Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Case กรณีศึกษา LR รพ.สิชล มารดาชาวพม่าอายุ 21 ปี การวินิจฉัยการตั้งครรภ์ …
Case กรณีศึกษา LR รพ.สิชล
มารดาชาวพม่าอายุ 21 ปี การวินิจฉัยการตั้งครรภ์
G1P0A0 , GA= 40+1 by u/s , GDMA2 with PROM c/s due to fetal macrosomia
แรกรับที่ห้องคลอด
4.30 น.ถุงน้ำคร่ำแตกไหลทางช่องคลอด
6.30 น. ฉีด RI
6.40 น. รับประทานขนมและนม
7.30 น. เจ็บท้องมากขึ้น
8.00 น. มาพบหมอที่โรงพยาบาลสิชล
8.25 น. admit LR รพ สิชล
v/s T 36.5 องศาเซลเซียส ,PR 84 bpm ,RR=20 bpm
BP=154/133 mmHg
PV Dilatation 2 cm, Efface 75% ,position OL,
FHS 140 bpm ,contraction D= 2’ , I=10” ,Intensity =+1 , HF =37 cm
9.30 น. DTX =150 mg%
10.20 น. On acetar 1,000 ml ,on foley’s cath ,ultrasounds EFW = 4,000g
12.00 น. set c/s due to fetal macrosomia
13.10 น. ทารกคลอดเพศชายน้ำหนัก 4,675 g APGAR SCORE 9,10,10 , BT 37.3 c HR= 54 bpm BP=73/35 mmHg ,PR 110 bpm , o2 sat =92% ,
DTX =58% ,wall suction AF clear
13.40 น. ย้ายทารก LR DTX =52% ,RR=50bpm, O2sat =92% , on O2 box 5 LPM ,OG Feeding 30 ml, early feed
14.20 น. DTX = 43% ,RR 50 bpm , O2 sat =98%
ประวัติการเจ็บป่วยในปัจจุบัน
เจ็บครรภ์มีน้ำเดิน 4 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ครั้งที่ 1 วันที่ 3 กันยายน 2563
หญิงชาวพม่า
หมู่เลือด AB Rh Positive
Hb = 14.3 g/dL
Normal
Htc = 44 %
Normal
MCV = 81 fL
Normal
MCH 27
Normal
HbsAg EIA = Non-Reactive
Normal
Anti HIV ELISA = Non-Reactive
Normal
VDRL = Non- Reactive
Normal
ชายขาวพม่า
หมู่เลือดA Rh-
Hb = 11.0 g/dL
Mild anemia
Htc = 46%
Normal
MCV = 81 fL
Normal
MCH 26
ต่ำเล็กน้อย
HbsAg EIA = Non-Reactive
Normal
Anti HIV ELISA = Non-Reactive
Normal
VDRL = Non- Reactive
Normal
ครั้งที่ 2 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564
Htc = 37 %
Normal
Anti HIV ELISA = Non-Reactive
Normal
VDRL = Non-Reactive
Normal
Hematology
Hb =14g/dL
Normal
Hct = 43 %
Normal
RBC = 5.42*10^6 cell/mm3
Normal
RDW = 14.1 %
Normal
MCV=78fL
เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กเล็กน้อย
MCH =26 pg
ต่ำเล็กน้อย
MCHC = 33 g/dl
Normal
WBC = 11,770 cell/mm3
Normal
Neutrophils = 70 %
Normal
Lymphocyte = 27 %
Normal
Monocyte =3 %
Normal
Eosinophils = 0%
Normal
Basophils = 0%
Normal
Platelet Count = 273,000%
Normal
ประวัติการตั้งครรภ์ในปัจจุบัน
ฝากครรภ์ครั้งแรกวันที่ 27 สิงหาคม 2563 อายุครรภ์ 8 wsk
LMP ไม่ทราบวันที่ชัดเจน
EDC 7 เมษายน 2564
ยาที่รับประทานระหว่างตั้งครรภ์
CaCO3
Pregnancy Category C
กลุ่มยา : Mineral
ข้อบ่งใช้ : เสริมหรือทดแทนแคลเซียม
อาการข้างเคียง : สับสน หงุดหงิดง่าย ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
triferdine
กลุ่มยา : วิตามินและเกลือแร่
ข้อบ่งใช้ : ป้องกันการขาดไอโอดีน ธาตุเหล็กและกรดโฟลิกในหญิงต้ังครรภ์
อาการข้างเคียง : ผื่นแดง ปวดท้อง อาเจียน หายใจไม่สะดวก (ควรหยุดยา) และปรึกษาแพทย์ อาจทำให้ท้องผูก ท้องเสีย อุจจาระสีดำและจุกแน่น
RI
อาการและอาการผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์
GA 13+1 WSK, ตรวจพบเจอ myoma at anterior uterus
กดเบียดมดลูก
คัดกรองเบาหวานขณะต้ังครรภ์
GA 21+1 WSK, ตรวจ 50 g GCT = 140 mg% ครั้งที่ 1
GA 27 WSK, ตรวจ 50 g GCT = 183 mg% ครั้งที่ 2
GA 31 WSK, ตรวจ 100 g GCT = 108, 188, 168, 127 mg%
GDM A2
มีการส่งผ่านน้ำตาลจากกระแสเลือดของมารดา
ไปยังทารกผ่านทาง placenta
Fetal hyperglycemia
ทารกมีการหลั่ง insulin, insulin like growth factor (ฮอร์ฮอร์โมนที่มีโครงสร้างคล้าย insulin) และ growth hormone
มีการเพิ่มการสะสมไขมันในทารก (more total body fat)
Fetal macrosomia
2 more items...
เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง/ต่ำและเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์
กิจกรรมการพยาบาล
ควบคุมอาหารให้ได้รับแคลอรี่ วันละ 30-35 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม โดยให้ได้แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรต ร้อยละ 55 ,โปรตีน ร้อยละ 20 และไขมัน ร้อยละ 25 จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดดีโตนดั่งในเลือด
แนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวที่สำคัญในการควบคุมเบาหวาน เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
ให้รับประทานอาหารที่มีแคลอรี่อย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกายต้องการในแต่ละวันในผู้ป่วย ในผู้ป่วยรายนี้คือ 2,500 kcal/day
แนะนำให้งดอาหารที่มีน้ำตาลสูงเพื่อจำกัดจำนวนน้ำตาลที่เข้าสู่ร่างกาย ได้แก่ น้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้นหวาน ขนมหวานต่างๆ น้ำหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน องุ่น มะม่วงสุก เป็นต้น
แนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้หลอดเลือดฝอยของกล้ามเนื้อที่กำลังทำงานถูกเปิด กลูโคสถูกนำไปใช้มากขึ้นและอินซูดินดูดซึมได้เร็วขึ้น ต้องระวังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อรู้สึกเหนื่อยต้องพัก โดยมีหลักการออกกำลังกายดังนี้
เริ่มออกกำลังกายในระยะเวลาสั้น แต่สม่ำเสมอ แบ่งทำวันละ 3-4 ครั้งครั้งละ 5-10 นาที
ทำทุกขั้นตอนของการบริหาร จากการออกกำลังกายท่าที่ง่ายไปท่าที่ยาก เพื่อให้ร่างกายมีการเผาผลาญของเซลล์ระดับกล้ามเนื้อ ตามระยะของการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
ไม่ควรออกกำลังกายเมื่อรู้สึกไม่สบาย เช่น ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว เหนื่อยมาก หายใจไม่สะดวก ทารกในครรภ์ดิ้นมาก หรือน้อยผิดปกติ
ตรวจชีพจรหลังออกกำลังกาย โดยชีพจรหลังการออกกำลังกายไม่ควรเกิน 120 ครั้ง/นาที
แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์เห็นความสำคัญของการมาตรวจตามนัด เพื่อการตรวจประเมินอาการและให้การรักษาพยาบาลได้อย่างเหมาะสม
แนะนำภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้และการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ ปัสสาวะแสบขัด เป็นต้น ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรมารับการตรวจทันที เพราะอาการต่างๆ เหล่านี้ อาจทำให้การควบคุมเบาหวานได้ไม่ดีพอ เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
แนะนำเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะสืบพันธุ์ เพราะขณะตั้งครรภ์ผิวหนังแห้งเกิดแผลได้ง่าย มีตกขาวมากและปัสสาวะบ่อย จะทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อได้ง่าย และให้การรักษาความสะอาดและป้องกันการเกิดบาดแผลที่เท้า เพราะมีการไหลเวียน โลหิตที่อวัยวะส่วนปลายไม่สะดวก ทำให้เกิดการตายของเซลล์และเป็นแผลได้ง่าย ควรแช่เท้าในน้ำอุ่นวันละ 5 นาที ร่วมกับการบริหารเท้าเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
แนะนำให้นับการดิ้นของทารกในครรภ์ โดยการนับการดิ้นของทารกในครรภ์ หลังรับประทานอาหารแต่ละมื้อ นั่งพักและนับการดิ้นของทารกนาน 1 ชั่วโมง ถ้าได้ 3 ครั้งขึ้นไปถือว่าปกติ แต่ถ้าน้อยกว่า 3 ครั้งให้นับต่อไปอีก 1 ชั่วโมง ในอีก 1 ชั่วโมงหลัง ทารกควรดิ้นไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง ถ้าน้อยกว่า 4ครั้งหรือนับจนครบหลังอาหาร 3 มื้อ รวมกันแล้วน้อยกว่า 10 ครั้ง แสดงว่าทารกอาจมีภาวะผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
