Term Premature Ruptured of Membranes
พยาธิสภาพ
ข้อมูล
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล
แผนภูมิการดูแลการรักษาภาวะ PROM 🚩
ผู้คลอด อายุ 23 ปี G2P1001 GA 37+6 wk by u/s ANC 9 ครั้ง 1st ANC 9+3 wk by u/s วันที่ 1 เม.ย. 64 มาด้วยอาการน้ำเดิน 3 hr PTA
ความหมาย
คือ การแตกรั่วของถุงน้ำคร่ำก่อนมีการเจ็บครรภ์คลอด ก่อนครบกำหนดอายุครรภ์ (preterm : 28-34 wks) หรือครบอายุครรภ์ คือช่วง 37-42 Wk (Term)
สาเหตุ
การอักเสบติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำที่มีอยู่ก่อนแล้ว อาจเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งรวมทั้งการติดเชื้อซ่อนเร้น (occult) ในน้ำคร่ำด้วย
มีการอักเสบติดเชื้อที่ปากมดลูกหรือช่องคลอด เช่น GBS, Bacterioides Neisseria Gonorrhea, Chlamydia Trachomatis, Trichomonas Vaginalis, Bacterial vaginosis
มีการกระตุ้นระบบเอนไซม์บางอย่างมากเกินไป เช่น Collagenase
ขาดวิตามินซี
ขาด Tensile strength ของถุงน้ำคร่ำอันเนื่องมาจากพันธุกรรม
มีเพศสัมพันธ์ เพราะใน Semen มี Prostaglandins อยู่
Cervical incompetence มีการฉีกขาดหรือบาดเจ็บที่ปากมดลูก
ตั้งครรภ์แฝดมาก่อน
ครรภ์แฝดน้ำ
รกลอกตัวก่อนกำหนดและรกเกาะต่ำ
สูบบุหรี่
การวินิจฉัย
ซักประวัติ เช่น ให้ประวัติว่ามีน้ำใสๆไหลจากช่องคลอด
ตรวจร่างกาย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Nitrazine paper test
Nile blue test
Indiocarmine
Fern test
Cough test
Ultrasonography
การรักษา
Term
Preterm
ประเมินว่ามีสายสะดือย้อย
ประเมินสภาพปากมดลูก
การหดรัดตัวของมดลูก
กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์
ให้ยาปฏิชีวนะ
มีการติดเชื้อในครรภ์
ให้นอนพักสังเกตอาการ
ตรวจเลือด,ปัสสาวะ
ให้ยายับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก
ให้ยาปฏิชีวนะ
ไม่มีการติดเชื้อในครรภ์
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อในโพรงมดลูก เนื่องจากถุงน้ำคร่ำแตกเป็นเวลานาน
ข้อมูลสนับสนุน
กิจกรรมการพยาบาล
- ดูแลให้นอนพักผ่อนบนเตียง
- แนะนำให้ใส่ผ้าอนามัย และดูแลความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ สังเกตลักษณะ สี กลิ่น ของน้ำคร่ำ
- ติดตามผลการตรวจเลือด CBC และ UA ตามแผนการรักษาเพื่อประเมินภาวะการติดเชื้อในร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการตรวจทางช่องคลอด ถ้าจะเป็นต้องตรวจควรระมัดระวังเกี่ยวกับเทคนิคปราศจากเชื้อ
- เจ็บครรภ์เนื่องจากมดลูกหดรัดตัว
ภาวะแทรกซ้อน
มารดา
รกลอกตัวก่อนกำหนด
หลอดเลือดสายสะดือฉีกขาด
ทำให้เสียเลือดในการคลอดมากขึ้น
รวมทั้งการเสียเลือดของทารก
ส่งผลต่อสัญญาณชีพของทารก
ทารก
ปอดทารกไม่ขยาย ทารกจึงมีโอกาสมีปัญหาทางการหายใจ หรือปอดติดเชื้อได้ง่ายภายหลังการคลอด
มีโอกาส c/s
กิจกรรมการพยาบาล
- สอนเทคนิคการหายใจที่ถูกวิธี เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด พร้อมทั้งให้คำชมเชยเมื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น เมื่อมดลูกหดรัดตัวให้หายใจเข้าลึกๆ ช้า และหายใจออกช้าๆ
- ช่วยบีบนวดบริเวณหลัง กระดูกก้นกบ และหน้าขาอย่างเบามือเพื่อบรรเทาอาการปวด และเพื่อให้ผู้คลอดมีกำลังใจและมั่นใจว่าจะผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้ด้วยดี
โดยการใส่ dry sterilized speculum เข้าไปในช่องคลอด จะเห็นน้ำคร่ำขังอยู่ที่ posterior fornix หรือไหลออกมาจากปากมดลูกชัดเจน โดยเฉพาะเวลาให้ผู้ป่วยเบ่งหรือไอ
