม่มีเเรง ตาเเละปากแแห้ง
การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนในวัยเด็ก
พัฒนาการทางด้านสติปัญญาด้อย อาจหูหนวกและเป็นใบ้ เรียกว่า โรคเอ๋อ หรือ Cretinsim
ต่อมพาราไทรอยด์ (Parathyroid gland)
ผลิตฮอร์โมนพาราโทโมน (Parathomone)
ควบคุมปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดและการทำงานของระบบประสาท
Hyperparathyroidism
Primary
ความผิดปกติของต่อมพาราไทรอยด์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)
Secondary
ต่อมพาราไทรอยด์ไม่มีความผิดปกติ Hysi สาเหตุที่พบบ่อยคือ ภาวะขาด (Vitamin D deficiency) และ Hypocalcemia
Tertiary
ต่อมพาราไทรอยด์สร้งฮอร์โมนออกามมาก ควบคุมไม่ได้มักเกิดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
อาการ
นิ่วในไตเนื่องจากภาวะ Hypercalciuria
กล้ามเนื้ออ่อนเเรงอ่อนเพลีย
กระหายน้ำและ polyuria
ภาวะโลิหิตเป็นพิษและอาการท้องผูก
Hypoparathyroidism
สาเหตุ
การกำจัดต่อมพาราไทรอยด์ในระหว่างการตัดต่อมไทรอยด์
Hypoparathyroidism ไม่ทราบสาเหตุ
ความบกพร่อง แต่กำเนิด (Digeorge syndrome)
ผลลัพธ์
ระดับแคลเซียมในพลาสมาลดลง
เพิ่มระดับฟอสเฟสในพลาสมา
อาการ
Tetany กล้ามเนื้อกระตุก
การชัก
Paresthesia เสียวแปลบๆอาจคล้ายมีเข็มมาทิ่ม
การรบกวนทางจิตเวช
การทดสอบการขาดแคลเซียม
ใช้เครื่องวัดความดัน จนเกิน Systolic pressure เพื่อบีบเส้นเลือดให้ตีบกล้ามเนื้อ
เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง มือกระตุกงอ ภายใน 3 นาที เรียกว่า Trousseau's sign
ต่อม Pancreas
ผลิตฮอร์โมน insulin
ควบคุมปริมาณน้ำตาลในโลหิต
กระตุ้นตับให้เปลี่ยนน้ำตาลเป็น glycogen และเก็บไว้ที่ตับอ่อน
โรคเบาหวานDiabetes mellitus (DM)
ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
เกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อที่ตับอ่อน
ไม่สามารถปล่อยอินซูลินออกมาได้ต่อความเพียงพอของร่างกาย
แบ่งเป็น 2 ชนิด
โรคเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน -พบน้อยแต่มีความรุนแรงและอันตราย - พบในเด็กและคนอายุต่ำกว่า 25 ปี
สร้างอินซูลินได้น้อยมาก ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อต้านตับอ่อน จนสร้างอินซูลินไม่ได้ เกิด โรคภูมิแพ้ต่อตัวเอง เกิดจากความผิดปกติพันธุ์กรรมร่วมกับการติดเชื้อ
ภาวะ Ketosis
โรคเบาหวาน ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน - เป็นมากแต่ความรุนแรงน้อย
พบในอายุ 40 ปีขึ้นไป
ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ แต่ไม่เพียงกับความต้องการในร่างกาย
ระดับน้ำตาลสูงมาก ต้องใช้อินซูลินฉีดเป็นครั้งคราว
ไม่เกิดภาะวะคีโตซิส
ต่อมเพศ (Gonads)
ผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจนในเพศชาย
ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง
ควบคุมการทำงานของอวัยวะเพศและลักษณะประจำเพศ
ความผิดปกติของฮอร์โมน
Dysfunction uterine bleeding (DUB)
เป็นภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ
