Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ข้อสะโพกเคลื่อนหลุดในเด็ก (Dislocation of the Hip) - Coggle Diagram
ข้อสะโพกเคลื่อนหลุดในเด็ก (Dislocation of the Hip)
พยาธิสภาพ
พยาธิสภาพของโรคนี้คือ การที่มีหัวกระดูกต้นขาอยู่นอกเบ้านาน การเกิดกระดูกส่วนหัวกระดูกต้นขาจะโตช้า คอกระดูกต้นขาจะชี้ไปทางด้านหน้ามากกว่า ๒๕ องศา นอกจากนี้เบ้ากระดูกสะโพกก็จะตื้น และเอียงมาก ทำให้เอาหัวกระดูกเข้าที่ไม่มั่นคง มีอาการหลุด เป็นซ้ำได้ง่าย ขอบกระดูกอ่อนของข้อมักจะพับเข้าไปในแอ่ง ทำให้ขัดขวางเมื่อจะดึงงัดหัวกระดูกให้เข้าที่จะดึงไม่ได้โดยสะดวก โดยการพับของขอบดังกล่าว เอ็นรอบข้อกระดูกยืดยาวออก ทำให้ข้อหลวมในที่สุด
อาการและอาการแสดง
แก้มตะโพกจะย้อยไม่เท่ากัน
ขาอาจยาวไม่เท่ากัน ในรายที่ข้อตะโพกหลุดอาจมีขาสั้น หลังแอ่น ท้องโย้ เพื่อช่วยในการทรงตัว เด็กที่ขาสั้นอาจทำให้ขายาวหรือสั้นเข้าไปได้คล้ายกล้องโทรทรรศน์สมัยก่อน
อาจมีอาการเดินกะเผลก
เด็กจะเดินได้ช้ากว่าเด็กทั่วไป ท่าเดินอาจคล้ายท่าเดินของเป็ด
การวินิจฉัย
ในทารกแรกเกิด - 6 เดือน
อาจใช้วิธีตรวจ เช่น จับเด็กนอนหงาย จับงอข้อสะโพกและชันเข่าขึ้น 2 ข้าง พร้อมๆกัน ถ้าเข่าด้านใดด้านหนึ่ง ต่ำกว่า ให้สงสัยว่าอาจมีข้อสะโพกเคลื่อนหลุดได้
ดันสะโพกไปด้านหลังว่าหลุดหรือไม่ หรือกางขาว่าสะโพกที่หลุดเข้าที่หรือไม่ อาจพบมีรอยย่นของผิวหนังที่ขอบในของต้นขา
ข้อสะโพกกางได้น้อยลงทำให้ใส่ผ้าอ้อมลำบาก
อาจสังเกตเห็นขายาวไม่เท่ากัน
อายุเกิน 6 เดือน
หากดูจากภาพรังสีจะเห็นหัวกระดูกสะโพก ได้ชัดเจน และเห็นได้ว่าข้อสะโพกหลุด
ในเด็กโตที่กำลังหัดเดิน หรือเดินไนด้แล้ว
จะสังเกต พบว่าเดินกะเผลก ซึ่งต้องแยกจากภาวะขายาวไม่เท่ากัน
การรักษา
แรกเกิด – 6 เดือน หากตรวจพบในระยะนี้ แพทย์จะทำการรักษาด้วยการใช้สายรัด (Pavlik Harness) ที่ดึงให้ขาทารกอยู่ในท่ากบ หรือไฟเบอร์กลาสที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่า เพื่อจัดให้หัวกระดูกสะโพกเข้าสวมในเบ้าตามปกติและมีพัฒนาของข้ออย่างเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะใส่ไว้ตลอดเวลา ระยะที่ใส่ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของทารกแต่ละคน
6 เดือนขึ้นไป หากการรักษาระดับแรกไม่สำเร็จ แพทย์จะทำการรักษาด้วยการดึงข้อสะโพกเข้าที่ ภายในห้องผ่าตัด ตามด้วยการใส่เฝือกแข็ง (Hip Spica Cast) โดยใช้เอกซเรย์ หรือ CT SCAN หรือ MRI เพื่อสังเกตอาการควบคู่ไป
ในเด็กโตทีมีอายุเกินกว่า ๑๐ ปี ไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ (การเติบโตของสะโพกสิ้นสุดที่อายุ ๘ ปี)
1 ปีขึ้นไป ในระยะนี้จะได้รับการผ่าตัดใหญ่ เพื่อปรับแต่งและจัดให้กระดูกสะโพกเข้าเบ้า อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งแพทย์จะผ่าตัดเพื่อตกแต่งกระดูกพร้อมใส่แผ่นเหล็กดามไว้ ซึ่งหลังการผ่าตัดต้องใส่เฝือกแข็งหลายเดือน และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุ
สาเหตุของโรค ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่
ทางกรรมพันธุ์
เกิดจากที่มีฮอร์โมนในเพศหญิง คือ รีแลกซิน ทำให้เอ็นและข้อหย่อนตัวทั่วไป
อาจเกี่ยวกับท่าของตะโพกในครรภ์ก็มีความสำคัญ คือ ในการคลอดที่เด็กเอาก้นออกก่อน พบว่ามีอุบัติการข้อตะโพกหลุดสูง
ความผิดปรกติทางกายวิภาคที่เกิดแก่เบ้าตะโพกและหัวกระดูกต้นขามีความเจริญผิดปรกติไป