เก็บตัวอย่างจาก posterior fornix ป้ายบน ลงบนแผ่น slide ทิ้งให้แห้ง นำไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบผลึกรูป fern จากการที่น้ำคร่ำมี electrolyte โดยเฉพาะ NaCl
เนื่องจากน้ำคร่ำมี pH อยู่ในช่วง 7.1 - 7.3 ขณะที่สารคัดหลั่งจากช่องคลอดมี pH อยู่ในช่วง 4.5 - 5.5 ดังนั้นเมื่อทดสอบด้วยกระดาษ nitrazine จะเกิดการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงิน
เมื่อทารกอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ขึ้นไปจะตรวจพบเซลล์จากต่อมไขมันของทารกได้ในน้ำคร่ำ เมื่อนำไปย้อมด้วย nile blue sulphate เซลล์เหล่านี้จะติดสีแสด
ในกรณีที่ตรวจภายในแล้วไม่พบน้ำคร่ำในช่องคลอดแต่ยังมีข้อสงสัยว่าน้ำคร่ำอาจจะแตกจริง ทดสอบโดยการฉีดสี indigocarmine 1 cc ละลายใน NSS 9 cc ฉีดผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ แล้วให้สังเกตสีน้ำเงินของ indigocarmine ที่จะไหลผ่านเข้าไปในช่องคลอดหากมีถุงน้ำคร่ำแตกจริง
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงจะมีประโยชน์ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีน้ำคร่ำน้อย ( oligohydramnios ) โดยที่ตรวจไม่พบความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะของทารกและทารกไม่มีภาวะเจริญเติบโตช้าในครรภ์ สันนิษฐานได้ว่าน่าจะมีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกจริง
- เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยากระตุ้นการหดรัดตัวมดลูก
ข้อมูลสนับสนุน
กิจกรรมการพยาบาล
- ดูเตรียมยาให้ถูกต้องตามแผนการรักษา ภายหลังเติมยาลงในน้ำเกลือให้เขย่าน้ำเกลือจนกระจายทั่ว เขียนป้ายติดให้ชัดเจนด้วยหมึกสีแดง ในกรณีเติมในขวดที่เหลือควรเขียนจำนวนที่เหลือยาที่เติม และเวลาให้ชัดเจน ป้องกันการพลัดต่ำของสายสะดือ
- ฟังและบันทึกอัตราการเต้นหัวใจทารกทุก 1 ชม. เพื่อประเมินอาการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น หากผิดปกติ เช่น ต่ำกว่า 120 ครั้ง/นาที กรือมากกว่า 160 ครั้ง/นาที ดูแลให้ O2 cannula และรีบรายงานแพทย์ทราบ
ได้รับ 5% DN/2 1000 ml + symtocinon 10 unit IV drip via infusion pump rate 12 ml/hr
- ดูแลความสุขสบายทั่วๆไป เช่น เช็ดหน้า เช้าตัวจัดสิ่งแวดล้อมให้อากาศถ่ายเทสะดวกทเสื้อผ้าและเครื่องนอนสะอาด ไม่เปียกชื้น เพื่อให้ผู้คลอดสุขสบายและรู้สึกสดขื่นขึ้น
- ตรวจและบันทึกการหดรัดตัวของมดลูกทุก 30 นาที เพื่อประเมินภาวะผิดปกติของการหดรัดตัวของมดลูก
เสี่ยงต่อการติดเชื้อในโพรงมดลูก
ทารกคลอดก่อนกำหนด
ระยะที่ 2 ของการคลอดยาวนาน /dry labor
Chorioamnionitis: ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบ
Postpartum endometritis : ภาวะมดลูกอักเสบหลังคลอด
มี PROM ใครรภ์ก่อน
G1P0 PROM✅
มีเลือดออกทางช่องคลอด
สายสะดือย้อย :prolapsed cord
Fetal distress : เกิดภาวะพร่องออกซิเจน
Oligohydramnios อาจทำให้ทารกในครรภ์เติบโตช้า
Fetal death
อาการ
- ประวัติน้ำใสๆไหลออกทางช่องคลอด ✅
- V/s เปลี่ยนแปลง กรณีมีการติดเชื้อโพรงมดลูก เช่น ชีพรเร็ว มีไข้
- น้ำมีสีขุ่น มีกลิ่นเหม็น
- เม็ดเลือดขาวสํงผิดปกติ
- กดเจ็บที่มดลูก
- U/S พบน้ำคร่ำลดลง
- FHS < 120 bpm กรณีสายสะดือถูกกดจากภาวะน้ำคร่ำน้อย
ให้คลอดเอง/ชักนำการคลอด/ c/s เมื่อมีข้อบ่งชี้
ป้องกันการติดเชื้อ GBS
ให้ยาปฏิชีวนะ
หลักการให้ ATB therapyin PROM
Prolonged PROM ( >18ชม.)
