Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความหมายของปรัชญาการศึกษา, ปรัชญา เป็นคำที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ…
-
ปรัชญา เป็นคำที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ทรงบัญญัติขึ้นจากคำว่า Philosophyเป็นคำในภาษาสันสกฤต ตรงกับคำบาลีว่า ปัญญาเป็นคำปรัชญาที่มาจากรูปศัพท์ 2 คำ คือ ปร และ ชญา คำว่า ปร แปลว่า ประเสริฐ และ ชญา แปลว่า ความรู้ ดังนั้น ปรัชญา หมายถึง ความรู้อันประเสริฐ เป็นความเชื่อพื้นฐานที่ใช้เป็นหลักในการกำหนดแนวการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน
-
-
- ปรัชญาการศึกษาช่วยในการตั้งคำถามที่ลึกซึ้งปรัชญาการศึกษาหรือปรัชญาทั่วไปก็ตามมีหน้าที่ที่มีคุณค่ายิ่งอยู่ก็คือการตั้งคำถามนักปรัชญาการศึกษาหรือการเรียนปรัชญาการศึกษาคือการตั้งข้อสงสัยต่อแนวคิดและกิจกรรมต่างๆ ของการศึกษา
- ปรัชญาการศึกษาช่วยให้เกิดความเข้าใจการศึกษาปรัชญาการศึกษาจะช่วยให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจต่อแนวคิดและกิจกรรมทางการศึกษาที่เป็นอยู่ชัดเจนขึ้น
- ปรัชญาการศึกษาขจัดความไม่สอดคล้องต้องกัน มีความขัดแย้งหรือความไม่สอดคล้องต้องกันอยู่เสมอในวงการศึกษา เช่น จุดมุ่งหมายต้องการเสริมสร้างประชาธิปไตยแต่บทเรียนบอกว่าต้องเชื่อฟังครูทุกอย่าง โต้แย้งครูไม่ได้ หรือหลักสูตรมุ่งพัฒนาความสามารถและความสนใจเฉพาะบุคคล แต่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกวิชาได้เลย สิ่งเหล่านี้มีมากและพบเห็นเสมอในการศึกษา นักปรัชญาการศึกษาหรือคนที่อบรมทางการศึกษาจะต้องมองปัญหานี้ให้ชัดและขจัดความขัดแย้งกันเองนี้ให้ได้ การศึกษาจึงจะดำเนินไปได้ด้วยดี
- ปรัชญาการศึกษาจะช่วยให้เห็นภาพรวม(Seeing Relationship) ปรัชญาการศึกษาจะช่วยให้ผู้ศึกษาเห็นความสัมพันธ์และความสำคัญต่อกันของแนวคิดและกิจกรรมต่างๆ ทางการศึกษา ดังที่มีคนพูดว่า เราควรจะเห็นป่าทั้งหมดและรู้จักต้นไม้แต่ละต้นพอควร ไม่ใช่รู้จักต้นไม้เพียงต้นเดียวปรัชญาการศึกษาจะช่วยให้ผู้ศึกษามองเห็นภาพของการศึกษาทั้งหมด
- ปรัชญาการศึกษาช่วยเสนอแนวคิดใหม่จากการตั้งปัญหาหาภาพรวม ทำความชัดเจนและขจัดความกำกวมต่างๆ นั้นแล้วย่อมเป็นการง่ายที่จะเสนอแนวคิดและแนวทางใหม่ ปรัชญาการศึกษาจึงจะช่วยเสนอแนวคิดและกิจกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการศึกษาได้โดยง่าย
-
- ปรัชญาการศึกษาสัจวิทยานิยมหรือนิรันตรนิยม (Perennialism)เป็นปรัชญาการศึกษาที่ได้รับอิทธิพลจากปรัชญาพื้นฐานกลุ่มจิตนิยมเชิงเหตุผล (Rational idealism) และกลุ่มวัตถุนิยมเชิงเหตุผล (Rational Idealism) ทั้ง 2 กลุ่ม ถือว่าความมีเหตุผลเป็นลักษณะสูงสุดของมนุษย์ คำว่า นิรันตร หมายถึง สิ่งซึ่งคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร ซึ่งสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงและมีคุณค่าทุกยุคทุกสมัยก็คือคุณค่าของเหตุผลและคุณค่าของศาสนา ดังนั้น การศึกษาตามปรัชญาการศึกษานี้จึงหมายถึงกระบวนการพัฒนามนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่แท้จริง สมบูรณ์ด้วยเหตุผล นักปรัชญาการสิทธินิรันตรนิยมที่บุกเบิกคือ โรเบิร์ต เอ็มฮัทชินส์ (ค.ศ. 1899-1979) เป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอุดมศึกษา

โรเบิร์ต เอ็มฮัทชินส์
- ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม(Essentialism) เป็นปรัชญาการศึกษาที่ยึดปรัชญาพื้นฐาน 2 กลุ่ม คือ ปรัชญาจิตนิยม และปรัชญาสัจนิยม คำว่า สารัตถนิยม หมายถึง เนื้อหาสาระแก่นสารที่จำเป็นหรือเนื้อหาที่สำคัญ นักปรัชญากลุ่มนี้ที่ได้รับการยอมรับคือ ศาสตราจารย์ฮิเลียม ซี แบกเลย์ แห่งมหาวิทยาลัยมิซิแกน ซึ่งปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยมยึดถือสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของสังคมเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ซึ่งสาระที่จำเป็นขาดไม่ได้ คือมกดกทางวัฒนธรรมของสังคม ได้แก่ ความรู้ ทักษะ เจตคติ ค่านิยม และวัฒนธรรม เป็นต้น

