Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ANC หญิงตั้งครรภ์ GDMA Class 1 นศพต.ปรียานุช โกมุทธพงศ์ เลขที่36 -…
ANC
หญิงตั้งครรภ์ GDMA Class 1
นศพต.ปรียานุช โกมุทธพงศ์ เลขที่36
ข้อมูลพื้นฐาน
ประวัติการตั้งครรภ์
G3P1-0-1-1
2561 spontaneous abortion D/C at รพ.ตร. GA6 wk
9 พฤษภาคม 2562 ทารกเพศหญิง น้ำหนัก 3070 กิโลกรัม Fullterm คลอดวิธี Cesarean section ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบันปกติดี
ประวัติการตั้งครรภ์ ปัจจุบัน G3P1-0-1-1
LMP 26 มิถุนายน 2563 X 5 วัน
EDC by date 2 เมษายน 2564
ประวัติครอบครัว
มารดาของหญิงตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวาน
ประวัติการเจ็บป่วย
ภูมิแพ้ : ไม่ได้รักษา
มารดาหญิงไทย อายุ 32 ปี
BMI 27.41 Kg/m2 (Over Weight)
น้ำหนัก 69.1 ส่วนสูง 161 เซนติเมตร (น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ 71 กิโลกรัม BMI 27.41 kg/m2)
ตรวจคัดกรองเบาหวาน
ANC ครั้งแรก
BMI over weight
อายุ >30 ปี
มารดาของหญิงตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวาน
GCT ได้ 146 mg/dL
นัดครั้งถัดไปเพื่อตรวจ OGTT
(105-197-135-78)
GDMA1
ปรึกษานักโภชนาการ ✅
ควบคุม/ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร ✅
ฉีด insulin ❌
FBS 100 mg/dL
2hr Postprandial 99 mg/dL
ผลต่อมารดา
Hypoglycemia
Hyperglycemia
ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
การคลอดยาก Dystocia
PIH
Preterm
ผลต่อบุตร
Congenital malformation
Macrosomia
RDS
Hypoglycemia
Hyperbilirubin
Preterm
NST
ข้อบ่งชี้ในการตรวจ ของหญิงรายนี้คือ อายุครรภ์มากกว่า 38 wks , นัด admit c/s (เพื่อดู CONTRACTION)
ผล Reactive
สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ปริญญาตรี อาชีพ ขายของ เงินเดือน 20000/เดือน ลักษณะบ้านเดี่ยวสองชั้น ขึ้นลงบันไดบ่อย
ประวัติการฝากครรภ์
การฝากครรภ์
ครั้งที่ 1 (17 /08/2563) GA 7 wks 3 day
น้ำหนัก 69.1 ส่วนสูง 161 เซนติเมตร (น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์ 71 กิโลกรัม BMI 27.41 kg/m2)
ตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย ทั้งหญิงตั้งครรภ์และสามี : negative
MCV 83 %
ตรวจ GCT 50 gram : 146 mg/dL
มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
BP 107/70 mmhH Pulse 89 bpm
ยากลับบ้าน : Folic acid , Metoclopramide
ครั้งที่ 2 (24/08/2563) GA 8 wks 3 day by date (by U/S 7wks 3 วัน)
น้ำหนัก 68.8 กิโลกรัม BP 113/77 mmHg Pulse 93 bpm
OGTT 105-197-135-78
พบนักโภชนาการ
U/S : normal GA 7. Wks 3day
ครั้งที่ 3 (21 /09/2563) GA 12 wks 3 day
น้ำหนัก 69.9
BP 113/70 mmHg
Pulse 99 bpm
U/S ครั้งที่2 NT 0.5 mm.