แนะนำให้ยาปฏิชีวนะป้องกัน GBS ในระยะคลอด ลดโอกาสการเกิด Chorioamnionitis sepsis ยืดอายุครรภ์ได้ประมาณ 2 Wk
หลักการให้ Tocolytics drugs in PROM
ไม่มีประโยชน์ ยกเว้นให้เพื่อยืดระยะเวลาให้ steroid เร่ง maturation of lung ของทารกในครรภ์
มีน้ำเดิน 17 ชม.
ข้อมูลสนับสนุน
- อธิบายให้เข้าใจถึงสภาวะของโรคและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
- ประเมินลักษณะสี กลิ่น ปริมาณน้ำคร่ำที่ไหลออกทางช่องคลอด
- บันทึก v/s ทุก 4 ชั่วโมง มีไข้เช็ดตัวลดไข้/ให้ยา Paracetamol 500 mg 1 tab oral prn q 4-6 hr
- ดูแลความสะอาดทั่วไปและอวัยวะสืบพันธ์ุภายนอก เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกครั้งที่เปียกชุ่ม
- นอนตะแคงซ้ายเพื่อป้องกันไม่ให้มดลูกไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ (Inferior vena cava) ทให้การไหลเวียนของเลือดไปสู่ทารกได้ดี
- บันทึก FHS ทุก 2-4 ชม. หากพบ FHS เร็วกกว่าปกติ ให้สงสัยว่าเริ่มมีการติดเชื้อเกิดขึ้น
- ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการเกิดภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากสายสะดืออาจถูกกดจากน้ำคร่ำ
การวินิจฉัย
Sterlie speculum examination : ตรวจพบน้ำคร่ำจากปากมดลูก หรือในช่องคลอด โดยทดสอบ nitrazine หรือ Fern test ให้ผล +
- ตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อคำนวณอายุครรรภ์ น้ำหนัก ปริมาณน้ำคร่ำ ส่วนนำ การเจริญเติบโตของทารก ตลอดจนความผิดปกติ
- ควรทำการตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ จากช่องคลอและทวารหนัก
- ตรวจ CBC
- ควรทำ Fetal surveillance เช่น cardiotocography (CPG) โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์ตั้งแต่ 32 wk ขึ้นไป
ตรวจหาภาวะ Chorioamnionitis, placental aruption,fetal death, no-reassuring testing,advanced labour
ใช่
ให้คลอด
- ให้ยาปฏิชีวนะในขณะคลอด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ GBS
- ให้ยาปฏิชีวนะแบบ Board speculum ถ้าพบว่ามี Chorioamnionitis
ไม่ใช่
GA >= 34wk
GA 24-33+6 wk
ดูแลแบบ Expectant
- Serial evaluation for Chorioamnionitis, labor,placental abruption, fetal well-being และ fetal growth
- ให้ยาสเตียรอยด์แบบ single crouse
- ให้ยาปฏฺชีวนะเพื่อยิดอายุครรภ์ (Pro;onged latency period)
- ให้คลอดเมื่อครบ 34 wk
- แนะนำให้ยาปฏิชีวนะในขณะคลอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ GBS
- สำหรับในกรณีที่พบว่ามี Chorioamnionitis แนะนำให้ยาปฏิชีวนะชนิด Broad spectrum
คลอด
PS= 4 คะแนน
ผู้ป่วยเจ็บครรภ์เป็นพักๆ
Intensity ++
น้ำคร่ำมีสีใส
มีมูกเลือดเล็กน้อย
กิจกรรมการพยาบาล
- เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอบโยนให้กำลังใจ และสัมผัสผู้คลอดด้วยความนุ่มนวล เพื่อให้เกิดความอบอุ่น เกิดความมั่นใจและสามารถเผชิญต่อความเจ็บปวดได้
1.จัดให้มารดานอนตะแคงซ้าย เพื่อลดการกดทับ inferior vena cava ช่วยเพิ่ม cardiac output
- ประเมินการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ ด้วยเครื่อง external fetal monitoring อาจฟังได้ไม่ชัดเจน ถ้าพบวาอัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า110 ครั้ง/ นาทีหรือมากกวา ่ 160 ครั้ง/ นาที ให้รายงานแพทย์ทันที เนื่องจากทารกในครรภ์อาจมีภาวะfetal distress
- ติดตามประเมินอัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ที่สงสัยอาจมีภาวะfetal distress อยางน้อยทุก ่ 1 ชัวโมงหรือติดเครื่อง ่ external fetal monitoring ไว้ประเมินอัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ตลอดเวลา
- ดูแลให้ RLS 1000 ml rate 100 ml/hr ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปถึงมดลูก
Cough test + ,Nitrazine test + , pH = 8
แรกรับ BP = 120/70 ,T = 37.2 ํC , PR = 80 bpm ,RR = 18 bpm, O2 sat = 98%, no contraction, Dilate 1 cm, EFF 50%,Station -2,Position OR, FHS 146 bpm , Membrane ML >> clear
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต : ปฏิเสธ
ประวัติครอบครัว : ปฏิเสธ
น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ 79 kg
ส่วนสูง 161 cm
BMI 30.48 kg/m2
ได้รับวัคซีนครบตอนปี 58
ประวัติการตั้งครรภ์ : G1 full term ทารกเพศชาย น้ำหนัก 3,200 g คลอดแบบ NL (เป็น PROM)
ประวัติการแพ้ : ปฏิเสธ
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน : 3 hr PTA มาด้วยอาการน้ำเดิน ไม่มีเจ็บครรภ์ ไม่มีแน่นอก/ตาพร่ามัว/จุกแน่นลิ้นปี่ ช่วงเสลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 29 มี.ค. 64
ไม่เคยสูบแต่เป็นสามีแลฃะบิดาที่สูบ ✅
Cough test + , Nitrazine + , pH 8
ตรวจ CBC : Hb 11.6 g/dL Hct 365 WBC ปกติทุกตัว
ไม่พบความผิดปกติ
GA 37+6 wk
ได้รับ Ampicilin 2 g IV stat then Ampicilin 1 g IV q 4 hr
กลไกเกี่ยวกับการสร้าง Prostaglandin การคลอดครบกำหนดเชื่อว่าอาศัยปฏิกิริยาของน้ำคร่ำ และ Chorionic Phospholipase A2 ซึ่งจะ Hydrolyzes Phospholipid ในเนื้อเยื่อรกทำให้เกิด Free Arachidonic a มากขึ้นและมีการสังเคราะห์ Prostaglandin ทำให้มดลูกหดรัดตัว การสร้าง Prostaglandin ที่ชักนำทำให้เกิดถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์
กลไกเกี่ยวกับคอลลาเจน เยื่อหุ้มเด็กระหว่างด้าน Amnion และ Chorion จะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบรรจุอยู่ ซึ่งในไตรมาส 3 ด้าน Amnion จะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นคอลลาเจนชนิดที่ 3 น้อยลงคือหนาประมาณ 0.05-0.11 มิลลิเมตร ดังนั้นแรงต้านการยืดตัวของเยื่อหุ้มเด็กจะลดลงเมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คอลลาเจนที่ 3 ด้าน Chorion ก็ลดลงเรื่อง ๆ เช่นกัน
กลไกของระบบ Antimicrobial เมื่อมีการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage ของเนื้อเยื่อ Amnion, Chorion จะออกมาจับกินเชื้อแบคทีเรียมาก ทำให้เกิดการไฮโดรไลต์ของโปรตีนในเนื้อเยื่อหุ้มเด็กมากเกินไป ทำให้ผนังเยื่อหุ้มเด็กอ่อนแอลงเกิดการแตกรั่วในที่สุด
ยาและสารน้ำที่ไ้ดรับ
- RLS 1000 ml rate 100 ml/hr
- 5% DN/2 1000 ml + syntocinon 10 unit IV drip via infusion pump rate 12 ml/hr
- Ampicilin 2 g IV stat the Ampicilin 1 g IV q 4 hr
Post partum
- synyocinon 10 unit IM stat หลังทารกคลอด
- Add syntocinon 10 unit ใน IV เต็ม (5% DN/2 900 ml) IV rate 120 ml/hr
Methagin 0.2 mg IV stat หลังรกคลอด
Paracetamol (500) 1 tab pc prn q 6 hr for pain or fever off ampicilin
แปลผล FHS tracing
