Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามภาษาจีนกลางในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ข…
การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามภาษาจีนกลางในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทย
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามที่ใช้ประกอบคํานามในภาษาจีนกลางของนักศึกษาชั้นปีที่1และปีที่2สาขาวิชาภาษาจีนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจํานวน54คน
วิธีการดำเนินการวิจัย
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามที่ใช้ประกอบคํานามในภาษาจีนกลางของนักศึกษาชั้นปีที่1และปีที่2สาขาวิชาภาษาจีนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจํานวน54คนโดยศึกษาข้อมูลจากการรวบรวมแบบฝึกหัดและการบ้านในชั้นเรียน
ผลการวิจัย
การวิเคราะห์เนื้อหาจากผลการวิจัยพบว่านักศึกษาชั้นปีที่1และปีที่2มีข้อผิดพลาดเรียงลําดับรูปโครงสร้างประโยคมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ15.32และ9.78ผลการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดรองลงมาของนักศึกษาชั้นปีที่1คือเกิดจากคําขาดหรือการตกหล่นคิดเป็นร้อยละ5.65และข้อผิดพลาดที่เกิดจากการใช้คําเกินคิดเป็นร้อยละ3.38ผลการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดรองลงมาของนักศึกษาชั้นปีที่2คือข้อผิดพลาดที่เกิดจากการใช้คําเกินคิดเป็นร้อยละ3.47และข้อผิดพลาดที่เกิดจากคําขาดหรือคําตกหล่นคิดเป็นร้อยละ1.73ดังนั้นข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์คือข้อผิดพลาดที่สําคัญอันเป็นอุปสรรคในการเรียนภาษาจีนกลาง
บทนำ
ปัจจุบันคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้เปิดหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน ซึ่งเป็นหลักสูตรสองปริญญา กล่าวคือ หลักสูตรที่ว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนมีทั้งภาษาไทยและภาษาจีน โดยได้ทําสัญญาลงนามความร่วมมือ(MOU) กับมหาวิทยาลัยครูยูนนานสาธารณรัฐประชาชนจีน การเรียนการสอนในชั้นเรียนที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีทักษะการพูด ฟัง อ่าน เขียนในระดับพื้นฐานพอใช้ แต่ในด้านการใช้คําศัพท์และหลักไวยากรณ์กลับพบว่านักศึกษาบางส่วนจับหลักโครงสร้างไวยากรณ์คําลักษณนามจีนไม่แม่นยํา เช่น ภาษาจีนพูดว่า“一只猫”นักศึกษาไทยพูดเป็น“一猫只” หรือ “猫一只” และใช้รูปโครงสร้างไวยากรณ์แทรกคําคุณศัพท์ในประโยคคําลักษณนามผิดบ่อยครั้ง
อภิปรายผลการวิจัย
ผลจากการวิเคราะห์“การศึกษาข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามในภาษาจีนกลางในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทยและข้อเสนอแนะ”ตามที่ได้อภิปรายในข้างต้นแล้วนั้นเป็นข้อมูลนําสู่บทสรุปของการวิจัยดังนี้บทความเรื่องนี้เป็นงานศึกษาข้อผิดพลาดจากนักศึกษาชั้นปีที่1 และปีที่2 สาขาวิชาภาษาจีนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยผู้เขียนเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน โดยเล็งเห็นว่าระดับการเรียนภาษาจีนกลางของนักศึกษาชาวไทยในแต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน อาจสะท้อนข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติออกมาไม่เหมือนกัน ส่งผลให้บทความเรื่องนี้มีความโดดเด่นในด้านกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษาเพื่อระบุสาเหตุข้อผิดพลาดทางด้านไวยากรณ์จีนและนําเสนอหลักการเชิงเปรียบเทียบมาเป็นความรู้นําไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน จากการวิเคราะห์การใช้คําลักษณนามในภาษาจีนกลางในด้านโครงสร้างไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทยพบว่าข้อผิดพลาดของนักศึกษาที่พบมากที่สุดคือข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทยที่เกิดจากการเรียงลําดับรูปโครงสร้างประโยครองลงมาคือข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทยที่เกิดจากคําขาดหรือตกหล่น ซึ่งข้อผิดพลาดทั้งสองประเด็นนี้เกิดจากสาเหตุที่ผู้เรียนได้รับอิทธิพลการถ่ายโอนเชิงลบของภาษาแม่ไปสู่ภาษาที่สองแต่อิทธิพลดังกล่าวกลับไม่เป็นผลกับข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ของนักศึกษาชาวไทยที่เกิดจากการใช้คําเกินสาเหตุสําคัญคือนักศึกษาไม่สามารถเรียนรู้รูปโครงสร้างไวยากรณ์ที่สามารถแทรกคําคุณศัพท์ในประโยคคําลักษณนามจีนกลางได้อย่างแม่นยํา