ปกติ Endometrium จะมีการเปลี่ยนแปลงตามอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโทรเจน และ โพรเจสเทอโรน
ถ้าเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมน เนื่องจากไม่มีการตกไข่ ทำให้ไม่มี
โพรเจสเทอโรนออกมา มีแต่เอสโทรเจนอย่างเดียว เยื่อบุโพรงมดลูกจะไม่เปลี่ยนเป็น secretory endometrium
endometrium หนาตัวมากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งเกินกำลังที่เอสโทรเจนจะช่วยให้เจริญต่อไปได้ เยื่อบุบางส่วนจะหลุดออกและมีเลือดออกกระปริกระปรอย
Antidiuretic hormone (ADH)
ทำให้มีการดูดซึมน้ำกลับที่หลอดฝอยของไต ทำให้ปัสสาวะน้อย
กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเือดตีบตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น จึงเรียกว่า Vasopressin
ความผิดปกติของ ADH
Vasopressin (ADH) Deficiency
ถ่ายปัสสาวะมาก อาจจะมากถึ 5-30 ลิตร ต่อวัน ปัสสาวะประกอบด้วยน้ำเกือบทั้งหมด เรียกว่า โรคเบาจืด
ผู้ป่วยจะแสดงอาการกระหายน้ำและดื่มน้ำมาก ถ้าไม่ได้น้ำ จะแสดงอาการของการขาดน้ำจนอาจหมดสติได้
Vasopressin (ADH) Excess
ทำให้น้ำคั่งในร่างกายมาก Na ในพลาสมาต่ำ อาจมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในไฮโปธาลามัสหรือมีการกระทบกระเทือนของศีรษะ
ผู้ป่วยจะมีอาการบวมทั่วตัวชนิดกดบุ๋ม เนื่องจากมีการคั่งของน้ำ
ฮอร์โมน Oxytocin
กระตุ้นการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อเรียบของมดลูกของหญิงมีครรภ์ในการคลอดบุตรระยะใกล้คลอด ทำให้มีการหดรัดตัวของมดลูกถี่ขึ้นในระยะใกล้คลอด ทำให้มีการหลั่ง Oxytocin เพิ่มมากขึ้น
กระตุ้นการหลั่งน้ำนมทำให้กล้ามเนื้อของต่อมน้ำนม บีบตัวให้หลั่งน้ำนมออกมา เมื่อน้ำนมถูกสร้างขึ้นจะไปเก็บไว้ในถุงน้ำนม
ความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมน Oxytocin
ในการคลอดถ้าฮอร์โมน Oxytocin ที่หลั่งตามธรรมชาติไม่เพียงพอ จะทำให้การคลอดล่าช้า แพทย์จะให้ Oxytocin สังเคราะห์เพื่อกระตุ้นให้ปากมดลูกถ่างขยายได้ดีขึ้น
เมื่อให้แก่ผู้คลอดแล้ว ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจทำให้มดลูกแตก หรือทารกขาดออกซิเจนในครรภ์มารดาจากการที่มดลูกได้รับการกระตุ้นให้มีการหดรัดตัวมากเกินไป อาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์มารดาได้
ในกรณีหลังคลอด ถ้ามีฮอร์โมนไม่เพียงพอ อาจทำให้มดลูกรัดหดตัวไม่ดีพอที่จะไปบีบเส้นเลือดบริเวณที่รกลอกตัวให้เลือดไหลน้อยลง จะทำให้ผู้คลอดเสียเลือดมาก จนถึงแก่ชีวิตได้
Mineralocorticoid hormone
ฮอร์โมนที่สำคัญ คือ Aldosterone
ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลขอน้ำและเกลอแร่ในร่างกาย
เพิ่มการดูดกลับของโซเดียมและเพิ่มการขับโปตัสเซียมที่ distal renal tubules ทำให้โซเดียมเพิ่มขึ้นในกนะแสเลือด และมีโปตัสเซียมมากขึ้นในปัสสาวะ
ถ้ามมีมากเกินไป เช่น เนื้องอก จะทำให้เกิดภาวะโซเดียมในร่างกายมากเกินไป และทำให้โปตัสเซียมในร่างกายน้อย
เกิดภาวะเป็นด่่าง ปริมาณพลาสมาเพิ่มขึ้น ความดันโบหิตสูงขึ้น
ถ้ามีน้อยเกินไป เกิด Addison's disease