1.Variability คือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกที่มีการเปลี่ยนแปลง (fluctuate) ที่ไม่สม่ำเสมอ ทั้ง amplitude และ ความถี่ (frequency)
- Baseline rate : ค่าเฉลี่ยของอัตราการเต้นของหัวใจทารก มีการเปลี่ยนแปลง 0 – 5 bpm ในระยะเวลา 10 นาที ไม่รวม การเปลี่ยนแปลงแบบชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงที่มีลักษณะของ mark variability หรือช่วงระยะเวลาที่มีความแตกต่างกัน มากกว่า 25 bpm โดย baseline คงอยู่อย่างน้อย 10 นาที
Absent : ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของ amplitude
Minimal :มีการเปลี่ยนแปลง 0 ถึง 5 beat / min
Moderate : มีการเปลี่ยนแปลง 6 ถึง 25 beat/min
Marked : มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 25 beat/min
Bradycardia : อัตราการเต้นของหัวใจทารก น้อยกว่า 110 ครั้งต่อนาที
Normal : อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง 110 ถึง 160 ครั้งต่อนาที
Tachycardia : อัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 160 ครั้งต่อนาที
- Acceleration : การเพิ่มขึ้นของ FHR แบบทันที
ก่อนอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ FHR สูงจาก baseline มากกว่า 10 bpm เป็นเวลามากกว่า 10 วินาที
หลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ FHR สูงจาก baseline มากกว่า 15 bpm เป็นเวลามากกว่า 15 วินาที
Prolong acceleration สูงจาก baseline เดิมเป็นเวลามากกว่า 2 นาที แต่น้อยกว่า 10 นาที ถ้ามากกว่า 10 นาที อาจจะ เป็นการเปลี่ยน baseline
4.Late Deceleration : FHR ค่อยๆลดลงและกลับเข้าสู่ Baseline สัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูก โดยช่วงที่ต่ำที่สุด เกิดขึ้นตามหลังกับการหดรัดตัวของมดลูกที่สูงที่สุด Uteroplacental insufficiency , มารดามีความดันโลหิตที่ต่ำลง ทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกไม่พอ ทารกขาดออกซิเจนในเลือด , Uterine hyperactivity
- Early Deceleration : ค่อยๆลดลงและกลับเข้าสู่ Baseline สัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูกโดยช่วงที่ต่ำ ที่สุดเกิดขึ้นพร้อมกับการหดรัดตัวของมดลูกที่สูงที่สุดสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจาก เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบ Physiologic change ศรีษะของทารกถูกกด ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงที่มีการเปิดของปากมดลูก 4 ถึง 7 เซนติเมตร
- Variable deceleration : มีการลดลงของ FHR ต่ำกว่า baseline โดย ลดลงมากกว่า 15 bpm เป็นเวลามากกว่า 15 วินาทีแต่น้อยกว่า 2 นาที โดย onset , ความลึก และระยะเวลา ไม่สัมพันธ์กับการหดรัดตัวของมดลูก สัมพันธ์กับภาวะที่สายสะดือของทารกถูกกด
- Prolong deceleration : มีการลดลงของ FHS ต่ำกว่า baseline อย่างน้อย 15 bpm และเป็นเวลาอย่างน้อย 2 นาที แต่ไม่ถึง 10 นาที นับตั้งแต่เริ่มต่ำลงจนถึง กลับเข้าสู่ rate ปกติ
ตามแบบ tracing National Institute of Child Health and Human Development
การตั้งครรภ์ปัจจุบัน : G2P1001 Ga 37+6 wk ทารกเพศหญิง น้ำหนัก 2830 g คลอดแบบ NL
เพื่อเฝ้าระวังทารกในครรภ์ในระยะคลอด
Natural corse of PROM
ส่วนใหญ่คลอดภายใน 6 hr
60% คลอดใน 24 hr
40% คลอดภายใน 72 hr
ถ้า > = 18 hr เรียก Prolonged PROM