FBS 100mg/dL
2 hr. 99 mg/dL
ยากลับบ้าน folic acid , iodine
ครั้งที่ 4 (19/09/2563) GA 16 wks.3 day
น้ำหนัก71.2 กิโลกรัม
BP 108/64 mmHg
Pluse 85bpm
การตรวจครรภ์
2/3 > sp
FBS 94 mg/dL
2 hr 97 mg/dL
ครั้งที่ 5 (16 /11/2563) GA 19 wks 4day
น้ำหนัก 73.8 กิโลกรัม
Bp 102/63 mmHg
Pluse 87 bpm
FBS 97 mg/dL
2 hr. 98 mg/dL
ยา nataral,calcium
U/S
ครั้งที่ 6 (14/12/2563) GA 24 wks 3 day
น้ำหนัก 75.4 กิโลกรัม
BP 101/70 mmHg
Pluse 96 bpm
การตรวจครรภ์
1/4 >0
23 cm
Head float
เด็กดิ้นดี
FHS152 bpm
FBS 100 mg/dL
2 hr 97 mg/dL
ครั้งที่ 7 (11/1/2564) GA 28 wks 3 day
การตรวจครรภ์
2/4 >0
25 cm
Head Float
ดิ้นดี
FBS 94 mg/dL
2 hr 95 mg/dL
น้ำหนัก 77.4
BP 100/64 mmHg
pluse 87 bpm
ยา nactal calcium
ครั้งที่ 8 (8/2/2564) GA 32wks2 day
FBS 90 mg/dL
2 hr 98 mg/dL
น้ำหนัก 79.1 กิโลกรัม
BP 101/58 mmHg
Pluse 92 bpm
การตรวจครรภ์
3/4 >0
ท่า Vx
FHS 148 bpm
Reactive
U/S EFW 2000 g
ครั้งที่ 9 (1 /3/2564) GA35 wks 3day
น้ำหนัก 80.6 กิโลกรัม
BP 89/44 mmHg
Pluse 91 bpm
การตรวจครรภ์
3/4 >0
34 cm
ส่วนนำ VX
FHS+
FBS 97 mg/dL
2hr. 96 mg/dL
ครั้งที่ 10 (5/3/2564) GA 37 wks 3 day
น้ำหนัก 81.2 กิโลกรัม
BP 103/62 mmHg
pluse 94 bpm
การตรวจครรภ์
3/4 >0
35 cm
ท่า VX
FHS +
U/S EFW 3075g
NST reaassuring no uterine contraction
Plan admit 22/3/64
ครั้งที่ 11 (22/3/2564) GA 38wks 3day
น้ำหนัก 80.7 กิโลกรัม
BP 113/70 mmHg
pluse 99 bpm
การตรวจครรภ์
3/4 >0
ท่า Vx
LOA
head partial engage
PCR COVID
FHS 148 bpm NST reaassuring no uterine contraction
การตรวจครรภ์
ดู
พบ Stradea gravidarum สีเงิน
มีรอยผ่าตัด ที่หน้าท้อง (Previous c/s )
คลำ
Fundal grip
High fundus 3/4 >0
Umbilical grip
LOA
Pawlik grip
Vertex presentation
Bilateral inquinal grip
Head partial engage
การตรวจร่างกาย
ไม่มีอาการตาเหลือง,ซีด
ฟันไม่ผุ
ต่อมไทรอยด์ไม่โต
เต้านมปกติ ไม่บอด ไม่แบน ไม่บุ๋ม
ไม่มีอาการบวมกดบุ๋ม
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
17/08/2563
GCT : 146 mg/dL
ABO Group B
Rh positive
MCV : 83.8
DCIP :negative
HbE: negative
HIV : Negative
VDRL : non-reactive
HBs Ag : negative
UA : normal
1/3/2564
FBS 97 mg/dL
2 hr postprandial 97
24/8/2563
OGTT
105-197-135-78
21/9/2563
FBS 99 mg/dL
2 hr postprandial 100 mg/dL
19/10/2563
FBS 94 mg/dL
2 hr postprandial 97 mg/dL
16/11/2563
FBS 98 mg/dL
2 hr postprandial 98 mg/dL
14/12/2563
FBS 100 mg/dL
2 hr postprandial 97 mg/dL
11/1/2564
FBS 94 mg/dL
2 hr postprandial 95 mg/dL
8/2/2564
90 mg/dL
2 hr postprandial 98 mg/dL
CBC
Hb 10.9 g/dL 🔽
Hct 33.5 % 🔽
RBC 3.63 x10^6 /uL 🔽
MCV 92.9
VDRL : Non-reactive
HBs Ag : negative
HIV : negative
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ไตรมาส 2
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนเนื่องจากโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDMA1)
ข้อมูลสนับสนุน
SD : มารดาบอกว่าชอบกินขนมหวาน ของทอด
