การพยาบาลเด็กที่มีปัญหา
ทางระบบประสาท
7069F0BB-A9AB-4932-84F508BBC0136458_source

โรคทางระบบประสาท

ชักจากไข้สูง (Febrile convulsion)

ชักจากการมีไข้แต่ไม่ได้ติดเชื้อทางระบบประสาท

ชนิดของการชักจากไข้สูง

simple febrile seizure

complex febrile seizure

ระยะสั้น ไม่เกิน 15 นาที

ไม่เกิดการชักซ้ำ

ชักทั้งตัว

ชักเฉพาะที่ของร่างกาย

เกิดการชักซ้ำได้

สาเหตุ

การติดเชื้อในระบบต่างๆ

อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 38.5-39+ องศา

อาการและอาการแสดง

ตัวร้อน หน้าแดง มึนงงสับสน กระสับกระส่าย ร้องกวน

ลักษณะการชัก

ตัวแข็งหรือตัวอ่อน ชักเกร็ง
หรือกระตุก ไม่รู้สึกตัว

การรักษา

ระยะที่กำลังมีอาการชัก

ระยะหลังชัก

ชักเกิน 5 นาที ให้ยาระงับอาการชัก เช่น diazepam

ให้ยาลดไข้ ร่วมกับ เช่น ตัวลดไข้

ห้ามให้ยารับประทานตอนชัก

ซักประวัติตรวจร่างกายโดยละเอียด

ให้ยาป้องกันการชัก รับประทานทุกวันนาน 1-2 ปี

การพยาบาล

จัดท่านอนตะแคงศีรษะต่ำกว่าลำตัว ,suction

ไม่ผูกยึดเด็กขณะชักเพราะอาจเกิดข้อไหล่หลุดหรือกระดูกหัก

เช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้

ไม่ใส่ไม่กดลิ้นในปากเด็กเพราะฟันอาจหัก

วัดสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง

ระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขณะมีอาการชัก

เช็ดตัวนาน10-15นาที

ยาParacetamol

สังเกตและบันทึกระยะเวลาของการชักลักษณะการซัก

โรคลมชัก (Epilepsy)

สาเหตุ

อาการชักที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป

คลื่นไฟฟ้าของสมองถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก

ชักนานเกิน10นาที

ภาวะชักต่อเนื่อง(Status epilepticus)

ชนิดของอาการชัก

Generalized seizure

Partial seizure

คลื่นไฟฟ้าปล่อยออกมามากเกินไป อยู่ๆก็ชัก

ชนิดที่พบได้บ่อย

Clonic seizure

Atonic seizure

สูญเสียความดึงตัวของกล้ามเนื้อ

Absence seizure (Petit mal)

Infantile spam

Tonic seizure

เกร็งแข็ง ล้มลงถ้ายืนอยู่

กระตุกเป็นจังหวะ

Tonic clonic seizure

เกร็งก่อนแล้วมีการกระตุก

สูญเสียความดึงตัวของกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อหดตัวเป็นระยะสั้นๆ

ตากระพริบหรือตากระตุก

พบบ่อย

เด็กเล็กตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี

คือ งอศีรษะ ลำตัว แขนขา เข้าหากันช่วงระยะสั้นๆ แล้วคลายออกคล้ายสะดุ้ง

ซีกหนึ่งซีกใดของสมอง มีลักษณะการชักเฉพาะที่

ชนิดที่พบ

Complex partial seizure

Partial seizure evolving to secondary generalize seizure

Simple partial seizure

กระตุกหรือชาของแขนขา หน้า คอ ประมาณ 5-10 วินาที

มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

มีอาการ2ชนิดด้านบน ชักเกร็งและ/หรือกระตุกทั่วทั้งตัว

Unclassified epileptic seizure

ไม่สามารถจัดกลุ่มได้

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)

การวินิจฉัย

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง(electroencephalography : EEG)

ข้อวินิจฉัยการพยาบาล

บิดามารดามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชักของผู้ป่วยเด็ก

บิดามารดาขาดความรู้ในการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก

เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน

การพยาบาล

นอนตะแควไปด้านใดด้านหนึ่ง,ทำการดูดเสมหะ,คลายเสื้อผ้าให้หลวม,ให้O2

การพยาบาล

จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย,ไม่ให้อมไม้กดลิ้น,ไม่ผูกมัดแขนขาเด็ก

การพยาบาล

แนะนำการให้ยาและดูแลการทานยาให้ต่อเนื่อง

การพยาบาล

สร้างสัมพันธภาพกับบิดามารดาเด็ก,ร่วมกันวางแผนดูแลเด็ก

สาเหตุ

อักเสบ/ติดเชื้อ เยื่อหุ้มสมองไขสันหลัง

อาการและอาการแสดง

กระหม่อมโป่งตึง อาเจียน ชัก

อาการแสดงของการระคายเคืองของเยื่อหุ้มสมอง

ปวดศีรษะมาก ซึมลง

อาการที่แสดงว่ามีการติดเชื้อ เช่น มีไข้

Kernig’s sign ได้ผลบวก

คอแข็ง(Stiffness of neck)

Brudzins

น้ำไขสันหลังขุ่น สีคล้ายน้ำซาวข้าว

ความดันน้ำไขสันหลัง >180 mm.Hg.