- ประเมินและสังเกตน้ำคร่ำที่ออกจากช่องคลอด หากพบว่ามีขี้เทาปน ดูแลให้ O2 cannular 5 LPM พร้อมทั้งให้หญิงตั้งครรภ์นอนตะแคงซ้าย
- ดูแลให้ได้รับ Ampicilin 2 g IV stat the Ampicilin 1 g IV q 4 hr เพื่อป้องกันการติดเชื้อและเนื่องจากระยะเวลาน้ำเดินจนถึงคลอดทารก ทั้งหมด เวลา 17 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ระยะ Prolonged
- พิจารณาตรวจภายในเท่าที่จำเป็นเพื่อลดการนำเชื้อโรคเข้าสํ่โพรงมดลูก
- ดูแลให้พักอยู่บนเตียง เพื่อลดกิจกรรมการใช้ออกซิเจน
- ดูดูแลความสะอาดทั่วไปและอวัยวะสืบพันธ์ุภายนอก เปลี่ยนผ้าอนามัยทุกครั้งที่เปียกชุ่ม
- ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 1 ชั่วโมง ก่อนให้ยาและหลังให้ยา
- ให้ยาแก่ผู้คลอดตามแผนการรักษา โดยพิจารณาจาการหดรัดตัวของมดลูก ห้ามฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง ให้หยดเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมการให้ยา ผสมยา 10 ยูนิต ใน 5% DN/2 1,000 ml)
- ในระยะ 15 นาทีแรกของการให้ยา ต้องเฝ้าดูการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อประเมินความไวของมดลูกต่อยา ถ้าปกติต่อไปประเมินทุก 30 นาทีและทุกครั้งหลังปรับจำนวนหยด 2-3 นาที
- ปรับจำนวนหยดของยาทุก ๆ 15-30 โดยเพิ่มครั้งละ 1-2 มิลลิยูนิต ต่อนาที จนกระทั่งมดลูกหดรัดตัวดีคือ 40-60 วินาที ระยะห่าง 2-3 นาทีและมีความแรงระดับดี ไม่ควรให้ยาเกิน 10 มิลลิยูนิตต่อนาที (15 หยดต่อนาที ถ้าผสมยา 10 ยูนิต ในน้ำเกลือ 1,000 มิลลิลิตร) ถ้ายังหดรัดตัวไม่ดีให้รายงานแพทย์ อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ว่าจะปรับเพิ่มอีกหรือไม่ ถ้าปรับเพิ่มได้จะปรับเพิ่มไม่เกิน 20 มิลลิยูนิตต่อนาที
- ถ้าพบสิ่งผิดปกติ เช่น มดลูกหดรัดตัวห่างน้อยกว่า 2 นาที หดรัดตัวนานเกิน 90 วินาที เสียงหัวใจทารกผิดปกติให้หยุดยาทันที แล้วเพิ่มจำนวนของหยดน้ำเกลืออีกขวดหนึ่งเป็น 30-40 หยดต่อนาที ให้ผู้คลอดนอนตะแคงซ้าย ให้ออกซิเจน ฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์และประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ทุก 5 นาที และรายงานถ้าไม่ดีขึ้น
- มารดามีความวิตกกังวลกลัวว่าตนเองและบุตรจะเกิดอันตราย
กิจกรรมการพยาบาล
- ประเมินความวิตกกังวลและความรู้เกี่ยวกับกลไกการคลอด การเจ็บครรภ์ และการผ่าตัดคลอดโดยการซักถามและจากการสังเกตพฤติกรรม
- อธิบายให้มารดาเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการคลอด เหตุผลในการทำผ่าตัด ประโยชน์หรือผลดี
ที่มารดาจะได้รับการช่วยเหลือและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
- สอนวิธีการหายใจที่ถูกวิธีขณะที่มดลูกมีการหดรัดตัวเพื่อเพื่อบรรเทาอาการเจ็บครรภ์
- พูดปลอบโยนและให้กำลังใจ แสดงความเห็นใจในความเจ็บปวดที่มารดากำลังเผชิญอยู่
เพื่อให้ผู้คลอดผ่อนคลายทางจิตใจ เกิดความอบอุ่นและมีกำลังใจ
- เปิดโอกาสให้มารดาซักถามข้อสงสัยและระบายความรู้สึกเกี่ยวกับความวิตกกังวลที่มีอยู่ รับฟังปัญหาด้วยท่าทีที่เป็นกันเองและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
- ดูแลให้ได้รับ 5% DN/2 1000 ml + syntocinon 10 unit และ Control rate ตามแผนการรักาาของแแพทย์
- ดูแลให้ได้รับ 5% DN/2 1000 ml + syntocinon 10 unit และ Control rate ตามแผนการรักาาของแแพทย์