มารดาของหญิงตั้งครรภ์เป็นเบาหวาน
OD : ANC 1 (7 wks 3 day ) GCT 146 mg/dL
OGTT (105-197-135-78)
FBS 100 mg/dL
2 hr pp 99mg/dL
แพทย์วินิจฉัย GDMA1
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ abortion คลอดก่อนกำหนด Hyperglycemia Hypoglycemia ติดเชื้อ
เกณฑ์การประเมินผล
ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ abortion การคลอดก่อนกำหนด Hyperglycemia Hypoglycemia
หญิงตั้งครรภ์สามารถบอกอาการผิดปกติที่ต้องมาโรงพยาบาลได้ คือ มีอาการปวดท้อง มีเลือดสดออก ลูกดิ้นน้อยกว่า10 ครั้ง/วัน เป็นต้น
หญิงตั้งครรภ์สามารถบอกวิธีการดูแลตนเองและโภชนาการที่เหมาะกับช่วงอายุได้
ระดับน้ำตาล FBS น้อยกว่า 95 mg/dL
ระดับน้ำตาล 2 hr. Postprandial น้อยกว่า 120 mg.
/dL
กิจกรรมการพยาบาล
ตรวจคัดกรองความเสี่ยงของการเป็นเยาหวานด้วย GCT 50 g หากค่ามากกว่า 140 มก.ดซ นัดมาตรวจซ้ำอีกทีด้วย OGTT 100 g หากมีค่าผิดปกติมากกว่า 2ค่า และค่า FBS > 105 = GDMA 2 < 105 =GDMA 1
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารในหญิงตั้งครรภ์ โดยหญิงตั้งครรภ์ รายนี้ BMI 27.41 kg/m2 น้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ที่ควรเพิ่มคือ 7-11.5 กิโลกรัม รับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อเน้นรับประทานอาหารจำพวกโปรตีน โดยต้องเพิ่มโปรตีน เฉลี่ย 7 กรัม/วัน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นมวันละ 1-2แก้ว ไข่ไก่อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง
คาร์โบไฮเดรต ควรได้รับเท่ากับก่อนตั้งครรภ์ แต่ควรลดประเภทแป้งและน้ำตาลเนื่องจากระบบย่อยอาหารทำงานลดลง ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทแป้งที่ย่อยยากหรือแป้งแปรรูป เช่น ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว
ผัก ถั่ว และผลไม้ มีกากใยและจำเป็นต่อร่างกาย ควรเป็นผักผลไม้ที่ล้างสะอาด หรือผักต้มสุก หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีพลังงานสูงและรสหวาน เช่น ทุเรียน ขนุน ลำไย
ไขมัน ที่ควรรับประทาน คือ นม เนย / omega 3 (DHA สูง : ปลาแซลม่ิน ปลาทูน่า ไข่แดง )
วิตามินและแร่ธาตุในผลไม้ ผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยในการลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
แคลเซียม 800-1000 mg/day ผักใบเขียว นม ปลาเล๋กปลาน้อย
ธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดของสตรีตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะซีด ควรได้รับ 60 mg/day มีมากใน เครื่องใน ผักใบเขียว รับประทาน folic acid ที่ได้รับ ไม่ควรรับประทานพร้อมกับนม ควรเว้นห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
ไอโอดีน 250 ไมโครกรัม/วัน มีมากในอาหารทะเล / เกลือเสริมไอโอดีน
พักผ่อนให้เพียงพอ โดยนอนวันละ 6-8 ชั่วโมง ไม่เข้านอนดึก พยายามไม่เครียด
อธิบายเกี่ยวกับอาการคลอดก่อนกำหนด
สังเกตอาการเจ็บครรภ์จริง >เจ็บทุกๆ5 นาที เป็นจังหวะและสม่ำเสมอ เจ็บตั้งแต่หน้าท้องร้าวไปหลังลงหน้าขา นั่งพักแล้วไม่หาย
อาการเจ็บครรภ์เตือน : เจ็บครรภ์นานๆครั้ง การหดรัดตัวมดลูกไม่รุนแรง และไม่สม่ำเสมอ นั่งพักแล้วหาย
อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือสูง
อาการ hyperglycemia เพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หายใจเร็วลึก ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้ (acetone) ปวดศีรษะ เป็นต้น
อาการ hypoglycemia ตัวสั่น มือสั่น เหงื่ออก ผิวซีด ตัวเย็น หิว แก้ไขโดย นั่งพัก ดื่มน้ำหวาน (simple sugar)
การติดเชื้อ เช่นอาการไข้สูง หนาวสั่น เจ็บคอ ปัสสาวะแสบขัด
การแท้ง > ปวดท้องน้อย มีเลือดหรือมูกเลือดออกทางช่องคลอด มดลูกบีบตัว ทารกดิ้นน้อยกว่า10ครั้ง/วัน
นับลูกดิ้น โดยนับหลังรับประทานอาหาร โดยปกติต้องดินอย่างน้อย 3 ครั้ง/มื้อ หรือ 10 ครั้ง/วัน หากน้อยกว่านี้ รีบมาโรงพยาบาล
ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรง และช่วยเผาผลาญส่วนเกินออก ด้วยการเดินเร็ว การมี activity การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
ติดตามผลตรวจค่า FBS และ 2 hr. Postprandial ทุกครั้งที่มาตรวจ
การประเมินผล
หญิงตั้งครรภ์สามารถบอกถึงโภชนาการที่เหมาะกับตน และปฏิบัติได้
หญิงตั้งครรภ์ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น
FBS 94 mg/dL
2 hr 95 mg/dL
มีภาวะไม่สุขสบายจากการตั้งครรภ์
ข้อมูลสนับสนุน
หญิงตั้งครรภ์บอกว่ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารได้น้อยลง
น้ำหนักลดลง ก่อนการตั้งครรภ์ 71 Kg 7 wks 3 day น้ำหนัก 69.1 Kg,
วัตถุประสงค์
เพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายจากการตั้งครรภ์
เกณฑ์การประเมิน
อาการคลื่นไส้ อาเจียนลดลง
น้ำหนักเพิ่มขึ้น สัปดาห์ละ 500 g
กิจกรรมการพยาบาล
สอบถามถึงความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียนหากไม่รุนแรง อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลียงปัจจัยกระตุ้น
รับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อยครั้งโดยการแบ่งมื้อ เพื่อไม่ให้แน่นท้องมากเกินไป
ควรรัประทานอาหารโปรตีนสูง ไขมันต่ำ อาหารแห้ง หรือขนมปังกรอบ
หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด อาหารมัน อาหารที่มีกลิ่นฉุน อาหารที่มีความเป็นกรดสูง หรืออาหารที่มาีรสหวานมากๆ
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้คลื่นไส้ เช่น กลิ่น ความร้อน เสียงดัง
รับประทานผลไม้ น้ำผลไม้รสเปรียว หรือน้ำขิง ช่วยลดอาการคลื่นไส้
รับประทานยา Metoclopramide ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ตามที่แพทย์สั่ง
การประเมินผล
หญิงตั้งครรภ์สามารถบอกถึงวิธีบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
อาการคลื่นไส้ อาเจียนลดลง
ไตรมาส 1 น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1.3 กิโลกรัม
ไตรมาส 1
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากอายุมาก
ข้อมูลสนับสนุน
หญิงตั้งครรภ์ อายุ 32 ปี
มารดาของหญิงตั้งครรภ์เป็นเบาหวาน
BMI 27..41 kg/m2
วัตถุประสงค์
เพื่อคัดกรองความเสี่ยงของการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์
เกณฑ์การประเมิน
ตรวจคัดกรอง GCT 50 g ผล <140 mg/dL
ผลตรวจ OGTT ได้ 95-180-155-140 mg/dL
กิจกรรมการพยาบาล
ซักประวัติเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงในการวินิจฉัยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ อายุ ดัชนีมวลกาย โรคประจำตัว ประวัติการเจ็บป่วยในครบอครัว ประวัติการตั้งครรภ์ที่ผ่านมา
ให้ความรู้เกี่ยวกับการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และวิธีการคัดกรอง
ตรวจคัดกรองด้วย GCT /การรับประทาน glucose 50 g และตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หากมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 140 mg/dL ถือว่าผิดปกติ
วินิจฉัยด้วย Oral glucose tolerance test (OGTT) เจาะเลือดขณะอดอาหารและหลังรับประทาน Glucose 100 gram และตรวจเลือด 1 2 3 ชั่วโมง โดยมีเกณฑ์ประเมินดังนี้คือ 95 -180-155-140 โดยหากมีความผิดปกติมากกว่า 2 ค่า ถือว่าผิดปกติ
ตรวจ FBS และ 2 hr PP งดน้ำและอาหาร8-12ชั่วโมง
โดยหากมีค่า <95 และ < 120 mg/dL = GDMA 1
95 และ >120 mg/dL = GDMA 2
ให้คำแนะนำในการดูแลตนเองแก่หญิงตั้งครรภ์ให้ถูกกับโรคที่เป็น
GDMA 1 > ควบคุมอาหาร
GDMA2 > ควบคุมอาหาร+ฉีดอินซูลิน
ประเมินผล
GCT 146 mg/dL
OGTT 105-197-135-78 mg/dL
FBS 100 mg/dL
2hr PP 99 mg/dL
มีภาวะไม่สุขสบายจากการตั้งครรภ์
ข้อมูลสนับสนุน
หญิงตั้งครรภ์บอกว่ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารได้น้อยลง
น้ำหนักลดลง ก่อนการตั้งครรภ์ 71 Kg 7 wks 3 day น้ำหนัก 69.1 Kg,
วัตถุประสงค์
เพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายจากการตั้งครรภ์
เกณฑ์การประเมิน
อาการคลื่นไส้ อาเจียนลดลง
ผู้ป่วยน้ำหนักเพิ่มขึ้น สัปดาห์ละ 500 g
กิจกรรมการพยาบาล
สอบถามถึงความรุนแรงของอาการคลื่นไส้อาเจียนหากไม่รุนแรง อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลียงปัจจัยกระตุ้น
รับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อยครั้งโดยการแบ่งมื้อ เพื่อไม่ให้แน่นท้องมากเกินไป
ควรรัประทานอาหารโปรตีนสูง ไขมันต่ำ อาหารแห้ง หรือขนมปังกรอบ
หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด อาหารมัน อาหารที่มีกลิ่นฉุน อาหารที่มีความเป็นกรดสูง หรืออาหารที่มาีรสหวานมากๆ
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้คลื่นไส้ เช่น กลิ่น ความร้อน เสียงดัง
รับประทานผลไม้ น้ำผลไม้รสเปรียว หรือน้ำขิง ช่วยลดอาการคลื่นไส้
รับประทานยา Metoclopramide ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ตามที่แพทย์สั่ง
การประเมินผล
หญิงตั้งครรภ์สามารถบอกถึงวิธีบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
อาการคลื่นไส้ อาเจียนลดลง
ไตรมาส 3
เตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด
ข้อมูลสนับสนุน
มารดาอยู่ในช่วงไตรมาส 3
วัตถุประสงค์
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดแก่มารดา
เกณฑ์การประเมิน
มารดาเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
มารดาสามารถบอกอาการที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลได้
กิจกรรมพยาบาล
แนะนำมารดาเกี่ยวกับอาการที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลได้แก่