การรักษา

การรักษาตามอาการ ให้ยาลดไข้ ให้ยานอนหลับ ให้ยากันชัก

ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำรักษาภาวะไม่สมดุลย์สารน้ำและอิเล็คโทรลัยท์

ให้ยาปฏิชีวนะที่สอดคล้องกับผลการเพาะเชื้อน้ำไขสันหลัง

ใช้เครื่องช่วยหายใจ

มีปัญหาการหายใจหรือหมดสติ

การป้องกัน ควรฉีดวัคซีน เช่น Hib vaccine , JE vaccine,BCG

ไข้สมองอักเสบ (Encephalitis)

สาเหตุ

เนื้อสมองผิดปกติเกิดจากการติดเชื้อไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส

Primary viral encephalitis

Secondary viral encephalitis

ไวรัสที่นำโดยแมลง

ไวรัสหัด ไวรัสหัดเยอรมัน ไวรัสอีสุกอีใส ไวรัสคางทูม

อาการและอาการแสดง

ปวดบริเวณต้นคอมาก คอแข็ง

หายใจไม่สม่ำเสมอ ซึมลง

ไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน

การเคลื่อนไหวผิดปกติ บางรายอาจมีอาการชัก

การรักษา

ให้ยาดังนี้ ยากันชัก เช่น Phenoberbital ยาที่ลดอาการบวมของสมอง ได้แก่ ยาสเตียรอยด์ เช่น dexamethasoneยา acyclovir

ยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ

การป้องกัน

การฉีดวัคซีน การฉีดป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อโรคหรือพาหะ

โรคสมองพิการ
(Cerebral Palsy)

ความบกพร่องของสมองส่วนที่ใช้ควบคุมกล้ามเนื้อ

ทำให้

เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับ
ท่าทางการทรงตัวการเคลื่อนไหว

สาเหตุ

2.ระยะคลอด

3.ระยะหลังคลอด

1.ระยะก่อนคลอด

มารดาขาดสารอหารขณะตั้งครรภ์

เกิดก่อนกำหนด/นน.แรกเกิดน้อย

การมีเลือดออกทางช่องคลอดของมารดา

การใช้ยาบางชนิดของมารดาขณะตั้งครรภ์

ได้รับอันตรายจากการคลอด

รกพันคอ

คลอดท่าก้น ใช้คีมดึงเด็ก

คลอดยาก

การได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ตัวเหลืองเมื่อแรกเกิด

การขาดออกซิเจนจากการจมน้ำ

เส้นเลือดที่สมองมีความผิดปกติ

การได้รับสารพิษ เช่น สารตะกั่ว ยาฆ่าแมลง

การติดเชื้อบริเวณสมอง

อาการและการแสดง

กลุ่มเกร็ง (Spastic)

กลุ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ (Dystonia)

อาการ

มีความผิดปกติครึ่งซีกหรือผิดปกติทั้งตัว

มีกล้ามเนื้อเกร็งเคลื่อนไหวได้ช้า

ทำให้

ควบคุมกล้ามเนื้อ คอ ลำตัว และแขน ขาไม่ได้

ไม่สามารถควบคุมให้อยู่นิ่งๆ

สีหน้า คอบิด แขนงอ หรือเหยียดเปะปะ

พูดลำบาก กลืนลำบาก

การรักษา

การให้ early stimulation เพื่อให้สมองส่วนต่างๆได้พัฒนา

การแก้ไขความผิดปกติของการรับรู้ที่สำคัญ

การทำกายภาพบำบัดของกล้ามเนื้อ

การแก้ไขความผิดปกติของระบบประสาทส่วนอื่น

การให้ยาคลายกล้ามเนื้อ

การให้คำแนะนำผู้ปกครองในการดูแลเด็กในชีวิตประจำวัน

ได้แก่ diazepam,baclofen

ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง(Hydrocephalus)

สไปนา ไบฟิดา (Spina Bifida)

หมายถึง

ภาวะที่มีการคั่งของน้ำไขสันหลังในกะโหลกศีรษะมากกว่าปกติ

ส่งผลให้

ความดันภายในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น

สาเหตุ

การอุดกั้นการไหลเวียนของน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง

ความผิดปกติในการดูดซึมน้ำไขสันหลัง

การผลิตน้ำไขสันหลังมากผิดปกติ

อาการและอาการแสดง

ความดันในกะโหลกศีรษะสูง (signs of increase intracranial pressure )