ศาสตราจารย์ฮิเลียม ซี แบกเลย์
- ปรัชญาการศึกษาพิพัฒนนิยม(Progressivism) เป็นปรัชญาการศึกษาที่มาจากปรัชญาพื้นฐานกลุ่มเสรี (Pragmatism) คำว่า พิพัฒนา หรือ Progressive หมายถึง ความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไม่หยุดอยู่กับที่ ปรัชญาการศึกษานี้เชื่อว่า สาระสำคัญและสภาวะความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลายไม่คงที่ แต่จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การศึกษาจึงต้องเปลี่ยนไปตามสภาพการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย เพื่อจะได้ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ เข้าใจชีวิตและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นักปรัชญาที่บุกเบิกปรัชญาการศึกษานี้ ได้แก่จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) วิลเลียม เจมส์ (William James) และชาร์ลส์ เพร์ช (Charles S. Peirce) สำหรับจอห์น ดิวอี้ เป็นชาวเวอร์มอนท์ (Vermont) เป็นคนสำคัญของปรัชญาการศึกษาแบบ Progressivism และได้เขียนหนังสือที่มีชื่อเสียงใน ค.ศ.1916 คือ Democracy and Education
-
- ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม(Reconstructionist) เป็นปรัชญาการศึกษาที่มีพื้นฐานมาจากปรัชญาประสบการณ์นิยม (Experimentalism) ผสมผสานกับปรัชญาการศึกษาที่พัฒนาการนิยม (Progressivism) คำว่า ปฏิรูป หรือ Reconstruction หมายถึง การสร้างขึ้นใหม่หรือทำขึ้นใหม่ เป็นปรัชญาการศึกษาที่มุ่งเน้นการปฏิรูปสังคมขึ้นมาใหม่ ต้องระลึกว่าสังคมปัจจุบันนี้มีปัญหามากมายจึงต้องมุ่งจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ความคิดมาช่วยกันแก้ปัญหาสังคมและสร้างสรรค์สังคมให้ดีกว่าเดิม ซึ่งยอร์ช เอส เคาทส์ และธีโอคอร์ บราเมลด์ (Theodore Brameld) เป็นผู้นำคนสำคัญของปรัชญาการศึกษานี้ ยอร์จ เอส เคาทส์สอนอยู่ใน Teacher College มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ช่วง ค.ศ. 1927-1959 เคยเป็นสมาชิกคนสำคัญของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยความมีเสรีภาพของชนชาวอเมริกัน ตั้งแต่ ค.ศ. 1940-1973 และผลงานที่เป็นอมตะของเขาใน ค.ศ.1932 คือ Dare the schools build a new social order? เขากล่าวว่า สถานศึกษาจะทำงานไม่สมบทบาทเลยถ้าไม่ได้ลงไปช่วยแก้ปัญหาความยากจนและความรุนแรงในสังคมนอกจากนี้ เขาเคยแข่งขันเป็นวุฒิสภาใน ค.ศ.1952 แต่ล้มเหลว

ธีโอคอร์ บราเมลด์
- ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวนิยม(Existentialism) เป็นปรัชญาการศึกษาที่น าพื้นฐานของปรัชญาแนวมนุษยนิยม (Humanism) มาใช้โดยยกย่องมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใด เน้นความเป็นตัวของตัวเองเพื่อให้ผู้เรียนรู้จักเลือกและรับผิดชอบทางเลือกตัวเอง (Responsible for his own fate) ผู้มีอิทธิพลในปรัชญาการศึกษานี้คือ เอ เอส นีล (A.S. Neil) (ค.ศ. 1883-1973)

เอ เอส นีล
-
ความคิดเรื่องปรัชญาการศึกษาของไทยค่อนข้างสับสน ในบางครั้งเมื่อเราพูดถึงปรัชญาการศึกษาเราก็มักจะนึกถึงปรัชญาที่ใช้อยู่ในด้านการเมืองและการปกครอง จนกระทั่งนักการศึกษาและนักเศรษฐกิจการศึกษาท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “ปรัชญาการศึกษาของไทยทุกยุคทุกสมัยดำเนินตามนโยบายการปกครองประเทศ” ในอดีตประเทศเราปกครองประเทศด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และแม้จะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกของคนไทยโดยทั่วไปยังยึดมั่นอยู่ในตัวผู้มีอำนาจในการปกครองอยู่นั่นเอง ประกอบกับนโยบายและวิธีการจัดการศึกษาสมัยก่อนนำมาจากยุโรปซึ่งเป็นแบบที่เรียกว่า อัตตาธิปไตย (Authoritarianism) ปรัชญาการศึกษาแบบนี้ถือว่า สังคมสำคัญกว่าตัวบุคคล การจัดการศึกษาจึงยึดถือเอาสังคมเป็นหลัก หลักสูตรก็ดี การสอนก็ดี มุ่งเพื่อยกระดับสังคมเท่านั้น ไม่ได้คำนึงถึงแต่ละบุคคล นอกจากนั้นปรัชญาการศึกษาแบบนี้ยังถือว่าเด็กๆ ทุกคนเกิดมาบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว จะย้อมให้เป็นสีอะไรก็ได้ ปรัชญาการศึกษาอีกแบบหนึ่งเรียกกันว่า ลัทธิตามสบาย (Lessez Faire) เข้าใจกันว่าลัทธินี้เกิดขึ้นตอนก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติกลางเมืองในประเทศฝรั่งเศส เป็นลัทธิปรัชญาที่เชื่อว่าบุคคลมีความสำคัญกว่าสังคม ดังนั้นเมื่อยึดถือปรัชญานี้บุคคลจึงทำตามใจตนเอง ยึดถือตนเองเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงสังคม ทำให้เกิดการปล่อยปละละเลยในกิจการด้านสังคม