คำสำคัญ
คําลักษณนามจีน
วิเคราะห์ข้อผิดพลาด
นักศึกษาชาวไทย
นิยามคำศัพย์เฉพาะ
ข้อผิดพลาดที่เกิดจากคําขาดหรือตกหล่น
ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการละเว้นโดยไม่ได้ใส่คําลักษณนามจีนในตําแหน่งที่เหมาะสมทําให้รูปโครงสร้างประโยคไม่สมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์จีน
ข้อผิดพลาดเรียงลําดับรูปโครงสร้างประโยค
ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเลือกใช้คําลักษณนามที่วางตําแหน่งในรูปโครงสร้างหรือส่วนประกอบต่างๆในประโยคไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์จีน
ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการใช้คําเกิน
ข้อผิดพลาดที่เกิดจากการเพิ่มตําแหน่งคําศัพท์ที่เกินมา ทําให้รูปโครงสร้างหรือส่วนประกอบต่างๆในประโยคไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์จีน
แนวคิดการวิจัย
1.การวิเคราะห์ข้อผิดพลาด
ส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของผู้เรียนที่ใช้ภาษาที่สองไม่ถูกต้อง เพื่อระบุหาสาเหตุและวิเคราะห์ข้อผิดพลาดของผู้เรียนในเชิงลึกได้แบ่งคํานิยามการใช้คําผิดของภาษาไว้อีกหนึ่งชนิด คือความผิดพลาด(失误) ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับภาษาพูดและภาษาเขียน แต่อยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ สามารถปรับแก้ไขให้ถูกต้องได้ด้วยตัวเอง เช่น ผู้พูดต้องการพูดว่า“ลําดับที่ 1”แต่เนื่องด้วยผู้พูดอยู่ในสถานการณ์ตื่นเต้นเป็นกังวลกลับพูดขึ้นว่า“ลําดับที่ 2”ความผิดพลาดในลักษณะนี้คือความผิดพลาดในลักษณะส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งซึ่งสุดท้ายผู้พูดก็จะปรับแก้ไขให้ถูกต้องได้ด้วยตัวเอง
2.การถ่ายโอนทางภาษา
การถ่ายโอนภาษาเป็นรูปแบบหนึ่งที่ผู้เรียนนําเอากฎเกณฑ์ของภาษาแม่มาใช้กับการเรียนภาษาที่สองการถ่ายโอนภาษาสามารถแบ่งเป็น2ลักษณะด้วยกันคือ การถ่ายโอนในเชิงบวก(positive transfer –正迁移) และการถ่ายโอนในเชิงลบกล่าวคือ ขณะที่ผู้เรียนเรียนภาษาที่สองได้รับอิทธิพลในเชิงบวกจากภาษาแม่ ซึ่งเป็นตัวช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากภาษาใหม่ได้ง่ายขึ้น กระบวนการนี้เรียกว่า“การถ่ายโอนในเชิงบวกที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาแม่”แต่ถ้าในขณะที่ผู้เรียนเรียนภาษาที่สองได้รับอิทธิพลในเชิงลบจากภาษาแม่ นําเอาแผนภาพของภาษาแม่มาใช้ทําให้ภาษาผิดหลักไวยากรณ์หรือเกิดการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกระบวนการนี้เรียกว่า“การถ่ายโอนในเชิงลบที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาแม่”
ข้อเสนอแนะ
จากการวิเคราะห์บทความข้างต้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า บทความนี้สามารถต่อยอดในประเด็นการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามในภาษาจีนกลางของนักศึกษาชาวไทยโดยเน้นประเด็นศึกษาความแตกต่างระหว่างภาษาและปริชาน โดยสามารถแตกประเด็นข้อผิดพลาดออกเป็นองค์ความรู้ในเรื่องข้อผิดพลาดการใช้คําลักษณนามเข้าคู่ (名量搭配偏误) และเชื่อมโยงกับแนวคิดและทฤษฎีภาษาศาสตร์ปริชาน (cognition –认知) ซึ่งเป็นภาษาศาสตร์แขนงหนึ่งที่มุ่งวิเคราะห์ความนึกคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล รวมทั้งวิเคราะห์ความรู้ต่างๆที่เกิดจากกระบวนการสร้างมโนทัศน์ของผู้เรียนได้อีกด้วย
กิตติกรรมประกาศ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานดุษฎีนิพนธ์ในบทที่4หัวข้อเรื่อง“泰国学生学习汉语名量词偏误分析及教学建议”โดยหยิบยกตารางผลการวิเคราะห์ออกมานําเสนอบางส่วนจากนั้นต่อยอดกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาดคําลักษณนามจีนในด้านไวยากรณ์ภาษาจีนตามแนวคิดของนักภาษาศาสตร์ชาวจีนเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ข้อผิดพลาดให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น