ตาทั้ง 2 ข้างกรอกลงข้างล่าง

เสียงเคาะกะโหลกเหมือนหม้อแตก

ตาพล่ามัว เห็นภาพซ้อน(diplopia)

หนังศีรษะบางและมองเห็นหลอดเลือดดำที่บริเวณใบหน้า

รีเฟลกซ์ และ tone ของขา2 ข้าง ไวกว่าปกติ

เด็กเล็ก กระหม่อมหน้าโป่งตึงกว่าปกติ

พัฒนาการทั่วไปช้ากว่าปกติ

ศรีษะโต/ หัวบาตร (cranium enlargement)

การวินิจฉัย

การตรวจด้วยการส่องไฟฉาย( transillumination test)

Transillumination test

Ventriculography

CT scan

Ultrasound

Head Circumference

การรักษา

ผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินน้ำไขสันหลัง

การให้ยาลดการสร้างน้ำไขสันหลัง (Diamox)

ผ่าตัดรักษาสาเหตุ

Ventriculo-peritoneal Shunt (V-P Shunt)

ผ่าตัดวางสายระบายผ่านหน้าท้อง

การพยาบาล

ก่อนผ่าตัด

อาจเกิดความดันในกะโหลกศีรษะสูงจากการคั่งของน้ำไขสันหลัง

การพยาบาล

วัดเส้นรอบวงศีรษะทุกวันเวลาเดียวกัน

จัดท่านอนศีรษะสูง 15-30 องศา

ประเมินอาการความดันในกระโหลกศีรษะสูง

ซึมลง ไม่ร่าเริง

ไม่ดูดนม

อาเจียนพุ่ง (Votmiting)

ร้องไห้เสียงแหลม

อาจเกิดแผลกดทับบริเวณศีรษะ

การพยาบาล

จัดปูที่นอนให้เรียบตึง

ตรวจสอบประเมินการเกิดแผลกดทับสม่ำเสมอ

รักษาความสะอาดของผิวหนัง

ให้นอนบนที่นอนนุ่ม ใช้หมอนนุ่มรองศีรษะไหล่เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ

เกิดภาวะขาดสารน้ำและอาหารจากการอาเจียนหรือดูดนมได้น้อย

การพยาบาล

ขณะให้นมอุ้มท่าศีรษะสูงเสมอ

หลังให้นมจับเรอไล่ลม

ดูแลให้รับนมน้ำครั้งละน้อยๆโดยแบ่งให้บ่อยครั้ง

ถ้าไม่เรียบจะกดหัวเด็ก

หลังผ่าตัด

การให้กำลังใจ

วัดและบันทึกสัญญาณชีพและประเมินอาการทางระบบประสาท

ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัด

สังเกตของภาวะแทรกซ้อนหลังทำผ่าตัด

พลิกตะแคงตัวและเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ

จัดท่านอน

ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง

วัดเส้นรอบท้อง หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรก

วัดเส้นรอบวงศีรษะทุกวัน

นอนตะแคง/ราบ หงายศีรษะสูงตรงข้ามกับด้านผ่าตัด

ป้องกันการกดทับลิ้นของท่อทางเดินน้ำไขสันหลัง

เพื่อ

เพื่อป้องกันการเกิดภาวะปอดอักเสบ

เพื่อ

ประเมินประสิทธิภาพการดูดซึมน้ำไขสันหลังที่ระบายจากเวนตริเคล

เพื่อ

ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของท่อระบายน้ำไขสันหลัง

กลุ่มอาการดาวน์ (Down ’s syndrome)

Guillain Barre ‘s Syndrome

ความหมาย

เป็นความผิดปกติของท่อระบบประสาทที่เจริญไม่สมบูรณ์

ทำให้

รอยต่อของกระดูกสันหลังไม่เชื่อมติดกัน

สาเหตุ

ภาวะทุพโภชนาการ

มารดาที่อายุน้อยหรือมากเกินไป

อาจเกิดจากมารดามีการติดเชื้อไวรัสในขณะตั้งครรภ์ ในระยะ 3 เดือนแรก

พยาธิสภาพ

ส่วนตัวของกระดูก หรือส่วนโค้งของกระดูกสันหลังปิดไม่หมด

การวินิจฉัย

161405.gif

300px-Spina-bifida

พบ Alphafetoprotien ในน้ำคร่ำสูง

การตรวจร่างกายทารกพบความผิดปกติ

การพยาบาล

ความผิดปกติ

มีรอยบุ๋มตรงกระดูกสันหลัง ขนขึ้นผิดปกติ

โตขึ้น

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ขับถ่ายผิดปกติ

การรักษา

การผ่าตัดเย็บปิดถุที่ยื่นออกมา

ก่อนผ่าตัด

หลังผ่าตัด

อาจเกิดการติดเชื้อ เนื่องจากถุงน้ำแตก

ดูแลถุงน้ำให้ชุ่มชื่น ระวังไม่ให้เกิดแผล

หมั่นตรวจสอบการฉีกขาด รั่ว

ไม่นุ่งผ้าอ้อม

ประเมินการติดเชื้อ

จัดท่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำ

อาจมีการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ

ทำ Crede’manuever ทุก 2-4 hr

ทำความสะอาดทุกครั้งหลังขับถ่าย

ให้ยา Antibiotic ตามแผนการรักษา

กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงจากการกดเบียดเส้นประสาทไขสันหลัง