สังเกตอาการเจ็บครรภ์จริง >เจ็บทุกๆ5 นาที เป็นจังหวะและสม่ำเสมอ เจ็บตั้งแต่หน้าท้องร้าวไปหลังลงหน้าขา นั่งพักแล้วไม่หาย ให้รีบมาโรงพยาบาล
อาการเจ็บครรภ์เตือน : เจ็บครรภ์นานๆครั้ง การหดรัดตัวมดลูกไม่รุนแรง และไม่สม่ำเสมอ นั่งพักแล้วหาย
ปวดท้องน้อย มีเลือดหรือมูกเลือดออกทางช่องคลอด มดลูกบีบตัว ทารกดิ้นน้อยกว่า10ครั้ง/วัน
นับลูกดิ้น โดยนับหลังรับประทานอาหาร โดยปกติต้องดินอย่างน้อย 3 ครั้ง/มื้อ หรือ 10 ครั้ง/วัน หากน้อยกว่านี้ รีบมาโรงพยาบาล
มีน้ำคร่ำ หรือรู้สึกปวดท้อง ให้รีบมาโรงพยาบาลเนื่องจากหญิงตั้งครรภ์รายนี้ Previous c/s
การเตรียมเอกสาร และนัดวันเกี่ยวกับการเตรียมตัวในวัน c/s
การประเมินผล
มารดาเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
มารดาสามารถบอกอาการที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลได้
มารดามาแอดมิท เพื่อมา C/S วันที 22/03/2564
มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากระดับเม็ดเลือดแดงที่ลดลง
ข้อมูลสนับสนุน
CBC
Hct 33.5%
Hb 10.9 g/dL
RBC 3.63x10^6 /uL
วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการมีระดับเม็ดเลือดแดงลดลง ได้แก่
Fetal distress คลอดก่อนกำหนด LBW DFIU Anemia PIH
เกณฑ์การประเมิน
มารดาไม่มีภาวะซีด ได้แก่ เยื่อบุตาซีด ปลายมือปลายเท้าเย็น วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่นง่าย
ขนาดทารกเหมาะสมกับอายุครรภ์
ผลตรวจ NST ได้ผล Reactive FHS อยู่ในเกณฑ์ 110-160 bpm
มารดาเข้าใจและปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
ผล cbc ปกติ
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินภาวะซีดจากการตรวจร่างกาย conjunctiva เหงือก ปลายมือปลายเท้าซีด/น้ำหนักที่ลดลงหรือไม่
วัดขนาดหน้าท้องว่าสมกับอายุครรภ์หรือไม่
แนะนำการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้น โปรตีน และเหล็ก เครื่องใน ผักใบเขียว และรับประทาน folic acid
พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
ป้องกันระมัดระวังอุบัติเหตุ ที่ทำให้เสียเลือด
ประเมินทารกในครรภ์ NST
นับลูกดิ้น โดยนับหลังรับประทานอาหาร โดยปกติต้องดินอย่างน้อย 3 ครั้ง/มื้อ หรือ 10 ครั้ง/วัน หากน้อยกว่านี้ รีบมาโรงพยาบาล
ประเมินผล
มารดาไม่มีภาวะซีด ได้แก่ เยื่อบุตาซีด ปลายมือปลายเท้าเย็น วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่นง่าย
ขนาดทารก 3/4>0
FHS 148 bpm NST reaassuring no uterine contraction
ไม่เกิดภาวะ Fetal distress คลอดก่อนกำหนด LBW DFIU Anemia PIH
GDMA1
รกเริ่มฝังและเริ่มทำงาน
สร้างHormone
Human placental lactogen 🔺
estrogen, progesterone 🔺
prolactin 🔺
ผลิตเอมไซน์ insulinase 🔺
ดื้อต่ออินซูลิน
น้ำตาลในเลือดต่ำ ไขมันสะสมมาก > ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น > ความไวต่ออินซูลินลดลง
Postprandial hyperglycemia
มีภาวะดื้อเลยทำให้หลั่งอินซูลินไม่เพียงพอ (เพื่อดึงน้ำตาลไปเลี้ยงให้ทารกเพียงพอ )
ต่อมหมวกไตทารก cortisol
Beta cell > insulin สูงเพื่อคงระดับน้ำตาล
การวินิจฉัย
ค้นหาปัจจัยเสี่ยง
อายุ >30
มีโรคประจำตัว
ครอบครัวมีประวัติ
BMI >25 Kg/m2
ประวัติการตั้งครรภ์
GCT 50 g.