ขาดความรู้ความเข้าใจในการควบคุมอาหารขณะตั้งครรภ์
กิจกรรมทางการพยาบาล
ให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดภาวะโภชนาการเกิน พฤติกรรมการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการของร่างกาย
แนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ของหวาน เป็นต้น
แนะนำให้รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ ไม่รับประทานอาหารจุกจิก อาหารที่มีรสจัด เพื่อป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน
แนะนำวิธีการปรุงอาหารที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนจากการทอดมาเป็น ต้ม นึ่ง ย่าง และอบ เพื่อลดการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง
แนะนำการออกกำลังกาย เช่น การนั่งกระดกปลายเท้า การยกหรือกางแขนออก การแกว่งแขน การเดินเล่น การทำโยคะ เป็นต้น โดยแนะนำให้ออกร่ายกายอย่างน้อย วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและเผาผลาญไขมัน
แนะนำให้มาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำ เพื่อติดตามและตรวจสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์
รายงานการคลอด
ระยะที่ 1
น้ำเดิน 4 ชั่วโมงก่อนมารพ
PV Dilatation 2 cm, Efface 75% ,position OL, FHS 140 bpm ,contraction D= 2’ , I=10” ,Intensity =+1 , HF =37 cm
ถุงน้ำทูหัวรั่ว เวลา 8.00 น
เวลา 4.00 น. DTX =150 mg%
on Acertar 1,000 ml
ระยะที่ 2
มีภาวะแทรกซ้อน tongue-tie
PROM 9 ชม.
วิธีการคลอด c/s ข้อบ่งชี้ Fetal macrosomia under SA
เวลา 13.10 น. คลอดทารกเพศชายน้ำหนัก 4,675 g APGAR SCORE 9,10,10 , BT 37.3 องศาเซลเซียส RR= 54 bpm BP=73/35 mmHg ,PR 166 bpm , o2 sat =92% , DTX =58% at 13.10 น. , DTX = 43 % at 14.10 น.
ส่งเสริมสายสัมพันธ์แม่-ลูก (bonding & attachmen)
กิจกรรมทางการพยาบาล
แจ้งให้มารดาทราบถึงเพศ เวลาเกิดของทารกทันทีหลังคลอดเพื่อสร้างสัมพันธ์ตั้งแต่วันแรกท่ีทารกคลอด และให้มารดาดูเพศทารก
ดูแลนำผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้มารดา เพื่อช่วยให้มารดาสดชื่น หายจากอาการอ่อนเพลียและตื่นมากขึ้น พร้อมต่อการทำ bonding & attachment
ดูแลจัด Position ให้มารดานอนศีรษะสูงเล็กน้อย นำทารกมาให้มารดาโอบกอด โดยนำทารกวางบนหน้าท้องหรือระหว่างเต้านมทั้ง 2 ข้างของมารดา และให้มารดาและทารกสัมผัสกันโดย skin-to-skin contact และ eye-to-cye contact โดยแกะผ้าอ้อมบริเวณหน้าอกทารกออก นำทารกคว่ำบนหน้าอกมารดาที่เปิดผ้าไว้
นำป้าย duo band มาผูกข้อมือมารดาและทารกขณะที่ทารกอยู่บนหน้าอกมารดา โดยแจ้งให้มารดาทราบว่าป้าย duo band สีฟ้าหมายถึงทารกเพศชาย สีชมพูหมายถึงทารกเพศหญิง และป้าย duo band ของมารดาและทารกจะมีรหัสหมายเลขเดียวกัน เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ความผูกพัน
ประเมินพฤติกรรมการแสดงออกของมารดาต่อทารกเพื่อส่งเสริมให้มีการสร้างสายสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ
ระยะที่ 3
tongue-tie
เส้นรอบศีรษะ OM = 43 cm, OE =37 cm, SOB = 36 CC
น้ำหนักรก 1,000 g
TBL = 200 ml
2 ชั่วโมงหลังคลอด
ทารก
ภาวะแทรกซ้อน ROS on O2 box 5 LPM
Hypoglycemia DTX =43% at 14.10 น.
on 10% DN 500 ml v 14 ml/hr
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content&view=article&id=1177:2015-11-16-03-22-09&catid=45&Itemid=561
https://th.theasianparent.com/%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%99-150-triferdine-150
http://www.pharmbma.com/drug-list/c/92-calcium-carbonate-tablet-1000-mg