สอนผู้ปกครองในการกระตุ้นการ เคลื่อนไหวของผู้ป่วย

สังเกตอาการอ่อนแรงของแขนขา การปัสสาวะ อุจจาระ

ทำ Passive Exercise ให้ผู้ป่วย

มีโอกาสติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดได้ง่ายจากการปนเปื้อ อุจจาระปัสสาวะ

ดูแลทำความสะอาดแผล

ดูแลให้ยา Antibiotic / check V/S

จัดท่านอนตะแคงหรือคว่ำไม่นุ่งผ้าอ้อม

เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

วัดเส้นรอบศีรษะทุกวันเพื่อประเมินภาวะHydrocephalus

บริหารแขนขา/ เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ

เฝ้าระวังและสังเกตภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ

วัดสัญญาณชีพ ทุก 2-4 hr

คือ

ความผิดปกติทางโครโมโซมคู่ที่ 21

โอกาสเสี่ยงจะสูงขึ้นถ้ามารดามีอายุมากกว่า 30 ปี

สูงขึ้นชัดเจนมากถ้าอายุมากกว่า 35 ปี

บิดามารดาของผู้ป่วยจะมีโครโมโซมปกติ

อาการและอาการแสดง

คอสั้นและผิวหนังด้านหลังของคอค่อนข้างมากและนิ่ม

หูติดอยู่ต่ำ

หัวแบนกว้าง (brachiocephaly)

brush field spot

กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก (hypotonia)

ปากอ้าและลิ้นมักจะยื่นออก และมีรอยแตกที่ลิ้น

การรักษา

มือกว้างและสั้น มักจะมี simian crease

นิ้วก้อยโค้งงอ(clinodactyly)

ร่องระหว่างนิ้วโป้งเท้าและนิ้วชี้กว้าง

เส้นลายนิ้วมือมักพบ ulnar loopมากกว่าปกติ

พบ distal triradius ในฝ่ามือ

310px-Down_syndrome_lg

ทางเดินอาหารอุดตัน ที่พบบ่อยคือ duodenum stenosis

Hypothyroidism/ร่างกายเจริญเติบโตช้า

ความผิดปกติเกี่ยวกับตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ตาเข สายตาสั้น

ความผิดปกติเกี่ยวกับหู เช่น ช่องรูหูเล็ก มีปัญหาการได้ยิน

พัฒนาการทางเพศช้า

หัวใจพิการแต่กำเนิด

การติดเชื้อ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ

การรักษาโรคทางกายอื่นๆที่มีร่วมด้วย

การให้คำปรึกษาแนะนำด้านพันธุกรรม

การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย

สาเหตุ

กลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการบวมอักเสบของระบบประสาทส่วนปลายหลายๆเส้นอย่างเฉียบพลัน

หลังจากมีการติดเชื้อในร่างกาย

อาการและอาการแสดง

Sensation

อาการเหน็บชา เจ็บ และปวดโดยเฉพาะปลายแขนปลายขา ไหล่ สะโพก และโคนขา

motor

กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก และจะลุกลามขึ้นที่แขนและลำตัวด้านบน

อาการของประสาทสมอง

มีอัมพาตของหน้า ปิดตา และปากไม่สนิท ความผิดปกติของการแสดงสีหน้า

อาการลุกลามของประสาทอัตโนมัติ

เกิดอาการผิดปกติในระบบประสาท

การเต้นหัวใจผิดจังหวะ ความดันโลหิตไม่คงที่ หัวใจเต้นช้าหรือเร็ว หน้าแดง

การรักษา

รักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา

การรักษาด้วย Intravenous Immunglobulin (IVIG)

หลักการพยาบาลในระยะเฉียบพลันและต่อเนื่อง

Check vital sign โดยเฉพาะ RR

ให้ออกซิเจน ถ้ามีภาวการณ์หายใจไม่พอจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

ติดตามประเมินการเคลื่อนไหว

ดูแลปัญหาการขาดสารอาหาร

สังเกตอาการปวดตามกล้ามเนื้อ

ประคับประคองด้านจิตใจ

น.ส.นพวรรณ ดวงจันทร์ เลขที่ 34 รหัสนักศึกษา 62111301035