140 mg/dL
คัดกรอง OGTT
OGTT 105-197-135-78 mg/dL ❌
ผิดปกติ2ค่า (GDM )นัดอีกครั้ง
FBS
2 hr. Postprandial
FBS >/=95 ✅
2 hr Postprandial >/= 120 ✅
1 more item...
FBS < 95 ✅
2 hr Postprandial < 120 ✅
1 more item...
<140 mg/dL ❌
นัดตรวจซ้ำ 24-28 wks
การดูแล
ควบคุมอาหาร
ANC ทุกครั้ง ประเมินน้ำหนัก ดูว่าขึ้นตามเกณฑ์หรือ เกินเกณฑ์หรือไม่ ฯลฯ
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
FBS และ 2 Hr Postprandial ทุก 2-4 สัปดาห์
คำแนะนำในแต่ละไตรมาส
ไตรมาส 1
ระวังเรื่องการแท้ง < 28 สัปดาห์
แนะนำให้มาฝากครรภ์ตามนัด
พักผ่อนให้เพียงพอ
น้ำหนักเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ 7-11.5 kg.
ไตรมาสแรก เพิ่มหรือลดได้ 0.5-2 dbF]diy,
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 3 มื้อ (ควบคุมอาหารเพื่อป้องกันการเป็น GDMA2) หรือแบ่งมื้อ
เลี่ยงอาหารประเภททอด ไขมันสูง (ย่อยยาก)
จิบน้ำขิงป้องกันคลื่นไส้อาเจียน
ไตรมาส2
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 500 กรัม/สัปดาห์ ให้ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวาน ของทอด ของมัน ทานแป้งย่อยง่าย เช่น ข้าวกล้อง
มาตรวจตามนัด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด
สังเกตอาการที่ผิดปกติ เกี่ยนวกับ Hypetglycemia Hypoglycemia IUGR
ออกกำลังกาย ยืดเหยียด
กระตุ้นพัฒนาการ
17-20wks นั่งเก้าอี้โยก 21-24 wks พูดคุยกับทารกใช้โทนเสียงซ้ำๆ (ทารกเริ่มได้ยินเสียง) 25-28 wks ทารกเริ่มรับรู้แสง ให้ส่องไฟผ่านหน้าท้องนาน 1-2 นาที 32 wks ส่องไฟสีเขียว-แดง
สอนนับลูกดิ้น
นับหลังรับประทานอาหาร นับลูกดิ้น ต้อง > 10 ครั้ง/วัน
ไตรมาส 3
อาการที่ต้องรีบมาโรงพยาบาล - สังเกตอาการเจ็บครรภ์จริง >เจ็บทุกๆ5 นาที เป็นจังหวะและสม่ำเสมอ เจ็บตั้งแต่หน้าท้องร้าวไปหลังลงหน้าขา นั่งพักแล้วไม่หาย ให้รีบมาโรงพยาบาล - มีน้ำคร่ำ หรือรู้สึกปวดท้อง ให้รีบมาโรงพยาบาลเนื่องจากหญิงตั้งครรภ์รายนี้ Previous c/s
งดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงอายุครรภ์ที่มาก ดูแลทำความสะอาดร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก ยกของหนัก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นธาตุเหล็ก ผักใบเขียว